
ไมเนอร์ลุยผุดโรงแรม6แห่ง
นายดิลลิป ราชากาเรีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไมเนอร์ โฮเทลส์ กรุ๊ป เปิดเผยว่า บริษัทมั่นใจลงทุนในไทยต่อเนื่องเพราะรู้จักตลาดดี แม้มีความท้าทายแต่เมื่อเทียบกับสถานการณ์ในประเทศอื่น ไทยถือว่ารับมือความท้าทายได้แข็งแกร่งและการท่องเที่ยวไทยยังโตต่อเนื่อง
นายดิลลิป ราชากาเรีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไมเนอร์ โฮเทลส์ กรุ๊ป เปิดเผยว่า บริษัทมั่นใจลงทุนในไทยต่อเนื่องเพราะรู้จักตลาดดี แม้มีความท้าทายแต่เมื่อเทียบกับสถานการณ์ในประเทศอื่น ไทยถือว่ารับมือความท้าทายได้แข็งแกร่งและการท่องเที่ยวไทยยังโตต่อเนื่อง
ไมเนอร์เดินหน้าลงทุนทั้งในต่างประเทศและในไทย กางแผน 4 ปี ทุ่ม 3,500 ล้าน ผุดโรงแรม 6 แห่ง
อย่างไรก็ตาม ไมเนอร์ได้ตั้งเป้าโตอย่างรวดเร็วจากการขยายธุรกิจใน ต่างประเทศด้วย โดยอยู่ระหว่างเจรจาซื้อกิจการโรงแรมแบบที่เคยไปซื้อทิโวลี โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ทส์ จากยุโรป ซึ่งหากแบรนด์โรงแรมที่ไปซื้อแข็งแกร่งอยู่แล้วเหมือนทิโวลี ก็จะไม่เปลี่ยนเป็นแบรนด์ของอนันตรา แต่จะใช้แบรนด์เดิมในการขยายตลาดต่อไป
สำหรับในปี 2560-2563 ไมเนอร์จะลงทุนโรงแรมเอง 6 แห่ง มูลค่าลงทุน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3,500 ล้านบาท ได้แก่ โอ๊คส์ พุทธคยา เป็นโรงแรมที่ร่วมลงทุนกับพันธมิตรเปิดไปแล้วเมื่อต้นปี อนันตรา กวีเญิน เวียดนาม คาดว่าเปิดปี 2561 อนันตรา เดซารู มาเลเซีย อนันตรา อูบุด บาหลี อินโดนีเซีย และเอเลวาน่า วารางกิ เซเรนเกติ เนชั่นแนล พาร์ค แทนซาเนีย คาดว่าเปิดปี 2562 อีกแห่งคือ อวานี เขาหลัก ประเทศไทย คาดว่าจะเปิดในปี 2563 นอกจากนี้ยังมีโรงแรมที่รับบริหาร ซึ่งจะเปิดในปีนี้ถึงปี 2563 อีก 25 แห่ง
นายราชากาเรีย กล่าวว่า นอกจากลงทุนโรงแรมแล้วยังสนใจหาที่ดินลงทุนเรสซิเดนซ์ใน 3 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ ภูเก็ต และเชียงใหม่ เพื่อเจาะตลาดบนรับแนวโน้มทั่วโลกที่คนชั้นกลางมีมากขึ้น ซึ่งกลุ่มนี้ต้องการซื้อเรสซิเดนซ์ที่อยู่ติดโรงแรม เพื่อใช้เป็นที่พักผ่อนเหมือนมาพักโรงแรมและในช่วงที่ไม่ได้พักผ่อนก็ให้โรงแรมนำห้องไปบริหารสร้างรายได้
สำหรับปัจจุบันไมเนอร์ร่วมทุนกับคาจิมา คอร์ปอเรชั่น ทำโครงการ เรสซิเดนซ์ 1 แห่ง คือ อวาดิน่า ฮิลล์ บาย อนันตรา ตั้งอยู่ติดโรงแรมอนันตรา ลายัน ภูเก็ต มูลค่าโครงการ 6,000 ล้านบาท เป็นวิลล่า 16 หลัง เจาะตลาดระดับบน ขายราคา 245-525 ล้านบาท/หลัง
"ปี 2564 คาดว่ารายได้จะมาจากโรงแรมที่เป็นเจ้าของเอง 45% โรงแรมโอ๊คส์ 20% โรงแรมที่รับบริหาร 15% และอสังหาริมทรัพย์ เช่น เรสซิเดนซ์เพื่อขาย 20% โดยเป็นรายได้ต่างประเทศ 68% ในประเทศ 32%" นายราชากาเรีย กล่าว







