posttoday
การปรับตัวของกฟผ. กับพลังงานทดแทน (จบ)

การปรับตัวของกฟผ. กับพลังงานทดแทน (จบ)

19 กรกฎาคม 2560

วิมลพรรณ ปีตธวัชชัยในขณะที่ตลาดสำหรับยานยนต์ไฟฟ้ายังมีอุปสรรคอยู่มากเนื่องจากรถ EV(อีวี) ยังมีราคาแพง อีกทั้งสถานีไฟฟ้าก็ยังไม่แพร่หลาย ต้องใช้เวลาชาร์จไฟฟ้านาน ไม่สะดวกในการใช้วิ่งระยะทางไกล และหากมีการชาร์จไฟพร้อมกันในแหล่งที่อยู่อาศัยอย่างเดียวกันก็อาจจะส่งผลต่อระบบไฟฟ้า อาจทำให้ไฟฟ้าตกหรือไฟฟ้าดับด้วย

วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย

ในขณะที่ตลาดสำหรับยานยนต์ไฟฟ้ายังมีอุปสรรคอยู่มากเนื่องจากรถ EV(อีวี) ยังมีราคาแพง อีกทั้งสถานีไฟฟ้าก็ยังไม่แพร่หลาย ต้องใช้เวลาชาร์จไฟฟ้านาน ไม่สะดวกในการใช้วิ่งระยะทางไกล และหากมีการชาร์จไฟพร้อมกันในแหล่งที่อยู่อาศัยอย่างเดียวกันก็อาจจะส่งผลต่อระบบไฟฟ้า อาจทำให้ไฟฟ้าตกหรือไฟฟ้าดับด้วย

แม้แนวทางการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าของโฟล์คสวาเกน ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของยุโรป ที่ตั้งเป้าการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศเยอรมนีให้ได้ร้อยละ 50 ภายในปี 2573 แต่ถึงกระนั้นโฟล์คสวาเกนยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และหาหนทางที่จะช่วยเสริมให้รถอีวีตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างครบถ้วน อีกทั้งยังต้องกำหนดยุทธศาสตร์ระบบโครงข่ายสถานีชาร์จรถอีวีที่เหมาะสมต่อการใช้งานเพื่อปลดเปลื้องอุปสรรคการพัฒนาและส่งเสริมตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศเยอรมนีต่อไป

สำหรับประเทศไทยแนวคิดการผลักดันยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในภาคการขนส่ง ตามเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของไทย ซึ่งต้องปฏิบัติตามข้อตกลงจากการประชุม COP 21 ณ ปารีส นั้น กฟผ.ได้ดำเนินการศึกษาร่วมกับ สวทช.ในการดัดแปลงรถยนต์ใช้แล้วให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้า ลดการพึ่งพาการนำเข้ายานยนต์ไฟฟ้าจากต่างประเทศก็กำลังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง

ส่วนแนวคิดติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคารถเพื่อผลิตไฟฟ้านำมาขับเคลื่อนรถอีวีนั้น ทางโฟล์คไม่สนับสนุนและไม่คิดที่จะทำเพราะเท่ากับเป็นการบังคับให้ต้องเอารถไปตากแดดแทนที่จะจอดในร่ม อีกทั้งแผงโซลาร์ยังมีราคาแพงไม่คุ้มเมื่อเทียบกับการชาร์จไฟจากระบบหรือเทียบกับรถที่เติมน้ำมัน

แนวคิดเรื่อง Smart City เป็นส่วนสำคัญของการพัฒนา Smart Grid จึงเป็นโอกาสอันดีที่คณะดูงานได้เข้าเยี่ยมชม Royal Seaport ของกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ซึ่งใช้หลักการพัฒนาเมืองด้วยคอนเซ็ปต์ Smart City อย่างเต็มรูปแบบ

กรุงสตอกโฮล์ม เมืองหลวงของประเทศสวีเดน ประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่ 14 เกาะ ล้อมรอบด้วยทะเลบอลติกอันกว้างใหญ่ พลังงานไฟฟ้าที่ใช้ในประเทศสวีเดน ส่วนใหญ่มาจากพลังน้ำเป็นหลัก รองลงมาเป็นนิวเคลียร์ ลม น้ำมัน ชีวมวล ก๊าซ ถ่านหิน และพลังงานแสงอาทิตย์ ตามลำดับ โดยมีอัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ย 7.07 บาท/หน่วย

การพัฒนาโครงการ Royal Seaport เริ่มต้นในปี ค.ศ. 2000 จากแนวคิดที่มุ่งเน้นการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม โดยมีวิสัยทัศน์ที่จะสร้างชุมชนให้เกิดความผาสุก ทั้งด้านสวัสดิการพื้นฐาน รายได้ที่ยั่งยืน และการอยู่ร่วมกันของคนและสิ่งแวดล้อม โดยเทศบาลเมืองสตอกโฮล์มใช้งบประมาณเพื่อการพัฒนาโครงการนี้ (ณ เมื่อสิ้นปี ค.ศ. 2014) รวมทั้งสิ้น 21 พันล้านโครนา (84 พันล้านบาท)

แนวคิดดังกล่าวมาจากการที่วิถีชีวิตผู้คนในปัจจุบันมุ่งใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดไปเพื่อตอบสนองความต้องการที่เกินกำลังผลิต ตลอดจนการขาดความรู้ในการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้นโครงการ Royal Seaport จึงนำเสนอชุมชนต้นแบบและรูปแบบการดำเนินชีวิตแบบใหม่ที่ส่งผลด้านบวกแก่ผู้อยู่อาศัยและ สิ่งแวดล้อมในระยะยาว

โครงการ Royal Seaport ใช้ประโยชน์สูงสุดของสภาพอากาศในพื้นที่หลากหลายมิติ จากการที่สตอกโฮล์มมีปริมาณฝนและหิมะ เป็นแหล่งน้ำจืดให้ใช้ประโยชน์ได้เกือบตลอดปี โดยการพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำและบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ครัวเรือนและธุรกิจสามารถลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้

การออกแบบพื้นที่โครงการที่มุ่งเน้นรักษาและเพิ่มพื้นที่สีเขียว ส่งเสริมให้ระบบนิเวศเข้าสู่สมดุล ลดมลภาวะในชุมชน เสริมสร้างความสุขแก่ผู้อยู่อาศัยในโครงการ

โครงการยังดำเนินการภายใต้หลักการประหยัดพลังงานและพลังงานทางเลือกที่สะอาด รวมถึงการรีไซเคิลในทุกมิติ โดยอบรมให้คนในชุมชนตระหนักและเลือกใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เสริมด้วยแนวทางปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและสถานีชาร์จไฟ โครงการ Green Energy ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ พร้อมมูล การแยกขยะในชุมชนเพื่อทำพลังงานชีวภาพ เป็นต้น

ด้านสังคม หลักการพัฒนาโครงการเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนในชุมชน ภายใต้หลักการ Compact Community โดยกำหนดและออกแบบให้ที่อยู่อาศัย โรงเรียน ร้านค้า โรงพยาบาล ศูนย์ซ่อมบำรุง สำนักงาน ออฟฟิศ ศูนย์ประชุมขนาดกลาง พื้นที่จัดกิจกรรมทั้งอินดอร์และเอาต์ดอร์ รวมอยู่ในพื้นที่โครงการ สร้างความสะดวกในการเดินทางด้วยระบบขนส่งที่เชื่อมต่อเส้นทางทั้งภายในและภายนอกโครงการ สาธารณูปโภคพื้นฐานอื่นๆ ที่ครบครัน เพื่อให้คนในชุมชนมีความเป็นอยู่ที่สุขสบายและดำเนินชีวิตอย่างมีคุณภาพ

โครงการมีแหล่งเรียนรู้และวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ พลังงานและสิ่งแวดล้อม เพื่อบูรณาการให้เกิดความรู้ความเข้าใจและใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อันจะนำไปสู่การเป็นชุมชนต้นแบบเพื่อขยายแนวคิดดังกล่าวออกไปยังสังคมโลก ก่อให้เกิดความยั่งยืนอย่างแท้จริง

การบริหารจัดการระบบไฟฟ้า ใน Royal Seaport บนแนวคิดหลัก 6 ด้าน คือ

1) การอนุรักษ์และประหยัดพลังงาน ลดความต้องการใช้ไฟฟ้า ส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการติดตั้งระบบอัตโนมัติตามบ้านเรือน เป็นต้น

2) การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน เช่น ติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคา และกังหันไฟฟ้าผลิตพลังงานจากลม

3) การลด CO2 จากการคมนาคม โดยการใช้รถไฟฟ้าและติดตั้งสถานีชาร์จไฟยังพื้นที่ส่วนกลาง

4) ระบบกักเก็บพลังงาน

5) การลด CO2 ของเรือที่เข้าเทียบท่า โดยให้เรือที่เข้าเทียบใช้พลังงานไฟฟ้าจากตัวท่า แทนการเดินเครื่องเรือซึ่งใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง

6) เพิ่มประสิทธิภาพและความมั่นคงสถานีจ่ายไฟฟ้า

7) การเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูล

การบริหารจัดการดังกล่าวใช้เวลาตั้งแต่ปี 2010 จนถึงปี 2030 จึงจะแล้วเสร็จ เพื่อให้ Royal Seaport เป็น Smart City ได้อย่างสมบูรณ์ กระนั้นก็ต้องใช้เงินลงทุนดำเนินการจำนวนมหาศาล

สำหรับประเทศไทยควรประยุกต์ใช้แนวคิด Smart City ในพื้นที่ที่มีความพร้อม ด้วยการวางแผนงานที่ครบถ้วน ครอบคลุม จัดสรรงบประมาณอย่างพอเพียง เริ่มจากชุมชนเริ่มต้นก่อนขยายผลความสำเร็จออกสู่พื้นที่ที่สนใจ ซึ่ง กฟผ.ก็ได้มีโครงการ Eco Plus บนพื้นที่ 300 ไร่ ณ สำนักงานใหญ่ของ กฟผ.บางกรวย และ Smart Grid ที่ จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งคาดจะแล้วเสร็จในปี 2561

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน