posttoday
สนข.ยันรถไฟไฮสปีดสองระบบไม่ทับซ้อนกัน

สนข.ยันรถไฟไฮสปีดสองระบบไม่ทับซ้อนกัน

21 มิถุนายน 2560

สนข.หวังไฮสปีดไทย-จีน-ญี่ปุ่นต่อยอดอุตสาหกรรม-ย้ำจีนแค่ช่วยบริหารช่วงแรกแต่ไม่ยกทรัพย์สินให้

สนข.หวังไฮสปีดไทย-จีน-ญี่ปุ่นต่อยอดอุตสาหกรรม-ย้ำจีนแค่ช่วยบริหารช่วงแรกแต่ไม่ยกทรัพย์สินให้

นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการ สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่สังคมตั้งคำถามถึงเรื่องความทับซ้อนของเส้นทางรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนกับเส้นทางรถไฟความเร็วสูงของญี่ปุ่นช่วงกรุงเทพ –เชียงใหม่ซึ่งต้องแยกรางออกจากกันจนอาจส่งผลถึงต้นทุนดำเนินการที่สูงมากจนอาจไม่คุ้มทุนนั้น สนข. ขอชี้แจงว่า การแยกรางออกจากกันนั้นเป็นการวางแผนเดินรถในระยะยาว เพื่อให้สามารถเดินรถได้เพียงพอต่อความต้องการและมีความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล ซึ่งหากรัฐบาลตัดสินใจเปิดวิ่งรถไฟความเร็วสูงในรางเดียวกันแล้วมาดำเนินการแยกรางในภายหลัง

สำหรับประเด็นการที่มีเทคโนโลยีทั้งสองระบบในประเทศจะมีต้นทุนสูงกว่าการมีระบบเดียวนั้น เบื้องต้นยอมรับว่าต้นทุนนั้นสูงแน่นอนแต่หากพิจารณาการต่อยอดเทคโนโลยีของคนไทยแล้วถือว่าคุ้มค่าเนื่องจากแต่ละประเทศได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีเป็นของตนเอง ดังนั้น ถ้าหากสามารถศึกษาและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการต่อยอดอุตสาหกรรมผลิตรถไฟความเร็วสูงร่วมกับจีนหรือญี่ปุ่นจะเกิดผลดีต่อระบบเศรษฐกิจประเทศในอนาคต อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวที่มี  การเดินรถในปริมาณที่สูงขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไทยสามารถร่วมผลิตระบบรถไฟกับจีนและญี่ปุ่นได้จะทำให้ต้นทุนการดำเนินการมีสัดส่วนที่ลดลงอยู่ในระดับต่ำได้
 
 
นายชัยวัฒน์กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นที่มีบางส่วนมองว่าการใช้รถไฟไฮสปีดสองระบบอาจส่งผลกระทบต่อการขยายเส้นทางนั้น ขอชี้แจงว่าแนวทางการขยายโครงข่ายรถไฟไฮสปีดในอนาคตโดยใช้สถานีกลางบางซื่อเป็นสถานีศูนย์กลางของเส้นทางรถไฟเชื่อมโยงพื้นที่ต่างๆในภูมิภาค โดยผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนเส้นทางเพื่อไปยังภูมิภาคต่างๆ ได้ที่สถานีกลางบางซื่อ และในอนาคตหากมีการขยายโครงข่ายรถไฟความเร็วสูง จะเป็นการขยายเส้นทางต่อเนื่องจากเส้นทางเดิมที่ได้  มีการเดินรถด้วยระบบเดิมอยู่แล้วออกไป  จึงไม่มีผลกระทบต่อการพัฒนาโครงข่ายรถไฟความเร็วสูงในอนาคต
 
อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่า โครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพ-นครราชสีมา เป็นโครงการที่ลงทุนโดยรัฐบาลไทยทั้งหมด 100% โดยภายหลังจากก่อสร้างแล้วเสร็จ ฝ่ายไทยจะเป็นผู้เดินรถและบริหารทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องเองทั้งหมด โดยเพียงแต่ให้ประเทศจีนเป็นผู้ให้คำปรึกษาโดยต้องถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมให้กับบุคลากรชาวไทยในช่วงแรกของการดำเนินกิจการเพียงเท่านั้นเพราะโครงการนี้เป็นโครงการรถไฟความเร็วสูงซึ่งเป็นโครงการแรกของประเทศไทยจึงยังไม่มีประสบการณ์ในการเดินรถ

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่