posttoday
ดีแทคลดแรงกดดันคลื่น2300พลิกชีวิต

ดีแทคลดแรงกดดันคลื่น2300พลิกชีวิต

27 พฤษภาคม 2560

โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

เจอกระแสเพลี่ยงพล้ำในตลาดโทรคมนาคมสำหรับค่ายใบพัดสีฟ้าอย่าง ดีแทค ทั้งเรื่องจำนวนคลื่นที่ถือในมือและจำนวนลูกค้า การได้รับเลือกเป็นพันธมิตรกับทีโอทีในการใช้คลื่น 2300 เมกะเฮิรตซ์ 60 เมกฯ เป็นเวลา 8 ปี คาดจะเซ็นสัญญาไตรมาส 4 ปี 2560 จึงเหมือนเป็นเบาะรองรับ ไม่ต้องโดนบีบมากในการเข้าประมูลใบอนุญาตคลื่นที่ดีแทคถือสัมปทานคลื่น 850 ที่มีอยู่ 10 เมกฯ คลื่น 1800 ที่มีอยู่ 25 เมกฯ ซึ่งจะหมดสัมปทานปี 2561 เหมือนที่เอไอเอสกับทรูเคยโดนช่วงหมดสัญญาสัมปทานที่ผ่านมา

มนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ทีโอที มีมติเห็นชอบให้กลุ่มบริษัท ดีแทค ไตรเน็ต เป็นคู่ค้าในการให้บริการไร้สายคลื่นความถี่ 2300 เมกะเฮิรตซ์ โดยทางดีแทคจะเป็นผู้จัดให้มีสถานีฐานจำนวนประมาณ 2 หมื่นกว่าแห่งให้ทีโอทีเช่าใช้งาน รวมทั้งทีโอทีจะเป็นผู้บริหารจัดการโครงข่ายสื่อสารไร้สายนี้ด้วยตนเอง และจะให้บริษัทในกลุ่มใช้บริการ

ทางทีโอทีจะมีรายได้ปีละ 4,510 ล้านบาท สำหรับการเปิดให้ดีแทคใช้งานโครงข่าย 60% อีก 20% ทีโอทีจะเปิดให้ลูกค้ากลุ่มมือถือของบริษัทได้ใช้งานและที่เหลืออีก 20% จะนำไปทำฟิกซ์ไวร์เลสบรอดแบนด์ในพื้นที่ห่างไกลเพิ่มเติม

ทั้งนี้ นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของภาครัฐหมายรวมถึงโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โครงข่ายสัญญาณ การเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาและติดตั้ง เพื่อให้ประชาชนไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใดสามารถใช้งานได้ ช่วยให้คนไทยเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้มากขึ้น

ขณะที่งานด้านเอกสารสัญญายังอยู่ในช่วงการดำเนินงาน เพราะทีโอทีเป็นหน่วยงานภายใต้กระทรวงดีอี จึงต้องมีขั้นตอนในเรื่องของรายงานต้องมีความโปร่งใส ซึ่งทางทีโอทีเองก็พยายามเร่งกระบวนการให้ทัน แต่ยังต้องรอขั้นตอนการดำเนินงานทางฝ่ายกฎหมาย รวมทั้งคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ ให้เรียบร้อย เชื่อว่าจะไม่ช้าเกินไปและทันต่อการให้บริการแก่ลูกค้าก่อนหมดสัญญาสัมปทานเดิมแน่นอน

“ทีโอทียังคงต้องการให้ประชาชนในท้องที่ห่างไกลใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ เพราะเป็นประโยชน์และช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ เชื่อว่าทาง กสทช.เองก็น่าจะพิจารณาว่าอะไรที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนเป็นหลักก่อน” มนต์ชัย กล่าว

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าจะต้องใช้เวลาในกระบวนการเซ็นสัญญาถึงไตรมาส 4 แต่มั่นใจจะได้ข้อยุติที่ดี ซึ่งดีแทคจะใช้งานโครงข่ายได้ถึงปี 2568 การเซ็นสัญญาครั้งนี้ไม่เหมือนกับกรณีเอไอเอสที่ทางนั้นต้องการความจุของโครงข่าย (Capacity) ซึ่งต้องมีการทดลองและเมื่อสัญญาณชนกันทำให้การใช้งานเกิดปัญหา แต่คลื่น 2300 เมกะเฮิรตซ์ไม่เหมือนกัน ดีแทคสามารถติดตั้งและใช้งานเครือข่ายได้ทันที

ด้าน ลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค กล่าวว่า การร่วมมือกับทางทีโอทีครั้งนี้ จะช่วยให้ลูกค้าใช้งานเครือข่ายได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับโรลเอาต์เครือข่ายของดีแทคได้เตรียมการไว้ล่วงหน้า เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนเซ็นสัญญาก็ใช้งานเครือข่ายใหม่ได้ทันที

ทั้งนี้ ในเรื่องของเงินลงทุนโครงข่าย ปีที่ผ่านมาใช้ไปแล้ว 2 หมื่นล้านบาท ปีนี้ก็ใช้งบไม่ต่างกัน 1.7-2 หมื่นล้านบาท ซึ่งดีแทคมั่นใจว่าการลงทุนครั้งนี้เป็นผลดี เพราะอนาคตประชาชนจะมีการใช้งานดาต้าเพิ่ม การลงทุนในเรื่องนี้จะเป็นโอกาสที่ดีทางธุรกิจของทั้งสองฝ่าย

แหล่งข่าวจากนักวิเคราะห์โบรกเกอร์ บริษัท เคจีไอ กล่าวว่า แม้ดีลนี้จะช่วยหนุนความสามารถในการแข่งขันของ ดีแทคและช่วยเพิ่มความสามารถในการหาลูกค้าใหม่ของบริษัท แต่คลื่นดังกล่าวจะมาพร้อมกับต้นทุนที่ดีแทคจ่ายค่าตอบแทนให้กับทีโอทีถึงปีละ 4,510 ล้านบาท และยังมีงบลงทุนเพิ่มขยายโครงข่ายบนคลื่น 2300 เมกะเฮิรตซ์ด้วย

บริษัทประเมินว่า การลงทุนที่เพิ่มขึ้น 1 หมื่นล้านบาท จะกระทบกำไรสุทธิของดีแทคปี 2561 ให้ลดลงราว 1,100 ล้านบาท ส่งผลให้การดำเนินงานจากประมาณการในปัจจุบันจะมีกำไรสุทธิราว 500 ล้านบาท พลิกเป็นขาดทุน 2,700 ล้านบาท แม้กำไรสุทธิของดีแทคไตรมาสแรกปีนี้อยู่ที่ 229 ล้านบาท แต่ก็ต่ำกว่าที่คาดการณ์ ส่วนลูกค้าสิ้นปี 2559 มี 24.5 ล้านราย ทำรายได้กว่า 8.2 หมื่นล้านบาท

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน