
ขยายตลาดสู่เมียนมา
ผมทำตลาดที่กัมพูชาจนประสบความสำเร็จในสินค้าหลายตัว จึงทำให้ตัวเองเกิดความฮึกเหิมมากในขณะนั้น ก็เกิดมีความคิดว่า
โดย...กริช อึ๊งวิฑูรสถิตย์
ผมทำตลาดที่กัมพูชาจนประสบความสำเร็จในสินค้าหลายตัว จึงทำให้ตัวเองเกิดความฮึกเหิมมากในขณะนั้น ก็เกิดมีความคิดว่า ในเมื่อกัมพูชาก็ทำแล้ว ทำไมไม่ต่อยอดไปทำที่เมียนมา (พม่า) ละ มันคงไม่ยาก เพราะผมโตมาจากเชียงของติดชายแดนลาว แม่สายติดชายแดนพม่า จ.เชียงราย และเรียนที่แม่สลอง เพื่อนฝูงที่อยู่แถบนั้นได้ทำการค้าทั้งนั้นก็มีเยอะมาก เรียกว่าทุกอำเภอในภาคเหนือจะต้องมีศิษย์เก่าแม่สลองอยู่ทุกแห่งหนเลยครับ
ดังนั้น การเริ่มต้นของผมจึงง่ายมาก ผมจึงเริ่มใช้กลยุทธ์เดิมที่เคยประสบความสำเร็จ จึงรีบเดินทางไปแม่สาย ไปหาเพื่อนที่ทำมาหากินที่นั่น เพื่อชวนมาเป็นพันธมิตร ก็ไปพบคุณณรงค์ หวังสกุลชัย ร้านวัลณี ซึ่งค้าขายที่แม่สาย ในยุคนั้นคุณณรงค์ยังหนุ่มแน่น ที่สำคัญทำงานเก่งมาก ขับรถหกล้อส่งของและขึ้นลงรถเอง คือเขาเป็นคนสู้งานมัธยัสถ์มาก และเป็นญาติห่างๆ ผมด้วย
ผมจึงไปนั่งคุยกับเขาที่ร้าน ตอนแรกเขาไม่สนใจเพราะเขาซื้อสินค้ากับบริษัทโดยตรงอยู่แล้ว ทำไมต้องมาซื้อผ่านผมอีก ผมก็อธิบายแนวคิดผม แนวทางการทำตลาดต่างๆ ให้สั้นที่สุด เพราะเขายุ่งมากเพราะค้าขายดีมาก ไม่มีเวลาให้ผมเลย ผมมีเวลาแค่สิบนาที ก็รีบจากกันเพราะงานเขาเยอะจริงๆ ผมกลับมาด้วยใจอันห่อเหี่ยวเลย แต่อีกอาทิตย์ต่อมา เขาก็โทรมาหาผม บอกว่าอยากลองทำงานกับผมดู เริ่มด้วยการสั่งมาม่าไปหนึ่งคันรถ ผมดีใจมากจนเนื้อแทบเต้นครับ มีความหวังขึ้นมาทันที
ต่อมาก็ขยายสินค้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ครับ แต่ผมจะทำแค่สินค้าไม่กี่ตัว จนกระทั่งเริ่มขายลิโพวิตัน-ดี ของบริษัท โอสถสภา ช่วงนั้นขายดีมาก ผมทำยอดได้เดือนละไม่ต่ำกว่าหลักสี่ห้าหมื่นลัง การทำการตลาดก็ดำเนินไปทั้งสองประเทศ ผมเดินทางไปทั้งสองแห่งเป็นว่าเล่นครับ ผมเข้าไปทาง อ.แม่สาย ขึ้นไปถึงเชียงตุง ตองจี เมืองสู้เมืองยาง เมืองลา ฯลฯ ในช่วงที่ผมเรียนอยู่ที่แม่สลอง จะมีเพื่อนนักเรียนที่เดินทางมาจากเมียนมามาเรียนอยู่ที่นี่เยอะมาก ดังนั้นเวลาเข้าไปในรัฐฉานจึงเปรียบเสมือนได้ไปพบปะสังสรรค์เพื่อนร่วมรุ่น และค้าขายไปในตัว บางครั้งเวลาเราเกิดปัญหา เพื่อนหลายคนก็จะมาช่วยเราแก้ไขปัญหาได้ บางครั้งเราไม่แน่ใจเครดิตของลูกค้า เพื่อนๆ ก็จะคอยให้คำแนะนำได้
การเดินทางถนนหนทางก็ดีกว่าที่กัมพูชาเยอะมาก ถนนเป็นถนนลาดยางที่มีมาแต่ยุคอังกฤษปกครอง เพียงแต่ถนนไม่ได้รับการบูรณะเท่านั้นเอง จึงทำให้การเดินทางต้องใจเย็นๆ ค่อยๆ ไป ถึงไหนนอนนั่นส่วนยานพาหนะก็ได้รับความเอื้อเฟื้อจากคุณณรงค์ ร้านวัลณี แม่สาย คอยจัดการให้ตลอด จึงสะดวกสบายมากๆ ครับ อีกอย่าง คือการที่ได้เรียนที่โรงเรียนแม่สลอง ผมจึงพูดภาษาต่างๆ ได้หลากหลาย ไม่ว่า
จะเป็นภาษาจีนกลาง ภาษาจีนฮ่อ หรือจีนยูนนาน ภาษาโกก้าง หรือ ม่าหลีปา ภาษาไต หรือไทยใหญ่ จึงช่วยให้ผมทำการตลาดในเมียนมาด้านรัฐฉานได้อย่างดีครับ
เนื่องจากพ่อค้าแม่ขายชาวรัฐฉานจะเป็นคนจีนเชื้อสายยูนนาน การสื่อสารจึงไม่เป็นปัญหาต่อผมเลย ในทางตรงข้ามลูกค้าจะรักเราและชอบเรามาก ช่วงนั้นเดือนหนึ่งอยู่บ้านไม่ถึงสองอาทิตย์ สนุกมาก เหนื่อยมาก แต่มีความสุขมากๆๆ
ในยุคที่ผมเริ่มทำตลาดเมียนมาและกัมพูชานั้น ผมได้มีโอกาสเข้าไปเรียนหลักสูตรระยะสั้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรียนด้านบริหารอสังหาริมทรัพย์ รุ่นที่ 5 (RE 5) ซึ่งในขณะนั้นไม่ได้คิดอะไรมาก เพียงแค่อยากรู้และเข้าใจในธุรกิจที่ตนเองสนใจเท่านั้น อีกทั้งผมเป็นเด็กบ้านนอก เข้ามาทำธุรกิจในเมืองหลวง ไม่มีเพื่อนร่วมรุ่นที่จะคอยเกื้อกูลกัน จึงอยากมีเพื่อน แม้ว่าค่าเล่าเรียนในยุคนั้นถือว่าสูงเอาการ แต่ก็ต้องสู้ครับ อีกทั้งเรียนช่วงค่ำ ไม่ได้มีปัญหากับการทำธุรกิจเลยตัดสินใจได้ง่ายครับ
ช่วงที่ผมเรียนนั้นก็มีเพื่อนที่ต่อมาได้เป็นกัลยาณมิตรหลายท่านทีเดียวครับ แม้จะจบมานาน บางท่านก็ยังมีส่วนช่วยในการดำเนินชีวิตและดำเนินธุรกิจจนกระทั่งทุกวันนี้ครับ







