posttoday
ค้าออนไลน์ข้ามพรมแดน วิกฤต โอกาส และความท้าทาย

ค้าออนไลน์ข้ามพรมแดน วิกฤต โอกาส และความท้าทาย

02 กรกฎาคม 2560

ธนาวัฒน์ มาลาบุปผาไม่น่าแปลกใจนักที่ Cross-border e-Commerce หรือ "การซื้อการขายสินค้าผ่านระบบอี-คอมเมิร์ซข้ามพรมแดน" กำลังดึงดูดสายตานักช็อป ทั่วโลก เนื่องจากสินค้าที่มีให้เลือกมากมาย นักช็อป สามารถเปรียบเทียบราคา และหาสินค้าราคาถูกได้อย่างไม่ยากเย็น ที่ทำให้อี-คอมเมิร์ซข้ามพรมแดนกลายเป็นที่นิยมสำหรับผู้ซื้อและผู้ขายไปพร้อมๆ กัน ลองมาดูตัวเลขที่ช่วยยืนยันความร้อนแรงของอี-คอมเมิร์ซข้ามพรมแดนกันครับ

ธนาวัฒน์ มาลาบุปผา

ไม่น่าแปลกใจนักที่ Cross-border e-Commerce หรือ "การซื้อการขายสินค้าผ่านระบบอี-คอมเมิร์ซข้ามพรมแดน" กำลังดึงดูดสายตานักช็อป ทั่วโลก เนื่องจากสินค้าที่มีให้เลือกมากมาย นักช็อป สามารถเปรียบเทียบราคา และหาสินค้าราคาถูกได้อย่างไม่ยากเย็น ที่ทำให้อี-คอมเมิร์ซข้ามพรมแดนกลายเป็นที่นิยมสำหรับผู้ซื้อและผู้ขายไปพร้อมๆ กัน ลองมาดูตัวเลขที่ช่วยยืนยันความร้อนแรงของอี-คอมเมิร์ซข้ามพรมแดนกันครับ

o Ipsos และ Paypal ได้จับอันดับ สุดยอดสินค้าขายดีที่มีการค้าข้ามพรมแดนมากที่สุดประจำปี 2016 นั่นคือ เสื้อผ้าและ เครื่องนุ่งห่มสัดส่วน 46% ตามมาด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 29%

o ประเทศที่เป็นปลายทางอันดับหนึ่ง ในการค้าข้ามพรมแดน จากการจัดอันดับของ Ipsos และ Paypal ได้แก่ ประเทศจีน สัดส่วน 21% ตามด้วยสหรัฐ 17% และสหราชอาณาจักร 13%

o Forrester Research คาดการณ์ว่า ภายในปี 2021 ยอดการซื้อขายจาก Cross- border e-Commerce ในระดับ B2C จะมี แนวโน้มการเติบโตอยู่ที่ 4.24 ล้านดอลลาร์ สหรัฐ หากเป็นเช่นนั้นจริง การค้าข้ามพรมแดนจะมียอดการซื้อขายสูงถึง 15% จากธุรกิจอี-คอมเมิร์ซทั้งหมด

3 ข้อควรระวังก่อนเริ่มทำการค้าข้าม พรมแดน

1.กฎหมายและข้อจำกัดในการซื้อขาย แต่ละประเทศมีสิ่งที่ทำได้และข้อห้ามเกี่ยวกับ การซื้อขายสินค้าแตกต่างกัน รวมถึงเรื่อง ภาษีและการคุ้มครองผู้บริโภค เช่น หากเรา กำลังจะขายอาหารให้กับประเทศ A ที่เรียก ร้องให้ผู้ผลิตแจกแจงส่วนผสม คุณค่าทาง โภชนาการ และวันที่ผลิตลงในบรรจุภัณฑ์ ถ้าหากสินค้าของเราไม่ระบุข้อมูลเหล่านั้นลงไป แต่ยังพยายามขายก็แสดงว่าเรา ละเมิดกฎหมายในประเทศดังกล่าว

ภาษีศุลกากรก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งครับที่สำคัญอย่างยิ่งในการทำการค้าข้ามพรมแดน โดยเฉพาะช่วงนี้ที่มีข่าวเรื่อง การจัดเก็บภาษีจากอี-คอมเมิร์ซมาเป็นระยะๆ ซึ่งสินค้าที่นำเข้ามาหากราคาไม่เกิน 1,500 บาท ก็จะได้รับยกเว้นภาษี ทำให้การค้าข้ามพรมแดนในปัจจุบันสะดวกและง่ายดายขึ้นมาก จะว่าไปก็ดูไม่เป็นธรรมกับผู้ประกอบการท้องถิ่นเหมือนกันนะครับ ก็ต้องรอความชัดเจนของกฎหมายที่จะสร้างความยุติธรรมให้กับ ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย

2.ช่องทางการจ่ายเงิน ข้อมูลจากเว็บไซต์ Pitneybowes.com เปิดเผยว่า ชาวสเปนชำระสินค้าออนไลน์ผ่านบัตรวีซ่าและมาสเตอร์การ์ดคิดเป็นสัดส่วน 100% ส่วนชาวฝรั่งเศสกว่า 60% มักจะชำระผ่านบัตร American Express นี่คือ อีกหนึ่งเรื่องครับที่เราจำเป็นต้องศึกษา พฤติกรรมการชำระเงินของผู้บริโภคประเทศต่างๆ เพื่อรองรับพฤติกรรมการจ่ายเงินของผู้บริโภคที่แตกต่างกันไป

3.ค่าใช้จ่ายด้านการขนส่ง การขนส่ง ถือเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับธุรกิจอี-คอมเมิร์ซไม่ว่าจะต้นทุน ค่าดำเนินการขนส่ง และความน่าเชื่อถือของแบรนด์ ดังนั้น ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซจึงจำเป็นต้องมีบริษัทโลจิสติกส์ที่น่าเชื่อถือเพื่อส่งเสริมธุรกิจของเรา

ความท้าทายของผู้ประกอบการในสงครามการค้าข้ามพรมแดนครั้งนี้ก็คือ การที่ผู้ขายสามารถขายสินค้าให้ผู้ซื้อได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง ทำให้สินค้าจากนานาประเทศเข้ามาในไทยง่ายและมากขึ้น ตรงนี้เป็นเรื่องที่ผมเป็นห่วงผู้ประกอบการไทยที่ต้องแบกภาระและหาหนทางต่อสู้คู่แข่งขันจากต่างประเทศ ในทางกลับกันผู้ประกอบการที่กำลังตัดสินใจ ทำการค้าข้ามพรมแดนจะต้องหาวิธีบริหารจัดการภาษีศุลกากร เพื่อให้ได้กำไรและสามารถแข่งขันในตลาดได้ครับ

ในโลกไร้พรมแดนเช่นนี้ ผมอยากให้ ลองมองหาโอกาสในการทำธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ ที่อาจซ่อนอยู่ในวิกฤตเป็นอีกความท้าทายที่ผู้ประกอบการต้องก้าวผ่านไปให้ได้ครับ n

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่