
เสนอรถไฟฟ้า2แสนล้านเข้าครม.เดือนมิ.ย.นี้
ชงรถไฟฟ้า 2 แสนล้านเข้าครม.เดือนมิ.ย. ยันปีนี้ตอกเสาเข็ม 4 เส้นทาง 3.58 แสนล้านบาท เร่งสายสีเขียวและสีน้ำเงิน
ชงรถไฟฟ้า 2 แสนล้านเข้าครม.เดือนมิ.ย. ยันปีนี้ตอกเสาเข็ม 4 เส้นทาง 3.58 แสนล้านบาท เร่งสายสีเขียวและสีน้ำเงิน
นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมเตรียมนำโครงการรถไฟฟ้าสองเส้นทาง วงเงินรวม 2.52 แสนล้านบาท เสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในเดือนมิ.ย.นี้ประกอบด้วย โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกช่วงศูนย์วัฒนธรรม-ตลิ่งชัน ระยะทาง 16.4 กิโลเมตร วงเงิน 1.21 แสนล้านบาทให้ครม.พิจารณาเห็นชอบโครงการในช่วงปลายเดือนมิ.ย.นี้ ภายหลังจากที่ สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)อยู่ระหว่างเสนอเรื่องกลับมาที่กระทรวงคมนาคมแล้วคาดว่าจะใช้เวลารับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องราวสองสัปดาห์ก่อนเสนอไปยังครม. เช่นเดียวกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ ระยะทาง 23.6 กิโลเมตร วงเงิน 1.31 แสนล้านบาท ปัจจุบัน สนข.อยู่ระหว่างสรุปรายละเอียดโครงการเพิ่มเติมก่อนเสนอเรื่อง คาดว่าจะเสนอครม.ได้ในช่วงต้นเดือนหน้า โดยรถไฟฟ้าสายสีส้มเบื้องต้นยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องรูปแบบการร่วมทุนพีพีพีแต่จะเป็นการให้เอกชนเพียงรายเดียวเดินรถทั้งสายส้มตกและส้มออกซึ่งการเปิดให้บริการจะเปิดทีเดียวตลอดสายเนื่องจากระยะเวลาการก่อสร้างมีกำหนดแล้วเสร็จใกล้เคียงกัน
สำหรับโครงการรถไฟฟ้าที่จะเริ่มตอกเสาเข็มเพื่อก่อสร้างในปีนี้มีทั้งสิ้น 4 โครงการรวมวงเงิน 3.58 แสนล้านบาท ประกอบด้วยโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี ระยะทาง 34.5 กิโลเมตร วงเงินราว 54,000 ล้านบาท และสายเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง ระยะทาง 30.4 กิโลเมตร วงเงินราว 52,000 หมื่นล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอฝ่ายอัยการและคณะกรรมการมาตรา 35 หาข้อสรุปเรื่องข้อเสนอเพิ่มเติมในสัญญาแนบท้าย คาดว่าจะเสนอครม.ได้ในวันที่ 30 พ.ค.เพื่อเร่งลงนามสัญญากับเอกชนในเดือนมิ.ย.ก่อนเริ่มต้นก่อสร้างโครงการในเดือนก.ค.นี้รวมระยะเวลาก่อสร้าง 3ปี 3 เดือน ส่วนด้านโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ ระยะทาง 23.6 กิโลเมตร วงเงิน 1.31 แสนล้านบาท และโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกช่วงศูนย์วัฒนธรรม-ตลิ่งชัน ระยะทาง 16.4 กิโลเมตร วงเงิน 1.21 แสนล้านบาท เมื่อได้รับอนุมติจากครม.แล้วจะดำเนินการเปิดประมูลงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานซึ่งตามกรอบเวลาแล้วต้องได้ตัวเอกชนภายในเดือนพ.ย.เพื่อเดินหน้าเริ่มต้นก่อสร้างภายในปลายปีนี้
นายพีระพลกล่าวต่อว่า สภาพัฒน์ได้เสนอความเห็นมายังกระทรวงคมนาคมในเรื่องของการเสนออนุมติโครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆในอนาคตนั้นเห็นควรให้เสนอโครงการทั้งส่วนของการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและรูปแบบการร่วมทุนงานระบบเดินรถ(พีพีพี)เพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการดำเนินโครงการตลอดจนลดเวลาความล่าช้าในขั้นตอนการนำเสนอเพื่อให้กรอบเวลาการเริ่มต้นก่อสร้างและระยะเวลาแล้วเสร็จเป็นไปตามที่ได้ตั้งเป้าไว้ ส่งผลให้ในอนาคตกระทรวงคมนาคมจะเสนอโครงการทั้งสองส่วนไปยังสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เพื่อให้มองเห็นภาพรวมก่อนยื่นขอความเห็นจากสภาพัฒน์และนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป เบื้องต้นโครงการรถไฟฟ้าที่จะเริ่มใช้การเสนอในรูปแบบดังกล่าวได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายและโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย







