
กลุ่มสื่อ ไตรมาส 2 สดใส
เจียรนัย อุตะมะภาพรวมเม็ดเงินโฆษณา 5 เดือนแรกปีนี้ลดลง 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ผู้ที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่เป็นสื่อดั้งเดิม ขณะที่สื่อทีวีดิจิทัล, สื่อนอกบ้าน และสื่อภาพยนตร์ มีการเติบโตที่ดี หนุนผลประกอบการของหุ้น ส่วนใหญ่มีทิศทางกำไรสดใสในไตรมาส 2 ปี 2560
เจียรนัย อุตะมะ
ภาพรวมเม็ดเงินโฆษณา 5 เดือนแรกปีนี้ลดลง 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ผู้ที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่เป็นสื่อดั้งเดิม ขณะที่สื่อทีวีดิจิทัล, สื่อนอกบ้าน และสื่อภาพยนตร์ มีการเติบโตที่ดี หนุนผลประกอบการของหุ้น ส่วนใหญ่มีทิศทางกำไรสดใสในไตรมาส 2 ปี 2560
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส ปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุน หุ้นกลุ่มสื่อจาก น้อยกว่าตลาด เป็นเท่าตลาด แม้ภาพรวมเม็ดเงินโฆษณายัง ลดลง แต่เป็นสื่อดั้งเดิมที่ได้รับผลกระทบหนักสุด แต่ผลประกอบการผ่านจุดตํ่าสุดมาแล้ว และมีแนวโน้มที่ดีในไตรมาส 2 ปี 2560 โดยถึงแม้บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ (WORK) จะมีผลประกอบการที่เด่นสุด แต่ราคาหุ้นตอบสนองมามากแล้ว จึงแนะนำให้รอซื้อ เมื่อราคาย่อตัว และปรับหุ้นแนะนำไปเป็นบริษัท แพลน บี มีเดีย (PLANB) ที่มีแนวโน้มกำไรในปี 2560 เติบโตโดดเด่น
นีลเส็นรายงานเม็ดเงินโฆษณาใน 5 เดือนแรก ปี 2560 อยู่ที่ 4.43 หมื่นล้านบาท ลดลง 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สอดคล้องกับการบริโภคในประเทศ และการลงทุนภาคเอกชนที่ยังไม่ฟื้นตัวดีนัก โดยสื่อดั้งเดิม เช่น ทีวี อะนาล็อก, วิทยุ, หนังสือพิมพ์ และนิตยสาร ลดลงรุนแรงต่อเนื่อง ตามพฤติกรรมของผู้คนและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง
ส่งผลให้เอเยนซีมีการจัดสรรงบประมาณมายังสื่อใหม่ เช่น ทีวีดิจิทัล, สื่อนอกบ้าน (OOH) และอินเทอร์เน็ต มากขึ้น ขณะที่สื่อภาพยนตร์ก็มีการ ฟื้นตัวที่ดี เป็นบวกต่อ WORK บริษัท อาร์เอส (RS), PLANB และบริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (MAJOR)
แนวโน้มกำไรกลุ่มส่วนใหญ่เติบโตเด่นในไตรมาส 2 ปี 2560 ยกเว้น บริษัท บีอีซี เวิลด์ (BEC) กำไรกลุ่มมีทิศทางสดใสในไตรมาส 2 ปี 2560 ที่โดดเด่น คือ WORK มูลค่าที่เหมาะสม 73 บาท ซึ่งคาดกำไรทำสถิติสูงสุด หลังประสบความสำเร็จด้านเรตติ้ง และใช้กลยุทธ์แยกขายโฆษณารายการ ไพรม์ไทม์ คาดหนุนอัตราค่าโฆษณาขยับขึ้นเป็น 7.5 หมื่นบาท/นาที และอัตราการใช้โฆษณาเพิ่มขึ้นเป็น 77% อีกทั้งประสบความสำเร็จสูงจากแพลตฟอร์ม
สำหรับ RS ราคาที่เหมาะสม 10.4 บาท รายได้ธุรกิจด้านสุขภาพและ ความงามเติบโตดีมากเป็น 100 ล้านบาท/เดือน ขณะที่เรตติ้งช่อง 8 แซงช่องวัน ขึ้นมาเป็นลำดับที่ 5, PLANB มูลค่าที่เหมาะสม 6.7 บาท มีแนวโน้มเติบโตตามสื่อนอกบ้าน และการขยายจอทีวีดิจิทัลทั่วประเทศ รวมถึงการรับรู้รายได้ค่าบริหารลิขสิทธิ์ให้สมาคมฟุตบอล และ MAJOR มูลค่าที่เหมาะสม 38 บาท ซึ่งไตรมาส 2 ปี 2560 เป็นช่วงฤดูกาลที่หนังทำรายได้ดีหลายเรื่อง
มีเพียง BEC มูลค่าที่เหมาะสม 18 บาท ที่เผชิญการแข่งขันจากคู่แข่งหน้าใหม่ ยังคาดกำไรไตรมาส 2 ปี 2560 ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้การแข่งขันธุรกิจสื่อยังสูง แต่ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว มีหุ้นที่น่าสนใจหลายราย
ทั้งนี้ คาดกำไรกลุ่มปี 2560 ที่ 3,900 ล้านบาท เติบโตจากฐานต่ำ 38% จากปี 2559 ซึ่งเป็นช่วงที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แสดงความอาลัย โดยสามารถแบ่งแยกหุ้นเป็นรายกลุ่ม คือ หุ้นเติบโตสูง ได้แก่ WORK และ PLANB คาดกำไรปี 2560 เติบโต 268% จากปี 2559 และ 59% จากปี 2558 ตามลำดับ หุ้นฟื้นตัวที่โดดเด่น คือ RS และหุ้นเก็งกำไรระยะสั้น ตามฤดูกาล คือ MAJOR
PLANB คาดอัตราการใช้โฆษณา จะปรับขึ้นได้ต่อเนื่องตามภาวะสื่อโฆษณานอกบ้าน อีกทั้งยังมีแรงหนุนจากการขยายป้ายดิจิทัลจำนวน 63 จอ ใน 45 จังหวัด, สื่อดิจิทัลในห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี และการขยายสื่อในสนามบินครอบคลุม 31 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งทำให้การใช้สื่อของ PLANB ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 16% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 1,050 ล้านบาท และเชื่อว่าภาพรวมการใช้สื่อทั้งปี 2560 จะเพิ่มขึ้นเป็น 4,440 ล้านบาท และประเมินอัตราการใช้โฆษณาเฉลี่ยอย่างระมัดระวังที่ 60% ตํ่ากว่าเป้าหมายของบริษัทที่ 65-70%
เมื่อประกอบกับการที่ PLANB ได้เริ่มรับส่วนแบ่งตอบแทนค่าบริหารจัดการลิขสิทธิ์ให้กับสมาคมฟุตบอลอย่างเป็นทางการปีแรก (ได้รับส่วนแบ่ง 15-25% ขึ้นอยู่กับระดับรายได้ที่ทำได้) คาดสร้างส่วนแบ่งรายได้ให้ PLANB ในปี 2560 ราว 131 ล้านบาท เป็นปัจจัยสำคัญหนุนการเติบโตในปีนี้คาดกำไรสุทธิปี 2560 ที่ 560 ล้านบาท เติบโตเด่นถึง 59% จากปี 2559







