posttoday
เร่งศึกษาเดินหน้าสร้างรถไฟฟ้าสีน้ำตาลเชื่อมกทม.ตะวันออก-ตะวันตก

เร่งศึกษาเดินหน้าสร้างรถไฟฟ้าสีน้ำตาลเชื่อมกทม.ตะวันออก-ตะวันตก

26 กรกฎาคม 2560

คมนาคมเร่งศึกษารถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลเชื่อมกรุงเทพตะวันออก-ตะวันตก เล็งสร้างทางด่วนควบคู่แก้รถติด เปิดกว้างเอกชนลงทุน 100%

คมนาคมเร่งศึกษารถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลเชื่อมกรุงเทพตะวันออก-ตะวันตก เล็งสร้างทางด่วนควบคู่แก้รถติด เปิดกว้างเอกชนลงทุน 100%

นาย อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.กระทรวงคมนาคมเปิดเผยว่า รถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลเป็นหนึ่งในโครงการที่รัฐบาลให้ความสำคัญเพื่อเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างทิศตะวันตกและทิศตะวันออกของกรุงเทพมหานครซึ่งมีปัญหาจราจรอย่างหนักจากปริมาณการเดินทางของประชากร 17 ล้านคนในแต่ละวัน สอดคล้องกับแผนสนับสนุนให้ประชากรเปลี่ยนพฤติกรรมมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะ (shift mode) โดยปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้าเติบโตเฉลี่ยปีละ 10%

อย่างไรก็ตามโครงการนี้จะทำหน้าที่เป็นระบบเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟฟ้าสายหลัก หรือ ฟีดเดอร์ซึ่งมีจุดตัดผ่านรถไฟฟ้าสายหลักถึง 6 จุด เช่นเดียวกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีทองและรถไฟฟ้าสายสีเทาที่อยู่ระหว่างศึกษาเพื่อบรรจุเข้าสู่แผนแม่บทรถไฟฟ้าเฟส 2 อีกจำนวน 10 สาย โดยคาดว่าผลศึกษาของไจก้าจะแล้วเสร็จช่วงต้นปี 2561 ก่อนเสนอที่ประชุมรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาอนุมัติเพื่อดำเนินการต่อไป

นายอาคมกล่าวต่อว่า บริษัทที่ปรึกษาเสนอ 4 ทางเลือก คือ 1.สร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล 2.สร้างทางด่วนเกษตร-วงแหวนตะวันออก 3.สร้างทางด่วนจากบางใหญ่-วงแหวนตะวันออก และ 4.สร้างทั้งรถไฟฟ้าและทางด่วนบนเส้นทางเดียวกัน ซึ่งส่วนตัวมองว่ารูปแบบที่ 4 มีความเป็นไปได้เพื่อให้เกิดประโยชน์กับการขนส่งทุกรูปแบบทั้งรถไฟฟ้าและการเชื่อมต่อทางด่วนศรีรัช-โทลล์เวย์-ฉลองรัชเข้าด้วยกันอีกด้วย อย่างไรก็ตามจะเลือกใช้ระบบรถไฟฟ้ารางเบา (light rail) เพื่อความรวดเร็วในการดำเนินโครงการและการก่อสร้างเพราะไม่ต้องออกแบบรายละเอียดเหมือนรถไฟฟ้าสายหลักที่เป็น heavy rail ทั้งนี้มีโอกาสที่จะเปิดให้เอกชนลงทุน 100% อีกด้วย ส่วนด้านกรอบวงเงินและปริมาณผู้โดยสารต้องรอผลศึกษาด้านแนวเส้นทางและรูปแบบให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง

ส่วนทางด่วนตอน N2-วงแหวนรอบนอกตะวันออกปัจจุบันกระทรวงคมนาคมได้บรรจุไว้ในแผนลงทุนเร่งด่วนปี 2560 ใช้เงินจากกองทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (TFF) นั้นสามารถดำเนินการต่อไปได้เลยเพื่อเตรียมรองรับรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล

ด้านนายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและ แผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่า การศึกษาความเหมาะสมในครั้งนี้มีระยะเวลา 14 เดือนกำหนดเวลาแล้วเสร็จช่วงกลางปี 2561 ถ้าหากโครงการไม่มีปัญหาอะไร คาดว่าจะเสนอเข้ากระทรวงคมนาคมและจัดทำการศึกษาแนวทางเปิดร่วมทุนโครงการราว 9 เดือนก่อนส่งต่อให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.)ดำเนินการร่างเอกสารประกวดราคาและประมูลรวมถึงลงนามสัญญาภายใน 6 เดือนหรือช่วงปลายปี 2562 โดยใช้เวลาก่อสร้างราว3ปีก่อนเปิดให้บริการในปี 2565 แต่ทั้งนี้ยังมีความไม่แน่นอนอีกหลายด้าน ส่วนด้านแนวเส้นทางและรูปแบบโครงการจะได้ข้อสรุปภายในปลายปีนี้

อย่างไรก็ตามการก่อสร้างทางด่วนควบรถไฟฟ้าเป็นแนวทางที่น่าสนใจ เพราะประชาชนจะได้ประโยชน์สูงสุดจากตัวเลือกการเดินทาง ขณะที่ระบบตัวรถนั้นมีตัวเลือกสองรูปแบบคือ 1.รถไฟโมโนเรล 2.รถไฟอัตโนมัติแบบไร้คนขับ (AGT:automated guided transit) ซึ่งรูปแบบที่สองจะยืดหยุ่นมากกว่าในการบำรุงรักษาและบริหารเพราะเป็นอาณัติสัญญาณแบบสากลที่สามารถใช้ได้กับตู้ขบวนทุกรุ่นแตกต่างจากรถไฟโมโนเรลที่ใช้ได้แค่ตู้ยี่ห้อเดียว และยังได่รับความนิยมจากประเทศชั้นนำต่างๆอาทิ อังกฤษ ญี่ปุ่น เยอรมนีและฝรั่งเศส

