
ดึงรายใหญ่ซื้อยางไทย
พาณิชย์เปิดเวทีจับคู่ธุรกิจยางพารา ดึงผู้ซื้อยักษ์ใหญ่ 25 ประเทศกว่า 100 ราย เจรจาผู้ประกอบการไทย คาดออร์เดอร์ทะลุ 1.5 หมื่นล้าน
พาณิชย์เปิดเวทีจับคู่ธุรกิจยางพารา ดึงผู้ซื้อยักษ์ใหญ่ 25 ประเทศกว่า 100 ราย เจรจาผู้ประกอบการไทย คาดออร์เดอร์ทะลุ 1.5 หมื่นล้าน
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงได้จัดงานเจรจาการค้ายางพาราและผลิตภัณฑ์ยางพาราระหว่างผู้นำเข้าต่างประเทศและผู้ประกอบการไทย โดยมีผู้ซื้อผู้นำเข้ากว่า 100 ราย จาก 25 ประเทศทั่วโลก เช่น อาเซียน จีน อินเดีย บังกลาเทศ ไต้หวัน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา คาดว่าจะเกิดมูลค่าการซื้อขายภาพรวมมากกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท
"การเจรจาการค้าครั้งนี้ จะเป็นความสำเร็จของอุตสาหกรรมยางพาราไทยในการขยายตลาด และการสร้างพันธมิตรกับคู่ค้ารายใหม่ โดยสินค้ายางพาราที่ได้รับความสนใจจากผู้นำเข้าต่างประเทศ ได้แก่ ยางล้อ ยางธรรมชาติ ถุงมือยาง ยางคอมพาวด์ และผลิตภัณฑ์ยางอื่นๆ" นางอภิรดี กล่าว
นางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ผู้นำเข้ายางและผลิตภัณฑ์ยาง รายใหญ่ที่เข้าร่วมกิจกรรม เช่น บริษัท ชิงต่าว ดับเบิ้ลสตาร์ ผู้ผลิตและจำหน่ายยางรถยนต์ ภายใต้แบรนด์ดับเบิ้ลสตาร์ ซึ่งเป็นแบรนด์อันดับ 1 ของจีน บริษัท ชิงต่าว เซนทูรี่ ไทร์ ผู้ผลิตและจำหน่ายล้อรถยนต์และเครื่องบิน มีชื่อเสียงด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม กำลังการผลิต 27 ล้านล้อ/ปี และบริษัท กวางโจว ซิโน รับเบอร์ ผู้นำเข้ายางพารารายใหญ่ของมณฑลกวางตุ้ง
นอกจากนี้ ยังมีบริษัท บาเรซ อินดัสเตรียล คอมเพล็กซ์ ผู้ผลิตยางรถยนต์และอะไหล่รถยนต์จากยางพาราอันดับ 1 ของอิหร่าน บริษัท คาเร็กซ์ เบอร์ฮัด จากมาเลเซีย ผู้ผลิตถุงยางอนามัยรายใหญ่ของโลก และบริษัท เดอะ เซาเทิร์น รับเบอร์ อินดัสตรี จากเวียดนาม ผู้นำเข้าและผู้ผลิตยางในรถจักรยาน จักรยานยนต์ และรถยนต์ประเภทต่างๆ เป็นต้น มาเจรจาซื้อขายกับผู้ประกอบการไทย เช่น บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสตรี บริษัท ไทยฮั้ว ยางพารา บริษัท วงศ์บัณฑิต และสหกรณ์กองทุนสวนยางอำเภทบ่อทอง
ด้านนายกรกฎ กิตติพล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ไทยฮั้วยางพารา กล่าวว่า แนวโน้มราคายางพาราในช่วงครึ่งปีหลังมีโอกาสปรับตัวดีขึ้น ราคาน่าจะอยู่ที่ประมาณ 60-70 บาท/กก. จากปัจจุบันอยู่ที่ 52-23 บาท/กก. เนื่องจากคาดว่าผู้ซื้อในตลาดโลกจะกลับเข้ามาซื้อยางพารา รวมทั้งปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคอีสานทำให้กำลังการผลิตยางพาราในประเทศหายไป 30%
สำหรับการส่งออกยางพาราเดือน มิ.ย. 2560 มีมูลค่า 1.43 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 22.8% ส่วนการส่งออก 6 เดือนปีนี้ (ม.ค.- มิ.ย. 2560) มีมูลค่า 1.13 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.1% ขณะที่การส่งออกผลิตภัณฑ์ยางในเดือน มิ.ย.มีมูลค่า 2.87 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.7% และในช่วง 6 เดือน มีมูลค่า 1.70 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 53.2%







