
กอบกู้มนุษยธรรม
เหตุการณ์ฆ่าทั้งครอบครัว ทำให้มีผู้เสียชีวิต 8 คน และบาดเจ็บอีก 3 คน ในพื้นที่ ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ไม่สมควรที่จะเกิดขึ้นไม่ว่าที่ใดในโลก การฆ่าคนตายนั้นผิดทั้งกฎหมายและศีลธรรม แม้สมมติฐานทางคดีจะไปในทางว่าผู้ก่อเหตุมีความแค้นส่วนตัวต่อเจ้าของบ้านหัวหน้าครอบครัวซึ่งเป็นแรงจูงใจสูงให้ก่อเหตุอย่างโหดเหี้ยม แต่การฆ่าและพยายามฆ่าบุคคลอื่นๆ อีก 10 คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีเด็กอยู่ด้วยถึง 3 คนนั้น ถือเป็นการฆ่าผู้บริสุทธิ์ ซึ่งในทางศีลธรรมไม่ว่าศาสนาหรือความเชื่อถือใดก็ล้วนถือเป็นข้อห้าม และเป็นความผิดอย่างมหันต์
เหตุการณ์ฆ่าทั้งครอบครัว ทำให้มีผู้เสียชีวิต 8 คน และบาดเจ็บอีก 3 คน ในพื้นที่ ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ไม่สมควรที่จะเกิดขึ้นไม่ว่าที่ใดในโลก การฆ่าคนตายนั้นผิดทั้งกฎหมายและศีลธรรม แม้สมมติฐานทางคดีจะไปในทางว่าผู้ก่อเหตุมีความแค้นส่วนตัวต่อเจ้าของบ้านหัวหน้าครอบครัวซึ่งเป็นแรงจูงใจสูงให้ก่อเหตุอย่างโหดเหี้ยม แต่การฆ่าและพยายามฆ่าบุคคลอื่นๆ อีก 10 คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีเด็กอยู่ด้วยถึง 3 คนนั้น ถือเป็นการฆ่าผู้บริสุทธิ์ ซึ่งในทางศีลธรรมไม่ว่าศาสนาหรือความเชื่อถือใดก็ล้วนถือเป็นข้อห้าม และเป็นความผิดอย่างมหันต์
ประเด็นความอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญของเหตุการณ์นี้ นอกเหนือจากผู้เคราะห์ร้ายในเหตุการณ์ทั้ง 11 คนนี้แล้ว ต้องถือว่าสังคมก็ถูกทำร้ายอย่างสาหัสและรุนแรงเช่นเดียวกัน เพราะการก่อเหตุอย่างเหี้ยมโหด ไม่เกรงกลัวกฎหมายและคำนึงถึงหลักศีลธรรมใดๆ เป็นการสั่นคลอนความเชื่อมั่นในบรรทัดฐานทางสังคมและศีลธรรมอย่างหนักหน่วง
การละเมิดบรรทัดฐานทางสังคม ฝ่าฝืนกฎหมาย ละเมิดสิทธิในชีวิต เสรีภาพ บังคับทรมาน ฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในความปลอดภัยต่อชีวิตและสวัสดิภาพของคนในสังคมอย่างรุนแรง
และการละเมิดบรรทัดฐานทางศีลธรรม ด้วยพฤติกรรมก่อเหตุที่โหดเหี้ยม รุนแรง ข่มขู่ บังคับจิตใจ ควบคุม กักขังคนในบ้าน 11 คน และค่อยๆ สังหารทีละคน ส่อถึงเจตนาที่เต็มไปด้วยอกุศลกรรม โดยไม่นำพาต่อมนุษยธรรม ศีลธรรมแต่อย่างใด
นอกจากการประณามผู้ก่อเหตุในคดีนี้ว่าไร้มนุษยธรรม ฆ่าได้แม้แต่ผู้บริสุทธิ์และเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ 3 คน มีพฤติกรรมโหดเหี้ยมโดยไม่นำพาต่อศีลธรรม กลไกสังคมทุกส่วนยังมีหน้าที่สำคัญที่จะต้องร่วมกันกอบกู้ความเชื่อมั่นทางสังคมและศีลธรรมให้กลับคืนมา
ตำรวจถือเป็นกลไกแรกที่จะต้องสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีให้เกิดความกระจ่าง นำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งโดยหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรมนั้น การพิสูจน์ความผิด และลงโทษผู้กระทำผิด เป็นเพียงหน้าที่ส่วนหนึ่งเท่านั้น
จริงอยู่ที่ถึงที่สุดแล้ว กระบวนการยุติธรรมต้องลงโทษผู้กระทำผิด บทลงโทษต่อความผิดครั้งนี้อาจรุนแรง แต่การลงโทษโดยกระบวนการยุติธรรมนั้นมิใช่การแก้แค้นผู้กระทำผิดแทนสังคม ในอีกด้านหนึ่งการลงโทษผู้กระทำผิดกลับเป็นการป้องกันและเยียวยา
บทลงโทษจะป้องกัน เพื่อให้เกิดความเกรงกลัวต่อโทษ และเคารพต่อกฎหมาย อันเป็นการยับยั้งมิให้ในอนาคตนั้นมีการกระทำผิดเช่นนี้ขึ้นมาอีก
ขณะเดียวกันการลงโทษผู้กระทำผิดก็เป็นการเยียวยาสังคม เยียวยาความหวาดกลัว ให้สังคมได้มั่นใจในบรรทัดฐาน กฎ กติกา ที่จะรักษาความสงบสุข ปกป้องสิทธิเสรีภาพให้คงอยู่
คดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญครั้งนี้ จะเป็นโอกาสให้กระบวนการยุติธรรมได้มอบบทเรียนและความเชื่อมั่นให้กับสังคม เป็นโอกาสที่จะกอบกู้ความเชื่อมั่นต่อบรรทัดฐานทางสังคมและศีลธรรมให้ดำรงอยู่ ให้กฎหมายได้รับความเคารพ ยำเกรง ให้ศีลธรรมเป็นสิ่งยับยั้งการกระทำผิด เพื่อธำรงสังคมและมนุษยธรรมสืบไป
ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกกลไก ทุกองคาพยพในกระบวนการยุติธรรม จะต้องร่วมกันคลี่คลายคดีนี้ให้กระจ่าง n







