posttoday
โมเดลแก้หนี้นอกระบบ เริ่มต้นดีแต่ยังไม่เห็นผล

โมเดลแก้หนี้นอกระบบ เริ่มต้นดีแต่ยังไม่เห็นผล

28 มิถุนายน 2560

กนกวรรณ บุญประเสริฐความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของรัฐบาล มีมาตรการออกมาอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากการออกมาตรการสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของประชาชนรายย่อย หรือสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ ให้ใบอนุญาตแก่ผู้ประกอบการกลุ่มแรกในช่วงเดือน ก.ค. 2558 ผ่านไปเกือบ 2 ปี ล่าสุด ณ เดือน เม.ย. 2560 มีผู้ประกอบการเปิดให้บริการแล้ว 24 ราย มียอดปล่อยสินเชื่อกว่า 2,386 ล้านบาท คิดเป็นจำนวนผู้ที่ได้รับสินเชื่อกว่า 8.95 หมื่นราย ในจำนวนเป็นยอดหนี้เสียอยู่ 37 ล้านบาท

กนกวรรณ บุญประเสริฐ

ความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของรัฐบาล มีมาตรการออกมาอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากการออกมาตรการสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของประชาชนรายย่อย หรือสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ ให้ใบอนุญาตแก่ผู้ประกอบการกลุ่มแรกในช่วงเดือน ก.ค. 2558 ผ่านไปเกือบ 2 ปี ล่าสุด ณ เดือน เม.ย. 2560 มีผู้ประกอบการเปิดให้บริการแล้ว 24 ราย มียอดปล่อยสินเชื่อกว่า 2,386 ล้านบาท คิดเป็นจำนวนผู้ที่ได้รับสินเชื่อกว่า 8.95 หมื่นราย ในจำนวนเป็นยอดหนี้เสียอยู่ 37 ล้านบาท

ที่ผ่านมาโครงการนาโนไฟแนนซ์ยังมีข้อจำกัด เพราะเป็นการปล่อยกู้แบบไม่มีหลักประกันเน้นเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย พ่อค้าแม่ค้า กู้ได้รายละไม่เกิน 1 แสนบาท ดอกเบี้ยรวมค่าธรรมเนียมต้องไม่เกิน 36% แต่ชาวบ้านทั่วไปยังไม่สามารถกู้ได้

ต่อมารัฐบาลประกาศโครงการแก้ไขหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืน เปิดตัวเมื่อ 1 มี.ค. 2560 ภายใต้แนวคิด ขจัดหนี้นอกระบบเป็นศูนย์ พร้อมโชว์ว่าเป็นการแก้หนี้นอกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืนนั้น เพราะมีทั้งการช่วยเรื่องการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของลูกหนี้ ซึ่งรอบนี้ได้เปิดตัวโครงการสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้กำกับ หรือสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ เน้นช่วยประชาชนรายย่อยกู้เงินแบบไม่มีหลักประกันเอาไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้ไม่เกินรายละ 5 หมื่นบาท คิดดอกเบี้ยรวมค่าธรรมเนียมต้องไม่เกิน 36% เช่นกัน

ล่าสุดมียอดผู้ประกอบการสนใจมายื่นเอกสารสมัครแล้ว 224 ราย ซึ่งกระทรวงการคลังให้ใบอนุญาตแล้ว 55 ราย มีบริษัทที่เปิดดำเนินการปล่อยสินเชื่อแล้วในขณะนี้ 19 ราย ในจำนวนนี้มี 5 บริษัทที่ปล่อยสินเชื่อจริงเข้าสู่ระบบแล้ว ณ สิ้นเดือน เม.ย. 2560 มีจำนวนรวมกันทั้งสิ้นกว่า 1.2 ล้านบาท

นอกจากนี้ ในส่วนของฝ่ายปกครอง ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย ก็ทำหน้าที่ปราบปรามเจ้าหนี้นอกระบบด้วยการเพิ่มบทลงโทษที่รุนแรงมากขึ้นทำควบคู่กันไป ส่วนทางกระทรวงการคลัง ก็พยายามดึงเจ้าหนี้นอกระบบที่กลับใจให้เข้าสู่ระบบด้วยการจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการพิโกไฟแนนซ์

ขณะที่ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้จัดตั้งหน่วยธุรกิจ เพื่อรับผิดชอบในการให้คำปรึกษาเรื่องการแก้ไขหนี้นอกระบบ และจัดให้มีสินเชื่อแบบใหม่เพื่อทดแทนหนี้นอกระบบในอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรม ซึ่งขณะนี้ทางกระทรวงการคลัง กำลังหารือทั้งสองแบงก์ให้เตรียมออกแพ็กเกจแก้หนี้นอกระบบเพราะ มีกรอบวงเงินปล่อยสินเชื่อนี้ไว้ 1 หมื่นล้านบาท แบ่งกันแบงก์ละ 5,000 ล้านบาท

กฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวถึง ผลจากการลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการรัฐในปี 2560 เบื้องต้นพบว่ามีประชาชนที่ลงทะเบียนแจ้งว่า มีปัญหาหนี้นอกระบบจำนวน 1.3 ล้านราย และมีมูลหนี้รวมกันอยู่ที่ราว 7 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือว่าในแง่จำนวนคนที่เป็นหนี้นอกระบบยังใกล้เคียงกับยอดการลงทะเบียนเมื่อปี 2559 แต่มูลหนี้ครั้งนั้นอยู่ที่ระดับกว่า 9 หมื่นล้านบาท ถือว่ายอดหนี้นอกระบบลดลงไปแล้ว กว่า 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเกิดจากมาตรการของรัฐบาล

วชิร คูณทวีเทพ อาจารย์ประจำศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงสถานการณ์แรงงานไทยพบว่า 97% ยังมีภาระหนี้ และก่อหนี้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยครัวเรือนละ 1.31 แสนบาท เพิ่มขึ้น 10.43% จากปีก่อนที่มีการก่อหนี้ 1.19 แสนบาท หรือเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 8 ปี แต่มีประเด็นที่น่าสนใจคือ ในจำนวนหนี้ที่สูงขึ้นนี้ไม่น่าเป็นห่วง เพราะเป็นการก่อหนี้เพื่อซื้อทรัพย์สินคงทน อาทิ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ที่อยู่อาศัยเพิ่มสูงขึ้น จากเดิมที่เป็นการกู้เพื่อใช้จ่ายทั่วไปเป็นหลัก เท่ากับหนี้ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นหนี้ในระบบ ในมุมกลับกันกลับพบว่าหนี้นอกระบบลดลง จากมาตรการของภาครัฐที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องในการดึงหนี้นอกระบบกลับเข้ามาอยู่ในระบบ โดยเป็นหนี้ที่อยู่ในระบบ 46.4% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่อยู่ที่ 39.38% ขณะที่หนี้นอกระบบมีสัดส่วน 53.6% ลดลงจากปีก่อนหน้าที่มีสัดส่วน 60.62% ถือว่าลดลงสูงสุดในรอบ 4 ปี

อย่างไรก็ดี จะเห็นว่าภาครัฐมีความพยายามในการแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง แม้ผลที่ออกมาในแง่สถิติตัวเลขที่วัดจากการปล่อยสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ และพิโกไฟแนนซ์ อาจจะยังมีตัวเลขไม่มากนัก แต่ข้อมูลตัวเลขที่ได้จากการลงทะเบียน 2 ครั้ง ในช่วงเวลาไม่ถึง 1 ปี พบว่ายอดหนี้นอกระบบจากการแจ้งของประชาชนลดลงไปถึง 2 หมื่นล้านบาท

ขณะนี้ทางกระทรวงการคลัง นำโดย สมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง และ สศค. นำทีมลงพื้นที่ในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อพบกับพ่อเมือง หรือผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะประธานอนุกรรมการไกล่เกลี่ยหนี้นอกระบบระดับจังหวัด พบกับเจ้าหน้าที่รัฐ เจ้าหน้าที่ออมสิน และ ธ.ก.ส. ขอให้ช่วยประกบลูกหนี้นอกระบบตามข้อมูลที่ได้มีการลงทะเบียนไว้

พร้อมเชิญชวนให้เจ้าหนี้นอกระบบ และผู้ประกอบการ เช่น ร้านทอง หรือพวกที่ทำลิสซิ่ง มาจดทะเบียนปล่อยกู้ พิโกไฟแนนซ์ หวังกระจายสินเชื่อแบบไม่ต้องมีหลักประกัน เพื่อช่วยดึงเงินให้ถึงมือประชาชนที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบสินเชื่อของธนาคารได้ก่อนที่จะไปตัดสินใจกู้นอกระบบ

หลังจากนี้คงต้องจับตาการขับเคลื่อนนโยบายแก้หนี้นอกระบบของรัฐบาล เพราะใช้สารพัดยุทธวิธีที่มีเริ่มจากการลงทะเบียนเพื่อเก็บฐานข้อมูล การปราบปรามเจ้าหนี้นอกระบบ การออกใบอนุญาตให้ผู้ประกอบการนาโน และพิโกไฟแนนซ์ เพื่อให้สินเชื่อแก่คนที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบธนาคาร ส่วนคนที่สามารถเข้าระบบธนาคารได้ ก็จะมีธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. เข้ามาช่วยปล่อยสินเชื่อ ซึ่งผู้ที่จะได้รับสินเชื่อจะต้องผ่านกระบวนการอบรมอาชีพเพื่อสร้างรายได้ และการใช้กระบวนการอนุกรรมการระดับจังหวัดมาช่วยคัดกรองข้อมูลลูกหนี้ เจ้าหนี้ ซึ่งเชื่อว่าโมเดลที่ทำมาทั้งหมดนี้น่ากำลังจะเริ่มเห็นผลในอนาคตอันใกล้ ส่วนจะสามารถจัดการหนี้นอกระบบได้เป็นศูนย์ อย่างที่ สศค. ตั้งเป้าหมายไว้หรือไม่นั้นยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตาม n

ข่าวล่าสุด

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย