
นั่งโซฟาเที่ยวเล่น...กับนิสสัน เอลแกรนด์ใหม่
เจ้ารถยนต์อเนกประสงค์ เอ็มพีวี นั้นก็เป็นรถยนต์ที่เป็นพระเอกของค่ายเกรย์ทั้งหลาย เพราะลูกค้าระดับบนมีความต้องการรถประเภทนี้ไว้ใช้งานกันไม่ใช่น้อย...
เจ้ารถยนต์อเนกประสงค์ เอ็มพีวี นั้นก็เป็นรถยนต์ที่เป็นพระเอกของค่ายเกรย์ทั้งหลาย เพราะลูกค้าระดับบนมีความต้องการรถประเภทนี้ไว้ใช้งานกันไม่ใช่น้อย...
โดย...นิธิ ท้วมประถม
ตลาดรถยนต์นำเข้าช่วงปลายปีสนุกขึ้นมาอีกแล้วครับ เพราะมีรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ถูกนำเข้าข้ามน้ำข้ามทะเลมาสู่ตลาดเมืองไทย ล่าสุด บริษัท อีตั้น อิมปอร์ท หนึ่งในผู้นำเข้าอิสระ หรือที่เราเรียกกันง่ายๆ ว่าเกรย์ นั้นได้นำเข้ารถยนต์สำหรับกลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่เข้ามาเขย่าตลาดนี้ให้คึกคัก ด้วย นิสสัน เอลแกรนด์ รถยนต์อเนกประสงค์ หรือ เอ็มพีวี ขนาด 6-7 ที่นั่ง เรียบร้อยแล้ว
จะว่าไปแล้ว ตลาดรถนำเข้านั้นเป็นตลาดที่เจาะลูกค้าเฉพาะกลุ่มซึ่งชื่นชอบความแปลกไม่เหมือนใคร รวมถึงกลุ่มลูกค้าที่ต้องการหารถยนต์ที่สามารถตอบสนองความต้องการของตัวเอง โดยที่บริษัทรถยนต์ที่เป็นตัวแทนจำหน่ายไม่สามารถหารถยนต์รุ่นนั้นๆ เข้ามาตอบโจทย์ความต้องการนี้ได้
และเจ้ารถยนต์อเนกประสงค์ เอ็มพีวี นั้นก็เป็นรถยนต์ที่เป็นพระเอกของค่ายเกรย์ทั้งหลาย เพราะลูกค้าระดับบนมีความต้องการรถประเภทนี้ไว้ใช้งานกันไม่ใช่น้อย
นิสสัน เอลแกรนด์ใหม่นั้น เพิ่งเปิดตัวที่ประเทศญี่ปุ่นได้ไม่นาน อีตั้นฯ ก็สั่งนำเข้ามาจำหน่ายเรียบร้อยแล้ว โดยตั้งเป้าขายในปีนี้ไว้ประมาณ 40-50 คัน และคาดว่าจะได้รับการตอบรับจากลูกค้าไม่น้อย และผมก็ว่าน่าจะเป็นอย่างนั้นเหมือนกันครับ
เริ่มตั้งแต่ได้พบเจอหน้าเจ้า นิสสัน เอลแกรนด์ใหม่ แล้วก็นึกในใจเลยว่า งานนี้ โตโยต้า เวลไฟร์ เจอคู่แข่งตัวจริงเสียงจริงเสียแล้ว เพราะนิสสัน เอลแกรนด์ ใหม่นี้ มีความเป็นสปอร์ตมากกว่ารุ่นเดิมอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะด้านหน้าที่เทลาดลงมาทำให้ดูวัยรุ่นมากขึ้นกว่าเดิม และยิ่งผสมผสานกับซี่กระจังหน้าขนาดใหญ่ และไฟหน้าแบบ 2 ชั้น ยิ่งทำให้ นิสสัน เอลแกรนด์ กลายเป็นรถเอ็มพีวี ที่เหมาะสำหรับกลุ่มครอบครัวที่ยังวัยรุ่น โมเดิร์นๆ มากกว่า ที่จะเป็นกลุ่มครอบครัว ประเภท อาม้า อาป๋า อาซิ่ม อากง เลยทีเดียว
ก้าวเข้ามาภายใน ก็ต้องนิ่งๆ งงๆ ก่อนครับ เพราะด้วยความเป็นรถนำเข้า ทำให้ภาษาภายในรถคันนี้ เป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งนั้น ไม่มีภาษาอังกฤษมาเจือปน ให้เสียความเป็นรถญี่ปุ่น ทำให้ผมต้องอาศัยดูจากรูปสัญลักษณ์ ตามปุ่มต่างๆ ว่าหมายความว่าอย่างไร ถึงจะค่อยๆ เปิดโน่นเปิดนี่ได้
ภายในของ นิสสัน เอลแกรนด์ ใหม่นั้นผมบอกได้คำเดียวครับว่า เลิศ... มาก... เหมาะอย่างยิ่งที่จะพาครอบครับตระเวนเที่ยว ตระเวนกิน ทั้งใน กทม. และต่างจังหวัด ในแบบที่เรียกว่าแสนสบายเลยครับ
เริ่มตั้งแต่คนขับก่อนแล้วกันครับ ผมก้าวเข้ามานั่งในตำแหน่งคนขับ สายตากวาดไปตามแผงหน้าปัด ก็พบว่ามาตรวัดสีม่วงกระจ่างตา ดูทันสมัย ตัวเลขบอกความเร็ว รอบเครื่องยนต์ชัดเจน รวมถึงบอกอัตราการสิ้นเปลืองด้วย ถัดจากมาตรวัด ก็เป็นแผงคอนโซลกลางที่ออกแบบมาสวยงามลงตัวดีครับ แต่มีปัญหากับผมเหลือเกิน ก็ปุ่มต่างๆ เป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งนั้น ต้องลองเดาๆ กดดู เพื่อปรับอุณหภูมิ และพัดลม ไม่นานก็ได้อุณหภูมิกับแรงลมที่ต้องการ
ถัดมาก็เป็นจอขนาดใหญ่ ที่แสดงผลมัลติมีเดียบริเวณกลางคอนโซล ที่จะแสดงผลช่องวิทยุ ที่ไม่ต้องห่วงว่าจะมีช่องให้ฟังเยอะ เพราะคลื่นวิทยุของญี่ปุ่น เมื่อมาถึงไทย ฟังได้ 2 ช่อง คือ 87.5 กับ 88.0 เท่านั้น หากใครต้องการฟังเพลง ก็พึ่งพาซีดีเอาแล้วกันครับ ส่วนดีวีดีนั้นผมลองใส่แผ่นเข้าไปแล้ว ซึ่งปรากฏแต่เสียง ไม่ปรากฏภาพทั้งๆ ที่รถจอดหยุดนิ่ง จะแก้ไข หรือปรับอะไร ก็จนปัญญา กับภาษาญี่ปุ่นที่ขึ้นมาเต็มพรึ่ดไปหมด ก็เลยไม่มีโอกาสได้ชมดีวีดีระหว่างการเดินทาง
แต่ปัญหาเหล่านี้ที่เกิดกับผมนั้น ลูกค้าทั้งหลายไม่ต้องกลัวนะครับ เพราะทางทีมงานขายเขาต้องบอกวิธีเล่นเครื่องเล่นต่างๆ ภายในรถ รวมถึงปุ่มควบคุมทั้งหลายให้กระจ่างแจ้งอย่างแน่นอน ไม่ต้องการลูบๆ เดาๆ ลองผิดลองถูกอย่างผมแน่นอน
ส่วนตำแหน่งผู้โดยสารตอนหลังนั้น น่าสบายเหลือเกินครับ เพราะเบาะที่นั่งแถวสองนั้น เป็นเบาะเดี่ยวแยก 2 เบาะ เพื่อให้ผู้โดยสารรู้สึกอิสระ และมีความเป็นส่วนตัวได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการปรับเบาะเอนนอนได้เกือบจะราบแล้ว ยังมีเบาะรองน่องยกขึ้นมารับช่วงขาด้านล่างอีกด้วย ผมละอิจฉาคนนั่งหลังจริงๆ ครับ สบายเหมือนกับนั่งโซฟาที่บ้านเลย
ขณะที่ที่นั่งแถว 3 นั้นไม่ได้เป็นเบาะปรับแยก แต่ก็สามารถนั่งได้แบบสบายๆ ครับ เบียด 3 ก็พอได้ แต่ทางที่ดีควรจะนั่ง 2 คนก็พอ สำหรับที่นั่งแถว 3 นั้น ผู้ที่ถูกเนรเทศมายังที่นั่งแถวหลังสุดนี้ ควรจะต้องมีขนาดกะทัดรัดหน่อย ประเภทไซส์ เอส หรือ เอ็ม พอไหว ส่วนไซส์ แอล หรือ เอ็กซ์แอล หากที่นั่งแถว 2 หรือที่นั่งตอนหน้าไม่ว่าง ก็ให้เรียกแท็กซี่ไปต่างหากแล้วกัน
การเข้าออกรถก็สะดวกดีมากครับ ด้วยประตูบานเลื่อนทั้งด้านซ้ายของขวา ที่เลื่อนออกเต็มบาน ไม่ต้องมาเบี่ยงตัวขึ้นให้ลำบาก แถมความสูงของตัวรถก็ไม่มากไม่มีสเต็ปให้ต้องก้าวขึ้น ทำให้ไม่เป็นปัญหาสำหรับผู้สูงอายุในครอบครัว อย่างคุณแม่ผมขึ้นลงรถคันนี้สบายครับ แถมพื้นที่ภายในยังกว้างขวางอีกด้วย สามารถขนสัมภาระกันได้อย่างเต็มที่ ก็วางกันตรงพื้นรถนั่นแหละครับ มีพื้นที่เหลือเฟือ ไม่ต้องไปเปิดท้ายรถให้เสียเวลา เรียกว่าเจอแผงขายของริมถนน เปิดประตูเลื่อนบานกว้าง แล้วขนสินค้าโอท็อปข้างทางขึ้นมาเลย
