
คนไข้ต่างชาติเพิ่ม 3-4%
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ศึกษาภาพรวมตลาดคนไข้ต่างชาติปีนี้น่าจะทำรายได้ให้ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน 4.8-4.9 หมื่นล้านบาท เติบโต 3-4% จากปีที่ผ่านมาที่เติบโต 8% แม้ยอดคนไข้จากตลาดตะวันออกกลางจะมารักษาพยาบาลลดลงแต่คนไข้กลุ่มอื่น โดยเฉพาะตลาดเอเชียยังเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่อัตราการเข้ารับการรักษาพยาบาลในไทยของคนไข้ชาวต่างชาติน่าจะอยู่ที่ 3.3 ล้านครั้ง แบ่งเป็นตลาดท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (เมดิคัล ทัวริสซึ่ม) 2.4 ล้านครั้ง และลูกค้าต่างชาติที่ทำงานและพำนักอาศัยอยู่ในไทย (เอ็กซ์แพต) 9 แสนครั้ง
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ศึกษาภาพรวมตลาดคนไข้ต่างชาติปีนี้น่าจะทำรายได้ให้ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน 4.8-4.9 หมื่นล้านบาท เติบโต 3-4% จากปีที่ผ่านมาที่เติบโต 8% แม้ยอดคนไข้จากตลาดตะวันออกกลางจะมารักษาพยาบาลลดลงแต่คนไข้กลุ่มอื่น โดยเฉพาะตลาดเอเชียยังเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่อัตราการเข้ารับการรักษาพยาบาลในไทยของคนไข้ชาวต่างชาติน่าจะอยู่ที่ 3.3 ล้านครั้ง แบ่งเป็นตลาดท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (เมดิคัล ทัวริสซึ่ม) 2.4 ล้านครั้ง และลูกค้าต่างชาติที่ทำงานและพำนักอาศัยอยู่ในไทย (เอ็กซ์แพต) 9 แสนครั้ง
สำหรับทิศทางในอนาคต คาดว่า เมดิคัล ทัวริสซึ่ม ยังเป็นตลาดที่ขยายตัวได้ต่อแต่ผู้ประกอบการไทยอาจเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ทั้งแข่งขันกันเองในประเทศกับผู้เล่นหน้าใหม่ๆ และแข่งกับคู่แข่งต่างชาติ เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย และเกาหลีใต้ ที่มีเป้าหมายต้องการเป็นผู้นำตลาดเมดิคัล ทัวริสซึ่ม เช่นกัน
ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยควรรักษาจุดแข็งโดยเฉพาะด้านคุณภาพและมาตรฐานการรักษาพยาบาลไว้ เพราะเป็นปัจจัยสำคัญที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่น ในการเข้ารับบริการของลูกค้า พร้อมชูกลยุทธ์ตลาดที่โดดเด่น แตกต่างเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เช่น นำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาเป็นจุดขาย หรือชูความเป็นผู้เชี่ยวชาญรักษาโรคเฉพาะด้าน ขณะเดียวกันอาจใช้โอกาสที่ผู้บริโภค ตื่นตัวดูแลสุขภาพมากขึ้นและแนวโน้มไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุขยายบริการไปสู่การป้องกันดูแลสุขภาพที่ครบวงจร
นอกจากนี้ ยังต้องเน้นการบริหารจัดการบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์รองรับตลาดคนไข้ต่างชาติ และความมั่นคงในการให้บริการด้านสาธารณสุขพื้นฐานแก่คนไทยเอง







