posttoday
ประกันไซเบอร์ฮอต 7บริษัทแห่ยื่นคปภ.

ประกันไซเบอร์ฮอต 7บริษัทแห่ยื่นคปภ.

24 มิถุนายน 2560

ปี 2560 ภาคธุรกิจไทยให้ความสนใจกับปัญหาการโจมตีระบบข้อมูลองค์กรผ่านอินเทอร์เน็ต หรือไซเบอร์ แอทแทค มากขึ้น

โดย...วารุณี อินวันนา

ปี 2560 ภาคธุรกิจไทยให้ความสนใจกับปัญหาการโจมตีระบบข้อมูลองค์กรผ่านอินเทอร์เน็ต หรือไซเบอร์ แอทแทค มากขึ้น หลังจากเห็นการโจมตีระบบเอทีเอ็มของธนาคารออมสินเมื่อปลายปี 2559 และเกิดเหตุบ่อยครั้งในต่างประเทศ

โดยเฉพาะการโจมตีของมัลแวร์เรียกค่าไถ่ ที่มีชื่อว่า วอนนาคราย ซึ่งไม่ได้เกิดเฉพาะในธุรกิจสถาบันการเงินเท่านั้น และไม่ได้โจมตีเพียงประเทศเดียว แต่โจมตีองค์กรธุรกิจต่างๆ ทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่โรงพยาบาล สร้างความเสียหายในรูปตัวเงินและชื่อเสียงมหาศาล

คนึงนิจ สุจิตจร ผู้ช่วยเลขาธิการ สายกำกับผลิตภัณฑ์ประกันภัย คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวว่า การตื่นตัวของตลาดทำให้บริษัทประกันภัยได้ยื่นขอออกประกันภัยไซเบอร์ไปแล้ว 7 บริษัท จาก 2 ปีก่อนที่ยังไม่มีบริษัทประกันภัยไทยขออนุมัติขายประกันภัยดังกล่าว ประกอบด้วย บริษัท เอฟพีจี ประกันภัย (ประเทศไทย) บริษัททิพยประกันภัย บริษัท ไทยประกันภัย บริษัทเมืองไทยประกันภัย บริษัทอลิอันซ์ ประกันภัย บริษัท นิวแฮมเชอร์อินชัวรันส์ สาขาประเทศไทย บริษัทเอไอจี ประกันภัย (ประเทศไทย)

“ประกันภัยไซเบอร์ ไม่ใช่สินค้าตลาด การที่บริษัทเหล่านี้มีการยื่นขออนุมัติกรมธรรม์เพื่อนำไปขายนั้น แสดงว่ามีลูกค้าที่ต้องการซื้ออยู่แล้ว ซึ่งอาจจะเป็นลูกค้าในกลุ่มพันธมิตร หรือบริษัทในเครือ แต่ คปภ.ไม่มีข้อมูลลูกค้า และเบี้ยประกันภัยยังไม่เห็นชัดเจน เพราะส่วนใหญ่เพิ่งจะขออนุมัติขายกันเป็นปีแรก” คนึงนิจ กล่าว

ทั้งนี้ กรมธรรม์ประกันภัยไซเบอร์ในประเทศไทย จะให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุม ค่าเสียหายจากการโจรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ค่าเสียหายจากการสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์ ค่าเสียหายจากการถูกคุกคามทางอิเล็กทรอนิกส์ ค่าเสียหายจากการทำลายทรัพย์สินทางอิเล็กทรอนิกส์ ค่าเสียหายจากการหยุดชะงักของธุรกิจทางอิเล็กทรอนิกส์ ค่าใช้จ่ายพิเศษ และความรับผิดทางคอมพิวเตอร์

ขณะที่ สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า จากการติดตามการโจมตีทางไซเบอร์ของโลกพบว่า ขณะนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยภาคธุรกิจไทย รวมถึงภาคสถาบันการเงิน ต้องตระหนักถึงภัยดังกล่าวให้มากขึ้น เพราะในอดีตธนาคารพาณิชย์ไทยก็ถูกโจมตี เช่น กรณีของธนาคารออมสิน แต่เนื่องจากระบบแอพพลิเคชั่นของธนาคารอยู่ในสัญญาประกันภัยที่จะได้รับความคุ้มครอง ทำให้ธนาคารออมสินได้รับการชดเชยจากบริษัทประกันภัย แต่ไม่ได้เกิดจากการชดใช้ตามสัญญาประกันภัยไซเบอร์ เพราะธนาคารออมสินไม่ได้มีการทำประกันภัยไซเบอร์

