
อึ้ง!ปั่นหุ้นอินไซด์4กรณี/เดือน
ตลาดหลักทรัพย์แฉ จับหุ้นปั่น อินไซด์ 34 กรณีต่อเดือน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปี 2552 เหตุตลาดคึกวอลุมพุ่ง คอมมิชชันขั้นบันได กระตุ้นเก็งกำไรสูง
ตลาดหลักทรัพย์แฉ จับหุ้นปั่น อินไซด์ 34 กรณีต่อเดือน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปี 2552 เหตุตลาดคึกวอลุมพุ่ง คอมมิชชันขั้นบันได กระตุ้นเก็งกำไรสูง
นายศักรินทร์ ร่วมรังษี ผู้ช่วยผู้จัดการ สายงานกำกับตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ได้ตรวจสอบความเคลื่อนไหวซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ พบองค์ประกอบความผิดส่วนใหญ่จะมาจากการปั่นหุ้นและการใช้ข้อมูลภายในในการซื้อขายหุ้น (อินไซเดอร์เทรดดิง) ประมาณ 34 กรณีต่อเดือน และได้ส่งเรื่องต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อดำเนินการตรวจสอบต่อไป หนึ่งในนั้นมีกรณีการกระทำผิดเกี่ยวกับหุ้นบริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) หรือ SLC ด้วย
สำหรับจำนวนความผิดที่พบในปีนี้นับว่าเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนเล็กน้อย เป็นผลมาจากภาวะการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นทำให้ระดับการเก็งกำไรสูงขึ้นตาม
“ปีนี้เป็นปีแรกของการใช้ค่าธรรมเนียมซื้อขายหรือคอมมิชชันแบบขั้นบันได ทำให้ต้นทุนการลงทุนของผู้ลงทุนลดลง และจูงใจให้เกิดการเก็งกำไรเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะผู้ลงทุนขาใหญ่เพราะเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากคอมมิชชันขั้นบันได ดังจะเห็นได้ว่าสัดส่วนการซื้อขายของผู้ลงทุนรายบุคคลเพิ่มสูงเป็น 68% จากก่อนหน้านี้อยู่ในระดับ 50% เท่านั้น"
อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ ไม่ได้พุ่งเป้าไปยังกลุ่มผู้ลงทุนขาใหญ่หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นพิเศษ แต่จะเริ่มพิจารณาจากความเคลื่อนไหวทางด้านราคาและปริมาณการซื้อขายก่อน หากพบว่ามีความผิดปกติจึงจะเข้าไปตรวจสอบ เจาะจงไปที่ตัวบุคคล
นอกจากนี้ ระยะที่ผ่านมามีข่าวและส่งผลกระทบต่อการซื้อขายในตลาดหุ้น ทางตลาดหลักทรัพย์ได้มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นระยะๆ หากจะให้ข้อมูลที่มีผลกับราคาหุ้น ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงาน ก.ล.ต. เช่นล่าสุด กรณีมีข่าว ธปท.จะมีมาตรการสกัดค่าเงินอย่างไรหรือไม่ ซึ่งเข้าใจและเห็นใจหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะต้องชี้แจงเช่นกัน
นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กล่าวว่า จากการหารือล่าสุดกับสำนักงาน ก.ล.ต. ได้มีการมอบหมายให้บริษัทหลักทรัพย์ร่วมกันสอดส่องพฤติกรรมการซื้อขายที่ไม่เหมาะสม รวมถึงให้ป้องกันการเปิดบัญชีที่ไม่ได้มีเจตนาลงทุนอย่างจริงจัง และมีพฤติกรรมเข้ามาสร้างราคา โดยใช้ชื่อบุคคลอื่นในการเปิดบัญชี ซึ่งหลังจากนี้ ก.ล.ต.จะทยอยเรียก บล.เป็นกลุ่มๆ มาให้ข้อมูลต่อไป







