posttoday
ดวงจันทร์บังดาวหัวใจสิงห์

ดวงจันทร์บังดาวหัวใจสิงห์

20 กรกฎาคม 2560

วรเชษฐ์ บุญปลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เช้ามืดวันที่ 20 ก.ค. 2560 มีปรากฏการณ์ดวงจันทร์บังดาวอัลเดบารันในกลุ่มดาววัว ซึ่งหลายพื้นที่อาจไม่มีโอกาสเห็นเนื่องจากเช้าวันนั้นมีเมฆมากปกคลุมท้องฟ้าและมีฝนตกในบางพื้นที่ หัวค่ำวันอังคารที่ 25 ก.ค. 2560 ก็จะมีปรากฏการณ์ดวงจันทร์บังดาวหัวใจสิงห์ในกลุ่มดาวสิงโต ประเทศไทยสังเกตเห็นการบังได้เฉพาะในภาคใต้ตอนล่าง และเป็นช่วงที่ดาวพุธก็อยู่ใกล้ดวงจันทร์และดาวหัวใจสิงห์

วรเชษฐ์ บุญปลอด

สัปดาห์ที่ผ่านมา เช้ามืดวันที่ 20 ก.ค. 2560 มีปรากฏการณ์ดวงจันทร์บังดาวอัลเดบารันในกลุ่มดาววัว ซึ่งหลายพื้นที่อาจไม่มีโอกาสเห็นเนื่องจากเช้าวันนั้นมีเมฆมากปกคลุมท้องฟ้าและมีฝนตกในบางพื้นที่ หัวค่ำวันอังคารที่ 25 ก.ค. 2560 ก็จะมีปรากฏการณ์ดวงจันทร์บังดาวหัวใจสิงห์ในกลุ่มดาวสิงโต ประเทศไทยสังเกตเห็นการบังได้เฉพาะในภาคใต้ตอนล่าง และเป็นช่วงที่ดาวพุธก็อยู่ใกล้ดวงจันทร์และดาวหัวใจสิงห์

ดวงจันทร์เคลื่อนที่รอบโลกด้วยคาบประมาณ 27.3 วัน เมื่อเทียบกับดาวที่อยู่นิ่งบนท้องฟ้า หรือ 29.5 วัน เมื่อเทียบกับดวงอาทิตย์ การเคลื่อนที่ของดวงจันทร์ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า การบัง ซึ่งเกิดขึ้นเป็นประจำทุกวัน แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้รับความสนใจเนื่องจากดาวที่ถูกบังมีความสว่างน้อย จึงจำเป็นต้องสังเกตด้วยกล้อง โทรทรรศน์

ดาวหัวใจสิงห์หรือเรกูลัส (Regulus) ใน กลุ่มดาวสิงโตเป็นดาวสว่างอันดับต้นๆ หนึ่งใน 4 ดวง ที่อยู่ใกล้แนวระนาบการเคลื่อนที่ของ ดวงจันทร์รอบโลก ซึ่งทำมุมเอียงกับแนวสุริยวิถีหรือระนาบวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ประมาณ 5 องศา ดาวที่เหลืออีกสามดวงประกอบด้วย ดาวอัลเดบารันหรือดาวตาวัวในกลุ่มดาววัว ดาวรวงข้าวในกลุ่มดาวหญิงสาว และดาวแอนทาเรส หรือดาวปาริชาตในกลุ่มดาวแมงป่อง

วงโคจรของดวงจันทร์รอบโลกไม่คงที่ เปลี่ยน แปลงไปตลอดเวลา โดยจุดตัดระหว่างระนาบ วงโคจรของดวงจันทร์กับระนาบสุริยวิถีมีการเลื่อนไปรอบสุริยวิถีด้วยคาบประมาณ 18 ปี แนวเส้นทางโคจรของดวงจันทร์บนท้องฟ้าจึงเปลี่ยนไปอย่างช้าๆ ไม่ซ้ำแนวเดิม ดวงจันทร์จึงไม่บังดาวดวงเดิมได้ทุกเดือน มีเฉพาะบางช่วงปีที่ดวงจันทร์สามารถบังดาวดวงใดดวงหนึ่งได้

ขณะนี้ดาวหัวใจสิงห์มีโอกาสถูกดวงจันทร์ บังเฉพาะในช่วงปี 2559-2561 หลังจากนั้นจะเกิดอีกครั้งในช่วงปี 2568-2569 โดยระหว่างที่เกิดการบังแต่ละครั้ง ผู้สังเกตเฉพาะบางส่วนของ โลกเท่านั้นที่มีโอกาสเห็นได้ หากเกิดขึ้นในช่วงเวลากลางวันก็ไม่สามารถเห็นได้ และวันที่ 25 ก.ค. 2560 ก็เป็นครั้งเดียวที่ประเทศไทยมีโอกาสเห็นได้