อย่างไรก็ตาม สถาบันการเงินส่วนใหญ่ในไทยยังไม่มีการทำประกันภัยไซเบอร์ เพราะมองว่าเบี้ยประกันภัยแพง ซึ่งทาง คปภ.จะร่วมมือกับสมาคมธนาคารไทย ในการพัฒนาราคาเบี้ยประกันไซเบอร์ที่มีราคาถูก ซึ่งอาจจะให้ความคุ้มครองเฉพาะในบางระบบ หรือมีเงื่อนไขว่าหากธนาคารใดมีระบบการบริหารความเสี่ยงที่ดีมาก ได้มาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับ เบี้ยจะถูกลง เป็นต้น 

ประกันไซเบอร์ฮอต 7บริษัทแห่ยื่นคปภ. อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน

ในส่วนของ คปภ. สุทธิพล กล่าวว่า คปภ.มีนโยบายส่งเสริมให้บริษัทประกันภัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่จะช่วยรองรับความเสี่ยงจากการจู่โจม หรือการคุกคามทางไซเบอร์ ให้กับภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งในส่วนของผู้ผลิตสินค้า ผู้ให้บริการประเภทต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันการเงิน ที่มีความเสี่ยงภัยในระดับสูง โดยจะให้ความคุ้มครองทั้งในส่วนความรับผิดต่อผู้เอาประกันภัย หรือความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ที่เกิดขึ้นกับข้อมูลของลูกค้าในกรณีที่สูญหาย หรือถูกโจรกรรม

ด้าน อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพประกันภัย กล่าวว่า บริษัทอยู่ระหว่างการยื่นขออนุมัติกรมธรรม์ประกันภัยไซเบอร์ เพราะมองว่าแนวโน้มความต้องการประภันภัยด้านนี้มีเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจที่มีฐานข้อมูลลูกค้าอยู่ในมือ มีคุณค่า ต้องรักษาความลับของลูกค้าในระดับสูง  เช่น ธุรกิจธนาคาร โรงพยาบาล ที่มีฐานข้อมูลลูกค้าจำนวนมาก จะเป็นกลุ่มที่สนใจซื้อประกันภัยไซเบอร์ เพื่อคุ้มครองค่าใช้จ่ายใดๆ ที่ต้องใช้เพื่อการกอบกู้ข้อมูลกลับคืนมาหลังถูกโจมตีข้อมูล

สำหรับวงเงินความคุ้มครองขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของแต่ละองค์กร เพราะด้วยการลงทุนในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือระบบดิจิทัล จะมีความแตกต่างกัน ทั้งด้านงบประมาณ และการออกแบบระบบทำให้การรับประกันภัยไซเบอร์ จะต้องใชัความรอบรู้ด้านเทคโนโลยีในการเข้าไปประเมินความเสี่ยง และกำหนดขอบเขตความเสี่ยง และจำกัดวงเงินความคุ้มครอง เพื่อจะได้คิดเบี้ยประกันภัยและวงเงินความคุ้มครองที่รับได้ ทั้งนี้ เบี้ยประกันภัยในปัจจุบันจะอยู่ประมาณ 1-2% ของวงเงินความคุ้มครอง

“ธุรกิจประกันภัย ก็มีความเสี่ยงจากการถูกโจมตีทางไซเบอร์เช่นกัน เช่น ในต่างประเทศ มีการโจมตีฐานข้อมูลลูกค้า ทำให้ได้รับความเสียหาย คือ ข้อมูลหายไป ทำให้เมื่อเกิดกรณีลูกค้าประสบอุบัติเหตุ และมีการทำเรื่องเคลมเข้ามา ทางบริษัทหาข้อมูลจากฐานข้อมูลไม่เจอ ทำให้เกิดความล่าช้า และบริษัทประกันภัยต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มในการว่าจ้างเพื่อคีย์ข้อมูลลูกค้าใหม่” อภิสิทธิ์ กล่าว

แหล่งข่าวจากบริษัททิพยประกันภัย เปิดเผยว่า การทำประกันภัยไซเบอร์ จะมีขั้นตอนที่มากกว่าประกันภัยทั่วๆ ไป เพราะในเบื้องต้นจะต้องมีเอกสารจำนวนมากในการให้ลูกค้าพิจารณากรอกข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมด หลังจากนั้นบริษัทจะนำข้อมูลดังกล่าวส่งให้กับบริษัทรับประกันภัยต่อเพื่อพิจารณารับประกันภัย และส่งกลับมาที่บริษัท เพื่อส่งให้ลูกค้านำเข้าคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงตัดสินใจว่าจะซื้อประกันภัยตามที่บริษัทเสนอหรือไม่

“ขณะนี้เราเสนอลูกค้าที่เป็นธนาคารพาณิชย์ไปแล้ว 4-5 แห่ง แต่อยู่ในกระบวนการลูกค้ากรอกข้อมูล” แหล่งข่าวเปิดเผย

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่