posttoday
ตรวจสอบลงทุนครึ่งหลัง

ตรวจสอบลงทุนครึ่งหลัง

28 มิถุนายน 2560

ดร.สมชัย อมรธรรมผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิจัย บลจ.กรุงไทยผ่านไปแล้วครึ่งหนึ่งของปี 2560 ผลตอบแทนจากการลงทุนเป็นอย่างไรครับ หวังว่าทุกท่านคงประสบสุขสำเร็จในเรื่องการลงทุนนะครับ ผมขอใช้โอกาสนี้มาตรวจสอบมุมมองในช่วงครึ่งหลังของปีกันครับ

ดร.สมชัย อมรธรรมผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิจัย บลจ.กรุงไทย

ผ่านไปแล้วครึ่งหนึ่งของปี 2560 ผลตอบแทนจากการลงทุนเป็นอย่างไรครับ หวังว่าทุกท่านคงประสบสุขสำเร็จในเรื่องการลงทุนนะครับ ผมขอใช้โอกาสนี้มาตรวจสอบมุมมองในช่วงครึ่งหลังของปีกันครับ

มุมมองโดยรวมก็ไม่ต่างจากเดิมในภาพใหญ่ยังคงเห็นว่าเศรษฐกิจโลกยังอยู่ในช่วงกลางวงจรของการขยายตัวเท่านั้น ความเสี่ยงในที่จะเข้าสู่ภาวะถดถอยยังน้อยอยู่ ปัจจัยพื้นฐานสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง เศรษฐกิจขยายตัวได้โดยไม่ต้องพึ่งนโยบายของ โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งที่ผ่านมาจะดูออกไปทางผิดหวังเสียมากกว่า ส่วนปัญหาการเมืองยุโรปที่หมดลงไปน่าจะเรียกความเชื่อมั่นกลับมาได้ในระดับหนึ่ง ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจยูโรโซนในอนาคต ซึ่งน่าจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกด้วย ปัญหาประชามติอังกฤษออกจากยุโรป (เบร็กซิต) คงอยู่ในขั้นตอนการเจรจาและยังไม่ได้กระทบปัจจัยพื้นฐานนัก ราคาน้ำมันที่ดีกว่าปีก่อนช่วยให้ฐานะของประเทศผู้ส่งออกน้ำมันดีขึ้นด้วยเช่นกัน

เศรษฐกิจไทยนั้นยังคงมีภาคการท่องเที่ยวที่ช่วยขับเคลื่อน อยู่ต่อเนื่อง การฟื้นตัวของภาคการส่งออกที่ผ่านมาถือเป็นเรื่องที่ดี แม้ว่าเราคาดว่าภาคการส่งออกจะขยายตัวได้ต่อเนื่อง แต่ในเชิงอัตราการเติบโตนั้นน่าจะค่อยๆ น้อยลง เป็นไปตามทิศทางราคายางและราคาน้ำมันในช่วงหลัง ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐเร่งตัวขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณ

แต่หลังจากนั้นกลับชะลอลง งบประมาณเพิ่มเติมกลางปีกลับมีการเบิกจ่ายได้น้อยกว่าที่เราคาดไว้ แต่ด้านการบริโภคโดยรวมเรามองว่ายังอ่อนแอ ตัวเลขการบริโภคที่ดีในไตรมาสแรกอาจเป็นเรื่องชั่วคราวเท่านั้น และเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำก็เป็นอีกสัญญาณที่สะท้อนความอ่อนแอของการบริโภค ทั้งนี้เรามองเศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ 3.5% ทั้งในปีนี้และปีหน้าไม่ใช่อัตราที่สูงนัก แต่ก็ไม่ใช่อัตราที่ต่ำน่าผิดหวังด้วย แต่อัตราเงินเฟ้อยังน่าจะอยู่ในระดับต่ำและค่าเงินบาทยังมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ทำให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ยังไม่น่าจะขึ้นดอกเบี้ยได้ในเร็วๆ นี้

ยังคงมีมุมมองใน "เชิงบวก" กับการลงทุนในหุ้นในระยะยาวส่วนหนึ่งเป็นเพราะมองว่าเศรษฐกิจยังอยู่ในช่วงขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลดีมาที่กำไรของบริษัท แต่อีกส่วนก็เป็นภาคบังคับจากการที่ดอกเบี้ยปัจจุบันที่อยู่ในระดับต่ำและมีแนวโน้มเป็นขาขึ้น ทำให้การลงทุนในตราสารหนี้อาจได้รับผลตอบแทนที่ไม่ดีนัก โดยเรายังคงมุมมองใน "เชิงลบ" ต่อการลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาว แต่การลงทุนในตลาดเงินจะไม่ได้รับผลกระทบจากดอกเบี้ยขาขึ้นนัก แต่ด้วยดอกเบี้ยปัจจุบันที่ค่อนข้างต่ำ จึงมีมุมมองที่ "เป็นกลาง"

