
แบงก์รับมือรายได้ดอกเบี้ยวูบ
กรุงไทยหาช่องขายข้ามผลิตภัณฑ์หลังนิมลดต่ำ ทิสโก้ปรับต้นทุนสินเชื่อบ้านสู้
กรุงไทยหาช่องขายข้ามผลิตภัณฑ์หลังนิมลดต่ำ ทิสโก้ปรับต้นทุนสินเชื่อบ้านสู้
กรุงไทยรับหั่นดอกเบี้ยซ้ำเติมนิมต่ำ หาช่องขายข้ามผลิตภัณฑ์ ทิสโก้ปรับต้นทุนสินเชื่อบ้านสู้แบงก์ใหญ่
นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า จะหาช่องทางในการเพิ่มรายได้มากขึ้น หลังจากที่ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (เอ็มอาร์อาร์) ลง 0.5% ที่น่าจะส่งผลกระทบต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (นิม) ของธนาคารให้แคบลง จาก 3.42% ในสิ้นไตรมาสแรก ซึ่งเกือบต่ำสุดในระบบ
ทั้งนี้ แนวทางหลักจะพยายามขายข้ามผลิตภัณฑ์ (Cross-Selling) มากขึ้น ซึ่งยังมีช่องว่างให้เพิ่มได้อีกมาก เพราะปัจจุบันรายได้หลักยังอยู่บนสินเชื่อเพียงอย่างเดียว อัตราการใช้ผลิตภัณฑ์ต่อลูกค้าต่ำกว่าคู่เทียบไม่น้อยกว่า 2 เท่า ฉะนั้น จะพยายามนำเสนอบริการอื่นให้ลูกค้าเพิ่มเติม เช่น การบริหารเงินสด บริการธุรกรรมการเงิน ธุรกรรมการค้าต่างประเทศ และการบริหารอัตราแลกเปลี่ยน
อย่างไรก็ดี การหารายได้มาทดแทนดอกเบี้ยทำได้ยากขึ้นเรื่อยๆ เพราะค่าธรรมเนียมเริ่มมีอัตราเติบโตลดลง ทั้งค่าธรรมเนียมรายย่อย และลูกค้ารายใหญ่ ที่เคยเป็นเป้าหมายสำคัญในการให้บริการด้านตลาดเงินตลาดทุน แต่ขณะนี้การแข่งขันสูงมาก จนทำให้ค่าธรรมเนียมลดลงเหลือพียง 0.1-0.3% เท่านั้น
นอกจากนี้ จะพยายามเสริมแกร่งการตั้งสำรองหนี้เสียให้ได้ตามแผน คือ เท่ากับคู่เทียบ 120-140% จากไตรมาสแรกของปี ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญอยู่ที่ 112% ซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญ 3 ด้านของธนาคารปีนี้
ด้าน นายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทิสโก้ เปิดเผยว่า ธนาคารเชื่อว่าจะสามารถแข่งขันในธุรกิจสินเชื่อบ้านได้ แม้จะเป็นผู้เล่นรายใหม่จากการซื้อพอร์ตสินเชื่อบ้าน จากธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) รวมทั้ง ทิสโก้เข้ามาทำธุรกิจนี้ในช่วงที่คาดว่า ภาวะการแข่งขันจะรุนแรงขึ้น หลังการปรับลดดอกเบี้ยเอ็มอาร์อาร์ลงของธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ทั้ง 4 แห่ง ซึ่งเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในสินเชื่อบ้านเช่นกัน
ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านที่รับโอนมา ถือว่าอยู่ในระดับแข่งขันได้ โดยมีการคิดดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านตามที่ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) ที่อ้างอิงจากอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านชั้นดี ซึ่งใกล้เคียงกับดอกเบี้ยเอ็มอาร์อาร์ที่ธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่ใช้เป็นดอกเบี้ยอ้างอิงของสินเชื่อบ้าน
อย่างไรก็ตาม เมื่อนิมมีแนวโน้มลดลงจากการปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ ธนาคารจะเน้นบริหารต้นทุนเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน และการทำกำไรในธุรกิจดังกล่าวไว้ ทั้งต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรอง โดยเน้นการควบคุมคุณภาพสินทรัพย์เป็นหลัก







