
สศค.คาดบาทแข็งค่า ยังไม่กระทบจีดีพี
สศค.คาดบาทแข็งค่า ยังไม่กระทบจีดีพี คาดทั้งปียังโตได้ 7 %
สศค.คาดบาทแข็งค่า ยังไม่กระทบจีดีพี คาดทั้งปียังโตได้ 7 %
นายสาธิต รังคสิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)กล่าวว่า ควรศึกษาหรือพิจารณาให้ชัดเจนว่าการแข็งค่าขึ้นของค่าเงินบาทส่งผลกระทบกับคนกลุ่มใดที่สุด เพื่อหาแนวทางการออกมาตรการเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาเฉพาะกลุ่มให้ตรงกับความต้องการ เพราะการแข็งค่าของเงินบาทไม่ได้ส่งผลกระทบในเชิงลบกับทุกภาคอุตสาหกรรม โดยยังมีกลุ่มผู้ประการได้ประโยชน์ เช่น กลุ่มที่มีการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ มาผลิตเพื่อส่งออก เช่น ยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อาจไม่กระทบมาก ขณะที่ผู้ประกอบการใช้วัตถุดิบในประเทศเป็นหลักจะได้รับผลกระทบมากว่า เช่นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ที่ควรได้รับความช่วยเหลือจากสถาบันการเงินของรัฐ
" รัฐไม่ควรออกมาตรการสะเปะสะปะ คนที่ไม่กระทบก็ไม่ต้องแจก เพราะผู้ส่งออกรายใหญ่ ป้องกันความเสี่ยงได้ ส่วนพวกเอสเอ็มอีอาจมีต้นทุนในการป้องกันความเสี่ยงเพิ่มขึ้น จึงงต้องศึกษาเพื่อแก้ปัญหาตรงจุดจะดีกว่า " นายสาธิตกล่าว
ทั้งนี้ ประเมินว่า การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทขณะนี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ ( จีดีพี ) โดยคาดว่าทั้งปีเศรษฐกิจยังขยายตัวได้ที่ระดับ 7 % แม้จะประเมินว่าค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นทุก 1 % จะกระทบต่อมูลค่าการส่งออก 0.4 % ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการขยายตัวของ จีดีพี 0.3 % ก็ตาม
เนื่องจากในช่วงครึ่งแรกของปีเศรษฐกิจมีอัตราการขยายตัวที่ระดับกว่า 6 % ซึ่งคาดว่าในไตรมาสที่ 3 จะขยายตัวได้ 5% และขยายตัวต่อเนื่องในไตรมาสที่ 4 ที่ระดับ 6-7 % ส่งผลให้ทั้งปีเศรษฐกิจน่าจะขยายตัวได้ในระดับไม่น้อยกว่า 6 - 7 %
ขณะเดียวกันเห็นว่ารัฐบาล ควรใช้โอกาสที่ค่าเงินบาทแข็งค่า เร่งรัดเรื่องโครงการลงทุนขนาดใหญ่ เช่น การซื้อหัวจักร ในโครงการลงทุนรถไฟ เพราะจะทำให้ได้ราคาที่ถูกลง ซึ่งการลงทุนขนาดใหญ่ยังมีผลช่วยให้ค่าแข็งบาทอ่อนค่าลงได้ตามกลไกตลาด
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ สศค. ได้ติดตามสถานการณ์การลงทุนในตลาดตราสารหนี้ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 1 แสนล้านบาท เพราะที่ผ่านมาเริ่มเห็นการลงทุนขนาดใหญ่ในตลาดตราสารหนี้ของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งจะมีผลต่อการเคลื่อนย้ายเงินทุนต่อไปในอนาตด้วย