สำหรับตลาดหุ้นไทยยังคงเป้าหมาย SET Index ไว้ที่ 1,668 จุด จากการประมาณการเติบโตของกำไรสุทธิบริษัทจดทะเบียนไว้ที่ระดับ 9% และสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ที่ระดับ 17 เท่า การเคลื่อนไหวของ ตลาดหุ้นในไทยโดยรวมดูเหมือนจะไม่ได้ไปไหนนักในปีนี้ ทำให้หลายคนออกมาพูดว่าตลาดหุ้นไทยยังปรับตัวขึ้นน้อย เมื่อเปรียบเทียบกับตลาดเพื่อนบ้าน หุ้นไทยในช่วงครึ่งแรกของปีไม่ใช่ขึ้นน้อย แต่อย่างใด เพราะในปีก่อนตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทนถึงเกือบ 20% เรียกว่า ไแซงหน้าคนอื่นมาแล้ว

ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้จึงเป็นการหยุดรอดูให้คนอื่นตามมาใกล้ก่อน มองว่าตลาดหุ้นอื่นได้เข้ามาใกล้แล้ว และอาจแซงหน้าด้วย ทำให้หุ้นไทยเริ่มดูเป็นขึ้นน้อยเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน จึงอาจเห็นเม็ดเงินลงทุนที่โยกเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยได้

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนคงจะให้ความสำคัญกับการ กระจายความเสี่ยงค่อนข้างมาก และประโยชน์ของการออกไปลงทุนในต่างประเทศจะเห็นได้ชัดในปีนี้ ขณะที่ตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในกรอบแคบ แต่หลายตลาดอื่นกลับให้ผลตอบแทนในระดับเลขสองหลัก ทั้งนี้เคยระบุไว้ว่าให้เน้นไปที่ "ประเทศที่มีมาตรการกระตุ้นอย่างชัดเจนอย่างสหรัฐ หรือ ยุโรป (ที่ยังมีมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี)) หรือประเทศมีอัตราการเติบโตสูงอย่างอินเดีย จีน หรือประเทศเพื่อนบ้าน" (ตีพิมพ์ในโพสต์ทูเดย์ เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2560) ซึ่งที่ผ่านมาตลาดเหล่านี้ถือว่าให้ผลตอบแทนที่ดีทีเดียว

แต่หลังจากที่ตลาดหุ้นเหล่านี้ให้ผลตอบแทนที่ค่อนข้างดีแล้ว มองว่าหลายตลาดเริ่มมีการปรับตัวขึ้นที่จำกัด ทำให้ตลาดหุ้นโดยรวมน่าจะมีความผันผวนมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี ในด้านตลาดหุ้นสหรัฐแม้ว่าจะทำการปรับตัวขึ้นตลอดเวลาในช่วงที่ผ่านมา แต่ตลาดอาจจะให้ราคากับนโยบายของทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ค่อนข้างมากและอาจจะมากเกินไป กฎหมายประกันสุขภาพล่าสุดก็ถูกเลื่อนการลงมติในวุฒิสภาออกไป เพราะดูเหมือนเสียงสนับสนุนจะไม่เพียงพอ

อีกทั้งการขึ้นดอกเบี้ยและลดขนาดงบดุลของเฟดก็น่าจะส่งผลลบต่อตลาดหุ้นสหรัฐด้วยในที่สุด ขณะที่ตลาดหุ้นอินเดียก็เป็นอีกตลาดที่มีมุมมองระมัดระวัง แม้ว่าในระยะยาวยังคงเห็นการเติบโตของเศรษฐกิจสูง แต่การที่ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้น 16% ทำให้มองการปรับขึ้นค่อนข้างจำกัดในช่วงครึ่งหลัง

แต่ยังคงมีมุมมองที่ดีต่อตลาดหุ้นยุโรปและจีนอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าการเติบโตของยุโรปน่าจะปรับตัวดีขึ้นหลังจากที่ปัญหาการเมืองหมดลงไป ขณะที่ตลาดหุ้นจีนได้ประโยชน์จากที่ A-Share ได้รับรวมเข้าสู่ MSCI EM Index แต่การที่เศรษฐกิจยังขยายตัวได้ในระดับสูง ผลดีจากการปฏิรูปในช่วงที่ผ่านมา และมูลค่าถือว่าไม่ "แพง" นัก น่าจะเป็นเหตุผลหลักสำหรับการลงทุนในหุ้นจีน

ทองคำยังให้ผลตอบแทนที่ค่อนข้างดีในไตรมาสแรก แต่มาทรงตัวในไตรมาส 2 ราคาทองคำยังน่าที่จะปรับตัวขึ้นได้อีก เหตุผลจากที่เรามองว่าค่าเงินเหรียญสหรัฐมีแนวโน้มอ่อนค่าลงได้อีก จริงอยู่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแนวโน้มจะขึ้นดอกเบี้ย แต่ค่าเงินเหรียญสหรัฐถูกถ่วงน้ำหนักด้วยค่าเงินยูโรค่อนข้างมาก จึงต้องติดตามการเคลื่อนไหวของฝั่งยูโรโซนด้วย ซึ่งการที่เศรษฐกิจส่งสัญญาณฟื้นตัวและธนาคารกลางยุโรป (ECB) อาจเริ่มทยอยลดมาตรการผ่อนคลายปริมาณเงิน (คิวอี) น่าจะทำให้ค่าเงินยูโรมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ทำให้ดัชนีค่าเงินเหรียญสหรัฐปรับตัวลดลง ส่งผลดีต่อสินค้าโภคภัณฑ์โดยรวมซึ่งรวมถึงทองคำด้วย

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่