การสังเกตดวงจันทร์บังดาวทำได้ดีหากตรงกับข้างขึ้น เนื่องจากขอบด้านมืดของดวงจันทร์จะเคลื่อนเข้าบังดาวก่อน หลังจากนั้นดาวดวงเดิมจะกลับมาปรากฏที่ขอบด้านสว่าง หากเป็นข้างแรมจะกลับกัน คือขอบด้านสว่างของดวงจันทร์จะเคลื่อนเข้าบังดาวก่อน หลังจากนั้นดาวจะกลับมาปรากฏที่ขอบด้านมืด

เวลาหัวค่ำหลังดวงอาทิตย์ตกของวันอังคารที่ 25 ก.ค. 2560 ดวงจันทร์ซึ่งสว่างเป็นเสี้ยว ข้างขึ้นจะเข้าบังดาวหัวใจสิงห์ในกลุ่มดาวสิงโต ประเทศไทยมีโอกาสเห็นได้เฉพาะในตอนล่าง ของภาคใต้ ส่วนภาคอื่นๆ แม้ไม่เห็นการบัง แต่สามารถสังเกตเห็นจันทร์เสี้ยวอยู่ใกล้ดาวหัวใจสิงห์ นอกจากนี้ ดาวพุธก็ปรากฏอยู่ใกล้กันอีกด้วย

แนวเส้นที่เป็นขอบเขตด้านทิศเหนือของ การบังในวันนี้พาดผ่านบริเวณตอนใต้ของ อ.เมืองระนอง ลากไปถึงตอนเหนือของ อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช คนที่อยู่บริเวณใต้แนวเส้นนี้เท่านั้นที่มีโอกาสเห็นการบัง

หากสังเกตจากบริเวณ จ.สงขลา การบังเริ่มเวลา 18.52 น. ขณะนั้นดวงจันทร์อยู่สูงเหนือ ขอบฟ้าทิศตะวันตกที่มุมเงยประมาณ 21 องศา ดาวหัวใจสิงห์ปรากฏอยู่ใกล้ขอบด้านมืดของ ดวงจันทร์ ค่อนไปทางปลายเสี้ยวด้านขวามือของดวงจันทร์ แต่ขณะนั้นท้องฟ้ายังไม่มืดดีนัก จึง อาจต้องใช้กล้องสองตาหรือกล้องโทรทรรศน์ในการสังเกต การบังสิ้นสุดในเวลา 19.18 น. เมื่อดาวหัวใจสิงห์กลับมาปรากฏที่ขอบด้านสว่าง เวลานั้นดวงจันทร์อยู่สูงเหนือขอบฟ้า 15 องศา นอก จากนี้ เรายังจะเห็นดาวพุธซึ่งสว่างกว่าดาวหัวใจสิงห์มีตำแหน่งอยู่ต่ำกว่าดวงจันทร์ที่ระยะห่าง ไม่ถึงหนึ่งองศา

เวลาเริ่มและสิ้นสุดการบังสำหรับ อ.เมือง ของจังหวัดอื่นๆ แตกต่างจากนี้เล็กน้อย ตัวอย่างเช่น นครศรีธรรมราช เริ่มเวลา 18.55 น. สิ้นสุดเวลา 19.12 น. สุราษฎร์ธานี เริ่มเวลา 18.57 น. สิ้นสุดเวลา 19.08 น.

สำหรับผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ และบริเวณอื่นนอกแนวการบัง แม้จะไม่เห็นดวงจันทร์บังดาวหัวใจสิงห์ แต่หากท้องฟ้าเปิดก็ยังจะเห็นจันทร์เสี้ยวปรากฏอยู่ระหว่างดาวหัวใจสิงห์กับดาวพุธ โดยสามารถสังเกตได้จนกระทั่งดวงจันทร์ใกล้ตกลับขอบฟ้า ซึ่งที่กรุงเทพฯ ดวงจันทร์จะลับขอบฟ้าในเวลาประมาณ 20.31 น. (ดวงจันทร์อาจหายไปจากท้องฟ้าก่อนหน้านั้นเนื่องจากถูกบังโดยเมฆหมอกใกล้ขอบฟ้า)

หลังจากวันนี้ ไม่มีปรากฏการณ์ดวงจันทร์ บังดาวสว่างที่เห็นได้จากประเทศไทยไปอีกนานหลายปี โดยคืนวันที่ 17 เม.ย. 2564 จะมีปรากฏการณ์ดวงจันทร์บังดาวอังคาร และคืนวันที่ 24 มี.ค. 2566 จะเห็นดวงจันทร์บังดาวศุกร์ ทั้งสองครั้งสามารถสังเกตเห็นได้ทั่วประเทศไทย

ปรากฏการณ์ท้องฟ้า (23-30 ก.ค.)

