
บีกริมฯ-กัลฟ์ จ่อขายไอพีโอ ตุนเงินลุยไฟฟ้า
กัลฟ์ยื่นไฟลิ่งขาย IPO จำนวน 533.3 ล้านหุ้น ด้านบีกริมเพาเวอร์แถลงขายหุ้นไอพีโอสัปดาห์หน้า
โพสต์ทูเดย์ - กัลฟ์ยื่นไฟลิ่งขาย IPO จำนวน 533.3 ล้านหุ้น ด้านบีกริมเพาเวอร์แถลงขายหุ้นไอพีโอสัปดาห์หน้า
บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชน และผู้ซื้อหลักทรัพย์เบื้องต้นในต่างประเทศ จำนวนไม่เกิน 533.3 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 5.0 บาท เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมี บล.กสิกรไทย บล.ไทยพาณิชย์ และ บล.บัวหลวง เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย
นอกจากนี้ บริษัทประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น ประกอบธุรกิจหลักด้านการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า ไอน้ำ และน้ำเย็น และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และเป็นหนึ่งในผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าภาคเอกชนรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ทั้งนี้ เมื่อโครงการโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและพัฒนาทั้งหมดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายในปี 2567 รวมกับโครงการโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้วในปัจจุบัน กลุ่มบริษัทจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งรวมทั้งสิ้น 11,396.2 เมกะวัตต์ คิดเป็นกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งตามสัดส่วนความเป็นเจ้าของของบริษัท (ณ วันที่ 31 มี.ค. 2560) ทั้งสิ้น 5,460.2 เมกะวัตต์
ทั้งนี้ โครงสร้างการถือหุ้นของบริษัท ณ วันที่ 31 พ.ค. 2560 ก่อนและหลังการเสนอขายหุ้นสามัญ IPO ประกอบด้วย นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ถือหุ้น 619.99 ล้านหุ้น คิดเป็น 51.25% หลังการขายหุ้น IPO คงเหลือสัดส่วนถือหุ้น 38.44% บริษัท กัลฟ์ โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) ถือหุ้น 100 ล้านหุ้น คิดเป็น 6.25% หลังการขายหุ้น IPO คงเหลือสัดส่วนถือหุ้น 4.69% Gulf Investment and Trading Pte. ถือหุ้น 340 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 21.25% หลังขาย IPO คงเหลือถือหุ้น 15.94%
บริษัท บี.กริมเพาเวอร์ จะแถลงข่าวการเสนอขายหุ้นไอพีโอ จำนวน 775 ล้านหุ้น เป็นหุ้นสามัญ 705 ล้านหุ้น และมีหุ้นที่สำรองไว้ส่วนเกิน (กรีนชู) 70 ล้านหุ้น จะนำเงินที่ได้ไปลงทุนขยายโรงไฟฟ้าทั้งโรงไฟฟ้าในและต่างประเทศ







