
ไม่หวั่นไทยเที่ยวเกาหลีใต้หด เอกชนเดินหน้าอัดโปรกระตุ้น
กระแสข่าวคนไทยโดดวีซ่าเกาหลีใต้มาก จนเจ้าหน้าที่ ตม. เกาหลีใต้ตรวจเข้มคนไทย และมีการนำเสนอเรื่องราวสุดรันทดระหว่างไม่ผ่าน ตม.ถูกส่งกลับไทยอื้ออึงบนโลกโซเชียล
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
กระแสข่าวคนไทยโดดวีซ่าเกาหลีใต้มาก จนเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เกาหลีใต้ตรวจเข้มคนไทย และมีการนำเสนอเรื่องราวสุดรันทดระหว่างไม่ผ่าน ตม.ถูกส่งกลับไทยอื้ออึงบนโลกโซเชียล กระแสนี้เองอาจกระทบตลาดคนไทยเที่ยวเกาหลีใต้ในอนาคต
ที่ผ่านมาบริษัททำกรุ๊ปทัวร์ไปเกาหลีใต้เดือนละ 30-40 กรุ๊ป แต่ละกรุ๊ปมีลูกทัวร์ประมาณ 30 คน เท่ากับแต่ละเดือนนำคนไทยไปเที่ยวเกาหลีใต้ไม่ต่ำกว่า 1,000 คน ถือว่ามากพอสมควร โดยแพ็กเกจเกาหลีใต้ที่ขายดีต่อเนื่องก็คือเส้นทางโซล ซูวอน เอเวอร์แลนด์ ส่วนแพ็กเกจรองลงมาที่ได้รับความสนใจเพราะราคาจูงใจ คือ ปูซาน ที่มีราคาทัวร์ไม่ถึง 1 หมื่น และเกาะเชจู ถือเป็น 3 เส้นทางหลักๆ ที่บริษัทนำเที่ยวขายกันอยู่
“ช่วงนี้เข้าสู่ช่วงที่ไม่ใช่ฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) ของตลาดคนไทยเที่ยวเกาหลีใต้ โดยคนเกาหลีใต้จะมาเที่ยวไทยมากช่วงนี้เพราะที่เกาหลีใต้เป็นฤดูร้อน ทำให้จำนวนที่นั่งบนเครื่องบินที่จะเหลือมาทำตลาดคนไทยเที่ยวเกาหลีใต้มีน้อยลง แต่ก็ยังมีที่นั่งให้ไปเที่ยวได้ทุกวันอยู่โดยที่ราคาถูกกว่าช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) จากนั้นคนไทยจะไปเกาหลีใต้มากอีกครั้งปลาย ก.ย.เป็นต้นไป ซึ่งเข้าสู่ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีแล้ว” กฤชณัฐ กล่าว
กฤชณัฐ กล่าวต่อว่า อีกปัจจัยที่ทำให้ตลาดคนไทยเที่ยวเกาหลีใต้ไม่น่าห่วงก็คือ องค์กรส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลีใต้มีกลยุทธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง เช่น ช่วงโลว์ซีซั่นก็จะมีการจัดแกรนด์เซลเจาะตลาดนักช็อปปิ้ง มอบคูปองส่วนลดต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวไปช็อปปิ้ง
นัดดา บุรณศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ กล่าวว่า เที่ยวบินกรุงเทพฯ (ดอนเมือง)-โซล (เกาหลีใต้) ยังไม่ได้รับผลกระทบกรณี ตม.เข้มงวดขึ้น อัตราบรรทุกผู้โดยสารเฉลี่ย (โหลดแฟกเตอร์) ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันอยู่ที่ 90% อย่างไรก็ตามขณะนี้เข้าสู่ช่วงโลว์ซีซั่น ดังนั้นเพื่อรักษาระดับโหลดแฟกเตอร์ ให้อยู่ที่ 85-90% ได้ต่อเนื่อง จึงจัดโปรโมชั่นเส้นทางบินกรุงเทพฯ-โซล บินไปช็อปกระหน่ำที่โซล ซัมเมอร์เซล ลด 25% ทุกที่นั่ง โดยใส่รหัสโปรโมชั่น SHOPPING สำหรับผู้จองผ่านเว็บไซต์แอร์เอเชียวันนี้-4 มิ.ย.นี้ เพื่อใช้เดินทางวันนี้-21 ก.ค.นี้
อิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า เข้าใจความจำเป็นของเกาหลีใต้ที่ต้องตรวจเข้มหลังมีคนไทยกลุ่มหนึ่งลักลอบเข้าไปทำงานผิดกฎหมาย โดยส่วนหนึ่งเพราะระยะเวลาให้นักท่องเที่ยวพำนักได้ยาวสุด 90 วัน หรือ 3 เดือน ทำให้บางคนอาศัยช่วงยกเว้นวีซ่าไปทำงานชั่วคราว และหลายกลุ่มก็อยู่เกินกำหนดไม่ถูกกฎหมาย หากรัฐบาลทั้งไทยและเกาหลีใต้ทบทวนหลักการตรวจคนเข้าเมือง เช่น ให้ทำวีซ่าก่อนเดินทางไปถึงเพื่อคัดกรองระดับหนึ่งก่อนก็น่าจะเป็นผลดีกว่าไปแก้ปัญหาปลายทาง เมื่อเดินทางไปแล้วเอกสารหลักฐานต่างๆ ไม่พร้อมจนเกิดปัญหาไม่ผ่านด่านตรวจ
“ที่ผ่านมาธุรกิจนำเที่ยวได้รับผลกระทบเรื่องความน่าเชื่อถือเพราะกระบวนการค้าแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายมักแฝงมากับการซื้อแพ็กเกจทัวร์เดินทางไปกับบริษัทนำเที่ยวเหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไปและหลบหนีภายหลัง เมื่อทำบ่อยครั้งก็กระทบประวัติและความน่าเชื่อถือของบริษัทนำเที่ยว หากมีรายชื่ออยู่ในข่ายที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพ่งเล็ง ก็ทำให้ดำเนินธุรกิจต่อยากขึ้น สิ่งที่ดำเนินการได้ขณะนี้คือต้องคัดกรองลูกค้าที่ซื้อทัวร์มากขึ้น ตรวจสอบรายละเอียดให้แน่ใจในวัตถุประสงค์การเดินทาง แต่ยอมรับว่าสิ่งเหล่านี้หากให้เอกชนทำโดยลำพังคงยาก” อิทธิฤทธิ์ กล่าว
ศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า การตรวจคนเข้าเมืองเข้มขึ้นเป็นสิทธิที่เกาหลีใต้ทำได้เพราะสถิติคนไทยพำนักเกินกำหนด 90 วัน สูงกว่า 1 แสนคน แต่ก็ไม่เห็นด้วยหากปรับเปลี่ยนให้คนไทยต้องทำวีซ่าก่อนเข้าประเทศจากปัจจุบันไม่ต้องทำ เพราะอาจกระทบกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปจริงต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นและเสียเวลาดำเนินการในกระบวนการขอวีซ่าด้วย
ทั้งนี้ รัฐบาลไทยและเกาหลีใต้คงต้องร่วมกันแก้ปัญหานี้อย่างรอบคอบ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าไม่ใช่ปัญหาที่จะจัดการได้ง่าย และปัญหานี้ก็ไม่ได้มีแค่ที่เกาหลีใต้ เพราะที่ผ่านมาก็มีคนไทยหลบหนีไปทำงานในประเทศอื่นด้วย เช่น ญี่ปุ่น หลังยกเว้นวีซ่าให้คนไทย เพียงแต่ยอดคนที่อยู่เกินกำหนดยังไม่ได้สูงจนน่าเป็นห่วง ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและหามาตรการป้องกันทำให้ปัญหาคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น
ปัญหานี้ไม่ใช่แค่กระทบประเทศปลายทางต้องรับมือแรงงานผิดกฎหมาย ท้ายที่สุดก็กลับมากระทบภาพลักษณ์คนไทยและเครดิตประเทศไทยเอง หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เร่งหาแนวทางรับมือ คนไทยที่ไปด้วยเจตนาบริสุทธิ์คงต้องร่วมรับกรรมกันต่อไป







