
รัฐจัดงานใหญ่บูมสตาร์ทอัพ
ประเดิมพื้นที่ศรีราชา ดึงนักลงทุนลุยอีอีซี มุ่งธุรกิจสุขภาพ ไฮเทค
ประเดิมพื้นที่ศรีราชา ดึงนักลงทุนลุยอีอีซี มุ่งธุรกิจสุขภาพ ไฮเทค
สนช.เล็งจัดสตาร์ทอัพไทยปี 2560 ประเดิมจัดงานแรกศรีราชา พื้นที่ลงทุนขนาดใหญ่อีอีซี สร้างโอกาสธุรกิจใหม่ทั้งสุขภาพ ผู้สูงอายุ ท่องเที่ยว ไฮเทค
นายพันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. เปิดเผยว่า สนช.กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดงานสตาร์ทอัพปี 2560 โดยจะเริ่มจัดงานสตาร์ทอัพในภูมิภาค 4 งาน ได้แก่ ศรีราชา, หาดใหญ่, ขอนแก่น, เชียงใหม่ และครั้งสุดท้ายที่ กทม. ซึ่งจัดแห่งแรกที่ศรีราชา จ.ชลบุรี ภายใต้แนวคิด คือ Eastern Rise รองรับการจัดทำโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ถือเป็นพื้นที่ศักยภาพการลงทุนสำคัญของประเทศ
ขณะเดียวกันในงานจะมีการจัดสัมมนาและการนำสตาร์ทอัพที่เข้าร่วมโครงการพิชชิ่ง (Pitching) เพื่อร่วมหานักลงทุนในผู้ประกอบการแต่ละราย รวมถึงการจัดแข่งขันโดรน เรซซิ่ง (Drone Racing) โดยงานมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-27 พ.ค. 2560 ที่อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ จิสด้า (GISTDA) ศรีราชา
นายปริวรรต วงษ์สำราญ ผู้จัดการโครงการ สนช. กล่าวว่า สำหรับการจัดงานพื้นที่ศรีราชาถือเป็นครั้งแรกที่จัดในพื้นที่ดังกล่าว เพราะมีโครงการลงทุนขนาดใหญ่อีอีซี รวมถึงเป็นโอกาสของสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพ สตาร์ทอัพด้านสุขภาพ สตาร์ทอัพที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุ กลุ่มด้านการท่องเที่ยว กลุ่มทางด้านเทคโนโลยี กลุ่มเทคโนโลยีอวกาศ กลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูง (ไฮเทค) และกลุ่มท่องเที่ยว คาดว่าจะมีสตาร์ทอัพเข้ามาร่วมในงานประมาณ 100 ราย และมีผู้เข้าชมงานประมาณ 4,000 คน
นอกจากนี้ ยังร่วมจัดสตาร์ทอัพไทยแลนด์ลีก โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาในมหาวิทยาลัยต่างๆ มาร่วมทีมเพื่อนำเสนอไอเดียในการทำธุรกิจที่มีความน่าสนใจ โดยทีมที่ได้ผ่านการคัดเลือกจะมีผู้สนับสนุนเพื่อพัฒนาธุรกิจ พร้อมกันนี้ ยังมีการเชิญชวนสตาร์ทอัพในภูมิภาคอาเซียนและประเทศอื่นๆ ทั้งจีน ญี่ปุ่น อินเดีย และอิสราเอล ประมาณ 30 ราย ให้มาร่วมงานในไทย พร้อมกับการดึงนักลงทุนขนาดใหญ่และนักลงทุนเข้ามาในงานด้วย
“การจัดงานสตาร์ทอัพไทยแลนด์ในปีก่อนประสบความสำเร็จอย่างมาก ส่งผลให้สตาร์ทอัพไทยเป็นที่รู้จัก และนักลงทุนต่างชาติต่างรู้จักสตาร์ทอัพของไทย ในปีนี้การจัดงานจะมีขนาดใหญ่มากขึ้นและเชื่อว่าจะทำให้เกิดผลกระทบสร้างความน่าสนใจในสตาร์ทอัพทั้งไทยและในภูมิภาคนี้” นายปริวรรต กล่าว