ดาวพุธ ดาวพฤหัสบดี และดาวเสาร์ อยู่บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำ ดาวพฤหัสบดีซึ่งสว่างที่สุดในสามดวงนี้ปรากฏอยู่ในกลุ่มดาวหญิงสาว เริ่มเห็นเมื่ออยู่สูงบนท้องฟ้าทิศตะวันตกเฉียงใต้ จากนั้นตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตกในเวลา 5 ทุ่ม ดาวเสาร์อยู่ในกลุ่มดาวคนแบกงู ซึ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งคั่นอยู่ระหว่างกลุ่มดาวแมงป่องกับคนยิงธนู เวลาหัวค่ำดาวเสาร์อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ จากนั้นเคลื่อนสูงขึ้นถึงจุดสูงสุดบนท้องฟ้าด้านทิศใต้ในเวลา 3 ทุ่มครึ่ง สังเกตได้จนกระทั่งตกลับ ขอบฟ้าในเวลาตี 3

ดาวพุธอยู่ในกลุ่มดาวสิงโต ใกล้ดาวหัวใจสิงห์ซึ่งเป็นดาวสว่างที่สุดในกลุ่มดาวนี้ วันที่ 30 ก.ค. ดาวพุธจะทำมุมห่างดวงอาทิตย์ที่สุด ช่วงสัปดาห์นี้ ถึงสัปดาห์หน้าจึงเป็นช่วงที่สังเกตดาวพุธได้ดีที่สุด โดยเริ่มเห็นในเวลาพลบค่ำเมื่อดาวพุธอยู่เหนือขอบฟ้าทิศตะวันตก จากนั้นตกลับขอบฟ้าในเวลาประมาณ 2 ทุ่มครึ่ง

ดาวศุกร์เป็นดาวเคราะห์สว่างดวงเดียวบนท้องฟ้ายามใกล้รุ่ง ปรากฏอยู่ในกลุ่มดาววัว ขึ้นเหนือขอบฟ้าทิศตะวันออกในเวลาหลังตี 3 เมื่อท้องฟ้าเริ่มสว่างในเวลาตี 5 ดาวศุกร์จะเคลื่อน สูงขึ้นไปที่มุมเงยประมาณ 25 องศา

จันทร์ดับในวันที่ 23 ก.ค. หลังจากนั้นเข้าสู่ข้างขึ้น มองเห็นดวงจันทร์อยู่บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำของทุกวัน ดวงจันทร์ผ่านใกล้ดาวพุธและดาวหัวใจสิงห์ในคืนวันที่ 25 ก.ค. เกิดการบังเห็นได้เฉพาะภาคใต้ วันที่ 28 ก.ค. ดวงจันทร์เคลื่อนไปอยู่ใกล้ดาวพฤหัสบดีที่ระยะห่าง 6 องศา วันถัดไปผ่านใกล้ดาวรวงข้าวในกลุ่มดาวหญิงสาวที่ระยะ 6 องศา จากนั้นสว่างครึ่งดวงในวันที่ 30 ก.ค.

สถานีอวกาศนานาชาติซึ่งโคจรรอบโลกที่ความสูงประมาณ 400 กิโลเมตร ปรากฏให้เห็นได้ด้วยตาเปล่าเมื่อแสงอาทิตย์ตกกระทบ โดยมีลักษณะเป็นดาวสว่างเคลื่อนที่บนท้องฟ้า สัปดาห์นี้มีโอกาสเห็นได้หลายครั้ง ที่น่าสนใจมีดังนี้ เช้ามืดวันอังคารที่ 25 ก.ค. 2560 กรุงเทพฯ และบริเวณใกล้เคียงเห็นสถานีอวกาศเริ่มปรากฏใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันตกเฉียงเหนือในเวลา 05.29 น. จากนั้นเคลื่อนสูงขึ้นไปทางซ้าย ผ่านจุดสูงสุดทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ในเวลา 05.32 น. ที่มุมเงย 63 องศา จากนั้นเคลื่อนต่ำลงจนสิ้นสุดการ มองเห็นใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันออกเฉียงใต้ในเวลา 05.35 น.

เช้ามืดวันพุธที่ 26 ก.ค. 2560 สถานีอวกาศเริ่มปรากฏใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ในเวลา 04.37 น. จากนั้นเคลื่อนสูงขึ้นไปทาง ขวา ผ่านจุดสูงสุดทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ในเวลา 04.40 น. ที่มุมเงย 42 องศา สิ้นสุดการ มองเห็นใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันออกเฉียงใต้ในเวลา 04.43 น.

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” เผย ไม่ทิ้งรถยนต์สันดาป หนุน SME อยู่ในระบบซัพพลายเชน

“วราวุธ” เผย ไม่ทิ้งรถยนต์สันดาป หนุน SME อยู่ในระบบซัพพลายเชน