
Security Now
วันนี้แม้ว่าเทคโนโลยีจะก้าวล้ำนำสมัยมากแค่ไหน แต่เราก็ยังคงดำรงชีวิตอยู่ได้ยากยิ่งขึ้น ด้วยเพราะความปลอดภัยมีน้อยลง ภัยอันตรายต่างๆ กลับเพิ่มมากขึ้น และพัฒนาระดับความรุนแรงมากตามเทคโนโลยี
วันนี้แม้ว่าเทคโนโลยีจะก้าวล้ำนำสมัยมากแค่ไหน แต่เราก็ยังคงดำรงชีวิตอยู่ได้ยากยิ่งขึ้น ด้วยเพราะความปลอดภัยมีน้อยลง ภัยอันตรายต่างๆ กลับเพิ่มมากขึ้น และพัฒนาระดับความรุนแรงมากตามเทคโนโลยี ส่วนโจร ผู้ร้าย ก็ยกระดับไปเป็นโจร ผู้ร้ายในโลกไซเบอร์ เล่นบท แฮกเกอร์ (Hacker) คอยโจรกรรมข้อมูลสำคัญในระบบคอมพิวเตอร์โดยมีอินเตอร์เน็ตเป็นตัวเชื่อมต่อ
ดังนั้นการมีระบบรักษาความปลอดภัย (Security Solution) ที่ดีจึงเป็นเรื่องสำคัญ และถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นก็ต้องครอบคลุมทั้งในเรื่อง Mobile, Data และ Life โดยเฉพาะเทคโนโลยีความปลอดภัยที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้ เช่น ระบบกล้อง CCTV ที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้ได้ภาพที่ชัดคมเผื่อไว้ใช้เป็นหลักฐานสำคัญในวันที่เกิดเหตุการณ์ร้ายแรง หรืออย่างระบบรักษาความปลอดภัยบนสมาร์ทโฟนแบบ Privacy Phone ก็มีแนวโน้มจะได้รับความสนใจมากขึ้น เพราะด้วยปริมาณข้อมูลที่มากขึ้นในระดับ Big Data ความปลอดภัยในการจัดเก็บข้อมูลต่างๆ ก็จะยากขึ้นด้วย ขณะที่การโจรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ก็ทำได้ง่ายขึ้น หากระบบความปลอดภัยขาดความซับซ้อน หรือมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอ
เมื่อระบบคอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เน็ตได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยต้องเก็บข้อมูลสำคัญๆ ไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ รวมถึงสมาร์ทโฟนที่ต้องพกพาไปไหนมาไหนอยู่ด้วยกันตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้งยังใช้เป็นช่องทางการติดต่อสื่อสาร ไปจนถึงเรื่องของการทำธุรกรรมทางการเงิน
ขณะที่ความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์ยังเป็นเรื่องที่่น่าวิตกกังวลเป็นอย่างมาก เพราะไม่กี่วันมานี้ เพิ่งมีข่าวใหญ่ที่ออกมาเขย่าโลกไซเบอร์ เมื่ออยู่ๆ ได้เกิดการแพร่ระบาดของไวรัส WannaCry ซึ่งเป็นมัลแวร์เรียกค่าไถ่ (Ransomware) ที่ถูกส่งผ่านมาทางอีเมล์ ใครเผลอคลิกอ่านอีเมล์แปลกๆ เจ้ามัลแวร์ตัวร้ายก็จะเข้าไปสร้างความเสียหายให้กับระบบข้อมูลในคอมพิวเตอร์ ด้วยการล็อคไฟล์ข้อมูลในระบบแล้วเรียกค่าไถ่เป็นเงิน 300 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1 หมื่นบาท จ่ายผ่านทาง Bitcoin เพื่อแลกให้ระบบข้อมูลกลับคืนมา เป็นใครโดนก็คงอยากจะร้องไห้เหมือนกันทั้งนั้น
เพียง 1 วัน มีระบบคอมพิวเตอร์ถูก WannaCry โจมตีไปกว่า 1 แสนเครื่องทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย
ไม่เฉพาะแต่ระบบคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่เท่านั้นที่ถูกคุกคามโดยเหล่าแฮกเกอร์ เพราะวันนี้เรายังได้ยินข่าวการแฮกข้อมูลทางไลน์ หรือเฟสบุ๊ค เพื่อปลอมตัวเป็นเจ้าของเดิมที่เคยใช้งานไปหลอกด่าชาวบ้าน หลอกยืมเงินเพื่อนในกลุ่ม หรือแม้แต่นำข้อมูลสำคัญไปทำธุรกรรมการเงิน ซึ่งได้สร้างความเสียหายให้กับผู้ที่ถูกขโมยข้อมูลเป็นอย่างมาก
ที่น่าตกใจ คือ การขโมยข้อมูลทางไลน์ หรือเฟสบุ๊คเป็นเรื่องที่ทำกันได้ไม่ยาก เรียนรู้สักพักก็เป็นแฮกเกอร์กันได้สบาย จึงเป็นเรื่องน่ากลัวสำหรับคนที่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีบนโซเชียล โดยเฉพาะกับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูงทั้งในแง่การสื่อสาร และการเก็บข้อมูลส่วนตัวสำคัญต่างๆ ที่จำเป็นต้องเก็บไว้ในสมาร์ทโฟนเพื่อความคล่องตัว ที่เน้นการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านสมาร์ทโฟนคู่ใจ
ดังนั้นเราจึงควรเรียนรู้วิธีการป้องกันเบื้องต้น เพื่อการใช้ใช้งานสมาร์ทโฟนให้ปลอดภัย เช่น ใช้รหัสล็อคเพื่อความปลอดภัย และมีการเก็บสำรองข้อมูลในสมาร์ทโฟนไว้ในคอมพิวเตอร์เป็นประจำเพื่อป้องกันการสูญหาย และอย่าเก็บข้อมูล และรูปภาพที่เป็นความลับไว้บนสมาร์ทโฟนโดยไม่จำเป็น ควรลบบันทึกการโทร การส่งข้อความ รูปภาพสำคัญๆ ออกจากสมาร์ทโฟนเป็นครั้งคราว และหากต้องใช้สมาร์ทโฟนทำธุรกรรมออนไลน์อย่างระมัดระวัง และไม่ควรเลือกใช้เครือข่ายสาธารณะที่ไม่น่าเชื่อถือเพราะอาจถูกโจรกรรมข้อมูลผ่านเครือข่ายเหล่านั้นก็เป็นได้
แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ และจำเป็นต้องเก็บข้อมูลสำคัญไว้ในสมาร์ทโฟน หรือใช้ทำธุรกรรมการเงิน ก็ควรเลือกใช้สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ที่มีระบบรักษาความปลอดภัย (Security Solution) ติดตั้งมาในตัวเครื่องให้ด้วยก็จะดีไม่น้อย
วันนี้โลกยังต้องการตัวช่วยสำคัญ เพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทั้งในด้านชีวิต และทรัพย์สิน โดยเฉพาะเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบอินเตอร์ได้ เหล่านี้ยังเป็นเทรนด์ที่กำลังมา และจะยังคงอยู่ไปอีกนานบนวิถีดิจิตัลของผู้บริโภคยุคใหม่







