
บาทแข็งกดกำไรบจ.
บาทแข็งทุบกำไรหุ้นส่งออก ทุกๆ 1 บาทจะทำให้กำไรลดลงประมาณ 5%
บาทแข็งทุบกำไรหุ้นส่งออก ทุกๆ 1 บาทจะทำให้กำไรลดลงประมาณ 5%
ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วล่าสุดที่ 33.66 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทำสถิติสูงสุดรอบ 25 เดือน ค่าเงินบาทปัจจุบันแข็งค่าเกินสมมติฐานที่หลายสำนักวิจัยได้ประเมินไว้ว่า ปีนี้จะอยู่ที่ 35 บาท/ดอลลาร์
ทั้งนี้ บริษัท หลักทรัพย์เอเซีย พลัส ระบุว่า ค่าเงินโลกยังคงผันผวนหลังตลาดโลกคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ 1 ครั้ง จากที่เหลืออีก 4 ครั้งในปีนี้ สิ้นปีดอกเบี้ยสหรัฐจะอยู่ที่ 1.5% ขณะที่นโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ดูยังไม่ประสบความสำเร็จทำให้ค่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่าลงต่ำสุดในรอบ 10 เดือน ขณะที่ค่าเงินประเทศเอเชีย แข็งค่ารวมถึงเงินบาท ล่าสุดแตะที่ 33.58 บาท/ดอลลาร์ นับจากต้นปีค่าเงินบาทเฉลี่ยอยู่ที่ 34.3 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่ากว่าสมมติฐานเฉลี่ยปีนี้ ที่คาดไว้ที่ 35 บาท/ดอลลาร์ หากเงินบาทยังแข็งค่าต่อเนื่องจะกระทบต่อกำไรหุ้นกลุ่มส่งออก เช่น กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มเกษตร อาหารและยางพาราตั้งแต่ไตรมาส 2 และ 3 ปีนี้
สำหรับกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เงินบาทแข็งค่า 1 บาท ทำให้คาดการณ์กำไรลดลง 5.8% เช่น ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส (HANA) ทุก 1 บาทที่แข็งค่ากำไรจะลดลง 6.2% บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) (DELTA) กำไรลดลง 5.7% บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ (KCE) กำไรลดลง 5.5% และสุดท้าย เอสวีไอ (SVI) กำไรลดลง 5.2%
นอกจากนี้ กลุ่มเกษตรและอาหารพบว่าค่าเงินที่แข็งค่าทุกๆ 1 บาท ทำให้กำไรลดลง 4.4% คือ ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี (STA) กำไรสุทธิลดลง 7.2% น้ำตาลขอนแก่น (KSL) 6.7% บริษัท ไทย ยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) กำไรสุทธิลดลง 5.5% เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) กำไรสุทธิ ลดลง 4.9% จีเอฟพีที (GFPT) กำไรสุทธิลดลง 2.4%