ระบบแอร์ก็เย็นฉ่ำทั้งผู้โดยสารตอนหน้าและตอนหลัง เพราะเขามีระบบแอร์แยกกันเสร็จสรรพ ไม่ต้องกังวลว่าข้างหน้าหนาวจะเป็นน้ำแข็งอยู่แล้ว แต่ข้างหลังแค่หายร้อนเท่านั้น
เสียงซีดีเพลงผ่านลำโพง Bose กระหึ่มอยู่ตลอดเวลา เพื่อสร้างความสุนทรีให้กับผู้โดยสารภายในรถได้เป็นอย่างดี ทำให้แทบจะไม่ได้ยินเสียงรบกวนจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นเสียงเครื่องยนต์หรือเสียงภายนอก และเมื่อผนวกรวมกับความนุ่มนวลของช่วงล่างที่ไม่มีกระเด้งกระดอน ให้ผู้โดยสารตอนหลังต้องหาที่จับที่ยึดให้เสียกิริยา ระหว่างการนั่งชมนกชมไม้ หรือจะชมดีวีดีก็ไม่เสียหายแต่อย่างไร
ด้านเครื่องยนต์ของนิสสัน เอลแกรนด์ ใหม่นั้น ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.5 ลิตร รหัส QR25DE ที่ให้แรงม้า 170 แรงม้า ที่รอบเครื่องยนต์ 5,600 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดที่ 245 นิวตันเมตร ที่รอบเครื่องยนต์ 3,900 รอบต่อนาที นั้นเพียงพอสำหรับการใช้งานทั้งในเมืองและต่างจังหวัดแล้วครับ การเร่งแซงในความเร็วระดับกลางๆ ประมาณ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนิดๆ ทำได้ดี ไม่ต้องกังวลว่าจะพ้นหรือไม่
รวมทั้งระบบเกียร์ Xtronic CVT ที่ให้ความนุ่มนวลในการเปลี่ยนเกียร์อย่างมาก ไม่มีการกระชากกระชั้นให้เสียความรู้สึก ผมเองนั้นส่วนตัวไม่ชอบเกียร์ที่นุ่มนวล เพราะความสนุกในการขับหายไป แต่กับ นิสสัน เอลแกรนด์ ใหม่นี้ ผมได้ทั้งความสบายในการขับขี่ ทั้งจากอัตราเร่งและความราบเรียบของการเปลี่ยนเกียร์ ทำให้ค่อนข้างประทับใจไม่น้อยทีเดียว
ส่วนเรื่องช่วงล่าง ที่ผมบอกไปแล้วว่า ให้ความนุ่มนวลเหมือนกับนั่งอยู่บนโซฟา ห้องรับแขกของเราแล้ว ยังให้ความมั่นใจในเรื่องของการทรงตัวใช้ได้เลยครับ พวงมาลัยก็นิ่งครับ แม้ว่าจะอยู่ในความเร็วระดับ 140-150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งผมคิดว่ารถประเภทนี้ขับความเร็วระดับ 120-130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็เหลือเฟือแล้วครับ
ส่วนหนึ่งก็น่าจะมาจากความสูงของตัวรถที่ไม่ โย่งเย่ง เหมือนรุ่นก่อน ประกอบกับระบบช่วงล่างที่ออกแบบใหม่สร้างความมั่นคงในการขับขี่ โดยที่ช่วงล่างด้านหน้าและด้านหลังได้รับการออกแบบให้น้ำหนักเบาลงแต่แข็งแรงขึ้น และทำให้ดูดซับแรงกระแทกได้ดีขึ้น ทำให้ผมรู้สึกว่าเจ้า นิสสัน เอลแกรนด์ ใหม่นี้ เหมาะกับรถครอบครัวจริงๆ
ส่วนราคานั้น ถ้าเป็น รุ่น Highway Star ราคาอยู่ที่ 3,690,000 บาท ส่วนรุ่นพิเศษพร้อมชุดแต่ง Rider ขอเพิ่มอีก 1 แสนบาท เป็น 3,790,000 บาท ครับ







