posttoday
เงินไหลบ่าไปนอก จีนพุ่ง 5.6 แสนล้าน

เงินไหลบ่าไปนอก จีนพุ่ง 5.6 แสนล้าน

03 สิงหาคม 2560

พูลศรี เจริญจารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์การลงทุนต่างประเทศผ่านกองทุนรวม ที่ลงทุนในต่างประเทศ (FIF) เพิ่มขึ้นต่อเนื่องผลจากนักลงทุนกระจายความเสี่ยง

พูลศรี เจริญจารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

การลงทุนต่างประเทศผ่านกองทุนรวม ที่ลงทุนในต่างประเทศ (FIF) เพิ่มขึ้นต่อเนื่องผลจากนักลงทุนกระจายความเสี่ยง

ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ระบุสิ้นเดือน พ.ค. 2560 มีมูลค่ารวม 1.55 ล้านล้านบาท สินทรัพย์ที่ลงทุนมีทั้งหุ้น ตราสารหนี้ และสินทรัพย์ทางเลือก เช่น ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีท)

เมื่อจำแนกตามประเทศและ ภูมิภาคที่เงินไหลไปลงทุน พบว่าเป็นประเทศในเอเชียเหนือมากที่สุด โดยมีมูลค่ารวม 5.92 แสนล้านบาท เทียบปี 2559 ที่มีเพียง 3.96 แสนล้านบาท มีการลงทุนในจีนสูงสุดที่ 5.6 แสนล้านบาท ญี่ปุ่นตามมาอันดับ 2 ที่ 1.95 หมื่นล้านบาท

ทิศทางการลงทุนในต่างประเทศยังมีอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด บลจ.สยามไนท์ ฟันด์ แมเนจเม้นท์ ได้ประเดิมออกกองทุนเพื่อลงทุนในตลาดหุ้นประเทศ อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (จีเอ็มเอส) ได้แก่ ไทย เวียดนาม ลาว กัมพูชา มณฑลยูนนาน ประเทศจีน และเมียนมา ให้ น้ำหนักตลาดหุ้นไทย 50% หุ้นเวียดนาม 20% ที่เหลือกระจายไปยังตลาดหุ้นอื่นๆ

ทั้งนี้ บลจ.สยามไนท์ฯ ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจกองทุนรวมทั่วไปช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา จากเดิมที่มีเฉพาะกองทุนส่วนบุคคล

ภัทรพงศ์ อรรถเวทิน ผู้จัดการกองทุน บลจ.สยามไนท์ฯ มองทิศทางตลาดหุ้นในภูมิภาคอาเซียนว่า สำหรับหุ้นไทยครึ่งปีหลังน่าจะมีแนวโน้มขยับขึ้นได้บ้าง มองเป้าหมายดัชนีสิ้นปีไว้ที่ 1,630 จุด และปีหน้าที่ 1,700 จุด

ขณะที่ตลาดหุ้นเวียดนามโดดเด่นสุดในภูมิภาค ปีที่ผ่านมาดัชนีขึ้นไป 15% อัตราส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) 16 เท่า ใกล้เคียงหุ้นไทย แต่ขนาดของตลาดยังเล็กมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) คิดเป็นเพียง 1 ใน 6 เท่าของไทย ขณะที่เศรษฐกิจเติบโต 6-7% ต่อปี และจำนวนประชากรที่มีมาก หากตลาดหุ้นเวียดนามโตได้เท่ากับไทย 10 ปีข้างหน้า ก็จะปรับขึ้นไปได้อีก 6 เท่า ทำให้น่าสนใจมาก

ด้านตลาดหุ้นสิงคโปร์ตลาดโตมามากแล้วและธุรกิจส่วนใหญ่ที่จดทะเบียนเป็นธุรกิจข้ามชาติ ส่วนตลาดมาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ก็เป็นตลาดที่โตได้ดี แต่พี/อีกว่า 20 เท่า ถือว่าสูงแล้ว

ล่าสุด บลจ.กรุงไทย ได้เพิ่มทุนกองทุนเปิดเคแทม ไชน่า อิควิตี้ ฟันด์ (KT-CHINA) หลังนักลงทุนสนใจจำนวนมากทำให้ต้องจดทะเบียนเพิ่มเงินทุนของโครงการจาก 2,000 ล้านบาท เป็น 3,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตของกองทุนในอนาคต

กองทุนดังกล่าวจดทะเบียนจัดตั้งกองทุนเมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2560 ปัจจุบันมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิกว่า 879 ล้านบาท ผลตอบแทน ณ วันที่ 21 ก.ค. 2560 ย้อนหลัง 1 เดือน อยู่ที่ 12.92%

ชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการ ผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย กล่าวว่า กองทุน KT-CHINA เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจีน หรือเป็นส่วนหนึ่งที่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจในจีนที่จดทะเบียนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งประกอบด้วยหุ้นกลุ่มการบริการทางการเงิน โครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ ธุรกิจสุขภาพและการดูแลผู้สูงอายุ พลังงานและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

นอกจากนี้ บลจ.กรุงไทย ได้ออกกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศพร้อมกัน 2 กองทุน ประกอบด้วย กองทุนเปิดกรุงไทยตราสารหนี้ เอฟไอเอฟ 162 และกองทุนเปิดกรุงไทยตราสารหนี้ เอฟไอเอฟ 163 เน้นลงทุนเงินฝากสถาบันการเงินในจีน

ฝั่ง บลจ.กรุงศรี เพิ่มทางเลือกการลงทุนเพื่อเข้าถึง 3 โอกาสจากการลงทุนในกองทุนเดียว ทั้งการเข้าถึงกระแสเงินสด ความสม่ำเสมอในการสร้างผลตอบแทน และการเติบโตของเงินลงทุน กับกองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลมัลติแอสเซทอินคัมเฮดจ์เอฟเอ็กซ์ (KF-MINCOME) ใช้กลยุทธ์การกระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภททั่วโลกจำนวนกว่า 4,000 หลักทรัพย์ โดยมีสัดส่วนการลงทุนกว่า 20% ในเอเชีย n

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69