
สอท.ร่วมญี่ปุ่นดันอีโคทาวน์
ส.อ.ท.จับมือญี่ปุ่นผลักดันอีโค ทาวน์ หวังลดปัญหาการต่อต้านของชุมชนในพื้นที่อุตสาหกรรม
ส.อ.ท.จับมือญี่ปุ่นผลักดันอีโค ทาวน์ หวังลดปัญหาการต่อต้านของชุมชนในพื้นที่อุตสาหกรรม
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.)เปิดเผยภายหลังการลงนามบันทึกความร่วมมือส่งเสริมธุรกิจอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมระหว่าง ส.อ.ท. องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) และกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมเขตคันไซ ประเทศญี่ปุ่น(เมติ) ว่า ส.อ.ทได้ร่วมมือกับญี่ปุ่นเพื่อหาทางลดปัญหาด้านมลพิษ เนื่องจากที่ผ่านมายังมีข้อขัดแย้งระหว่างภาคอุตสาหกรรมและชุมชนในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ซึ่งภาคเอกชนต้องการสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการและประชาสังคมเพื่อให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน
โดย ผู้ประกอบการไทยและญี่ปุ่นจะมีการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานกับบริษัทเอกชนในเขตคันไซของญี่ปุ่น :ซึ่งมีแผนเตรียมจัดประชุมเพื่อจับคู่ธุรกิจหวังผลักดันเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์ (อีโค ทาวน์) ระหว่างผู้ประกอบการ 2 ประเทศ โดยผู้ประกอบการเขตคันไซจะส่งผู้เชี่ยวชาญมาให้ความช่วยเหลือไทย
นายมูเนโนริ ยามาดะ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) กรุงเทพฯ กล่าวว่าการนำเทคโนโลยีการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมจากเขตคันไซมาใช้ในนิคมอุตสาหกรรมในไทยจะทำให้เกิดอีโคทาวน์ที่ส่งผลดีต่อสุขภาพของคนไทย ซึ่งในการผลักดันอีโคทาวน์จะต้องมีการจัดสรรการใช้พื้นที่ที่เหมาะสมกับการใช้งานและสามารถนำระบบของญี่ปุ่นมาใช้ดำเนินการได้
นายมิโนรุ ฟูรูกาวา ประธานกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมเขตคันไซ ประเทศญี่ปุ่น(เมติ)กล่าวว่า คันไซเป็นแหล่งรวบรวมการวิจัยพัฒนาด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมของผู้ประกอบการและมหาวิทยาลัยญี่ปุ่น ซึ่งบริษัทขนาดกลางของญี่ปุ่นในเขตคันไซมีเทคโนโลยีเป็นของตัวเองและบริษัทดังกล่าวพร้อมที่จะออกไปลงทุนในต่างประเทศ และความร่วมมือทางธุรกิจพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้นจะต้องร่วมผลักดันทั้งภาครัฐและภาคเอกชนไปพร้อมกัน
นายประพัฒน์ วนาพิทักษ์ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวภายหลังการลงนามความร่วมมือระหว่างกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรม สำนักงานคันไซและบริษัท อมตะคอร์ปอเรชั่น เรื่องโครงการอุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ว่า ญี่ปุ่นจะเข้ามาให้ความช่วยเหลือในการจัดการระบบกากอุตสาหกรรมให้เป็นระบบตั้งแต่แหล่งกำเนิดจนถึงการบำบัด รีไซเคิล การเชื่อมโยงวัตถุดิบทำให้ของเสียอยู่ในระบบการจัดการที่ดี ซึ่งคาดว่าภายใน 3 ปี จะสามารถตั้งโรงงานรีไซเคิลกากอุตสาหกรรมในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร และมีบริษัทญี่ปุ่นประมาณ 300 โรงงาน ที่พร้อมเข้ามาสนับสนุนด้านเทคโนโลยี
นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า อมตะจะเป็นผู้ลงทุนตั้งโรงงานกำจัดกากอุตสาหกรรม และบริษัทญี่ปุ่นในเขตคันไซจะเป็นผู้สนับสนุนด้านเทคโนโลยี โดยใช้เงินลงทุนประมาณ 300 ล้านบาท
ปัจจุบันกากอุตสาหกรรมในระบบมีจำนวนมากพอที่จะตั้งโรงงานกำจัดได้ โดยมีกากอุตสาหกรรมไม่เป็นอันตรายวันละ 60-70 ตัน ซึ่งสามารถนำมาผลิตไฟฟ้าได้ 1.5 เมกะวัตต์ ส่วนกากอุตสาหกรรมที่เป็นพิษจะส่งให้บริษัทบริหารและพัฒนาเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นผู้บำบัด โดยใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับโรงงานปูนซีเมนต์ รวมทั้งมีการรีไซเคิลกากอุตสาหกรรมเพื่อนำไปจำหน่ายต่อ และบางส่วนที่ไม่เป็นพิษจะมีการเผาทำลาย