นายชัยวัฒน์กล่าวต่อว่า รถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลจะตอบโจทย์การเชื่อมต่อโครงข่ายรถไฟฟ้าของคนกรุงเทพ เติมเต็มทุกจุดหมายปลายทางที่ระบบขนส่งเข้าไม่ถึง เนื่องจาก มีจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า 6 สาย แนวเริ่มจากแยกแคราย เชื่อมสายสีม่วง (เตาปูน-คลองบางไผ่) และสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) ไปตามแนวถนนงามวงศ์วาน เชื่อมกับสายสีแดง (บางซื่อ-รังสิต) ที่สถานีบางเขน ผ่านแยกเกษตร เชื่อมกับสายสีเขียว (หมอชิต-คูคต) ที่สถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แล้วไปตามแนวถนนเกษตร-นวมินทร์ (ประเสริฐมนูกิจ) ถนนนวมินทร์และสิ้นสุดบริเวณถนนรามคำแหง เชื่อมกับสายสีส้ม (ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี) และสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) บริเวณแยกลำสาลี ระยะทางรวม 21.5 กม. ประกอบด้วย 22 สถานีหรือ 1 กิโลเมตรต่อสถานี

ด้านนายชยธรรม์ พรหมศร รองผู้ อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและ จราจร (สนข.) กล่าวว่า กรณีที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์คัดค้านการก่อสร้างรถไฟฟ้าและทางด่วนตัดผ่านมหาวิทยาลัยนั้น สนข.จะเร่งหาข้อสรุปแนวเส้นทางว่าจะต้องตัดผ่านหรือเบี่ยงเส้นทางอ้อมไม่ให้ผ่านมหาวิทยาลัย อย่างไรก็ตามถ้าหากต้องอ้อมแนวเส้นทางนั้นตนมั่นใจว่าการเวนคืนพื้นที่จะไม่กระทบกรอบทำให้โครงการล่าช้าเนื่องจากเน้นแนวเส้นทางที่เป็นพื้นที่ กทม.เพื่อความสะดวกในการใช้สอยพื้นที่

ทั้งนี้ จำนวน 22 สถานี ประกอบไปด้วย 1.ศูนย์ราชการนนทบุรี ตรงข้ามไทยคม 2.งามวงศ์วาน ใกล้ ซ.งามวงศ์วาน 3 3.บัวขวัญ ตรงชุมชนวัดบัวขวัญ 4.แยกพงษ์เพชร 5.ชินเขต หน้า ซ.งามวงศ์วาน 43 6.บางเขน หน้าเรือนจำคลองเปรม 7.คุณหญิงอิศรา หน้า ม.เกษตรฯ 8.เกษตร ทางแยก 9.กรมยุทธโยธาทหารบก 10.ลาดปลาเค้า 39 11.ประเสริฐมนูกิจ 25 12.เสนานิเวศน์ 13.สตรีวิทยา 2 14.ประดิษฐ์มนูธรรม บริเวณจุดตัดทางด่วน 15.คลองลำเจียก จุดตัด ถ.ลำเจียก16.รามอินทรา-นวมินทร์ จุดตัดนวมินทร์ 17.นวลจันทร์ แยกซอยนวลจันทร์ 11 18.โพธิ์แก้ว บน ถ.นวมินทร์ตัด ถ.โพธิ์แก้ว 19.นวมินทร์ 73 20.แฮปปี้แลนด์ จุดตัดนวมินทร์กับแฮปปี้แลนด์ 21.การเคหะแห่งชาติ และ 22.ลำสาลี บริเวณแยกลำสาลี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้เข้าร่วมงานและประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลโดยเฉพาะเรื่องการพัฒนาและใช้ประโยชน์พื้นที่ตามแนวเส้นทาง อย่างไรก็ตามชาวบ้านส่วนมากได้คัดค้านการสร้างทางด่วนควบคู่รถไฟฟ้าเพราะมองว่าเป็นการทับซ้อนเส้นทางและมีความเสี่ยงด้านชีวิตและทรัพย์สินมากกว่าการสร้างรถไฟฟ้าอย่างเดียว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ดินตามแนวเส้นทางดังกล่าวได้รับความสนใจมากจากนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะย่านถนนเกษตร-นวมินทร์ ซึ่งมีโครงการที่พักอาศัยเกิดขึ้นมากมายอีกทั้งยังมีแผนจะพัฒนาเป็นอาคารศูนย์การประชุมและแสดงสินค้า อาคารสำนักงาน โรงแรม 200 ห้อง และที่จอดรถกว่า 2,000 คัน เช่นเดียวกับที่ดินตามแนวเส้นทางด่วนฉลองรัชหรือที่เรียกว่าพื้นที่เลียบทางด่วน (เลียบด่วน) ซึ่งมีโครงการที่พักอาศัยและห้างสรรพสินค้าชั้นนำมากมายทั้งเครือเซ็นทรัลกรุ๊ป และเครือเค.อี.แลนด์ผู้พัฒนาโครงการบ้านจัดสรร ห้างสรรพสินค้าคริสตัล พาร์คและคอมมิวนิตี้มอลล์ระดับไฮเอนด์อย่างเดอะ คริสตัลและซีดีซี อีกด้วย

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน