
สตาร์ทอัพ ทำอย่างไรให้ 'เกิด' และ 'โต' แบบก้าวกระโดด (1)
โดย...ธนาวัฒน์ มาลาบุปผา
โดย...ธนาวัฒน์ มาลาบุปผา
ในมุมมองของผมนั้น ที่ผ่านมามีสตาร์ทอัพที่เกิดขึ้น เติบโต และคงอยู่ในจำนวนน้อยมาก ในความเป็นจริง แม้ว่าสตาร์ทอัพจะมีโอกาสรอดชีวิตต่ำกว่า 10% หรือพูดได้ว่า 90% ของสตาร์ทอัพเกิดใหม่จะต้องปิดตัวลง แต่อีกสิ่งที่ผมมองก็คือ เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน โลกย่อมเปลี่ยน
ดังนั้น สำหรับผู้ที่คิดจะเริ่มธุรกิจสตาร์ทอัพแล้วมันยังมีโอกาส เพราะหากว่าไลฟ์สไตล์ปัจจุบันยังคงเผชิญกับปัญหาสารพัด หากโลกยังมีเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ต เมื่อนั้นประตูสำหรับธุรกิจสตาร์ทอัพยังคงเปิดกว้างอยู่เสมอ
ผมมีโอกาสได้ร่วมวงเสวนาโต๊ะกลม ระดมความคิดนักธุรกิจสตาร์ทอัพชั้นนำ ณ ศูนย์ C-asean ในงานนั้นรวมบรรดาเจ้าของธุรกิจสตาร์ทอัพรุ่นพี่ ที่ได้บุกเบิกบนเส้นทางโดยผ่านการเรียนรู้และบททดสอบมากมาย
ในวงเสวนานั้น เราคุยกันถึงสถานการณ์ของธุรกิจสตาร์ทอัพที่ผ่านมาว่า จริงอยู่ที่สตาร์ทอัพเกิดใหม่จำนวนมากจะต้องปิดตัวลง แต่มันก็ยังมีถึง 10% ที่อยู่รอด และสิ่งที่น่าสนใจก็คือ 10% ที่อยู่รอดนั้นกลับเติบโตแบบก้าวกระโดดทั้งในและนอกประเทศ มีการขยายตัวรวดเร็ว และยังทำให้การเป็นสตาร์ทอัพที่ดูใกล้เคียงกับ SMEs นั้น แตกต่างจาก SMEs อย่างชัดเจนด้วย
สตาร์ทอัพเกิดได้ด้วยไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ เพราะจุดมุ่งหมายเริ่มต้นของสตาร์ทอัพ คือ การเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่างในโลก ดังนั้นสตาร์ทอัพก็เปรียบเสมือนห้องทดลอง ที่ใช้ในการสร้างผลิตภัณท์เพื่อแก้ปัญหาของลูกค้าในกลุ่มที่สตาร์ทอัพนั้นๆ สนใจ ทุกสตาร์ทอัพมันเกิดจากตรงนี้ ยกตัวอย่างเช่น QueQ แอพพลิเคชั่นจองคิวโต๊ะร้านอาหาร ก็เกิดขึ้นจากไอเดียที่ต้องการแก้ปัญหาเรื่องเวลาที่ลูกค้าต้องเสียไปกับการนั่งรอคิว จึงได้มาเป็นแอพที่ช่วยบริหารเวลาสำหรับลูกค้าให้จองคิวได้ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเสียเวลามานั่งรอนานๆ
Ookbee ก็เช่นกัน เป็นแอพพลิเคชั่นE-book ที่คิดขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาความเมื่อยล้าจากการพกพาหนังสือเล่มหนาๆ ให้กับหนอนหนังสือทั้งหลาย หรือ Skootarก็ก่อตั้งขึ้นมาจาก ปัญหาความวุ่นวายในการจ้างพนักงานส่งเอกสารมาประจำออฟฟิศที่ไม่คุ้มกับการจ้าง จึงเกิดเป็นแอพพลิเคชั่นรวมของพนักงานส่งเอกสารให้กับบรรดา SMEs ทั้งหลายได้เลือกจ้างรายครั้ง
ขณะที่ Priceza เองก็เช่นกัน เราเริ่มมาจากปัญหาส่วนตัวของผมและผู้ร่วมก่อตั้งที่ต้องเปรียบเทียบราคาสินค้าจากร้านค้าต่างๆ จึงคิดว่าน่าจะมีแพลตฟอร์มที่จะช่วยรวบรวมราคาสินค้าของผู้จำหน่ายเข้าไว้ด้วยกัน ให้สามารถเปรียบเทียบราคาสินค้าและความน่าเชื่อถือได้ จึงมีการพัฒนาแพลตฟอร์มนี้ขึ้นมาเป็นเว็บไซต์ และแอพพลิเคชั่น โดยเริ่มที่ประเทศไทยก่อน จากนั้นเมื่อมีนักลงทุนเข้ามาร่วมลงทุน จึงเริ่มขยายตัวออกไปจนปัจจุบันครอบคลุมถึง 6 ประเทศ
เจาะลึกกลยุทธ์สตาร์ทอัพ ทำอย่างไรให้ “เกิด” แล้ว “รอด”
สมัยก่อนเราอาจมองว่ามีเพียงผู้ประกอบการรายใหญ่เท่านั้นที่จะก้าวไปสู่การเป็นบริษัทข้ามชาติ (Multinational Company : MNC) ได้ แต่ในโลกปัจจุบันสตาร์ทอัพสามารถขยายตัวไปต่างประเทศได้ง่ายมากเนื่องจากข้อจำกัดทางกายภาพถูกทลายลงด้วยเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ทำให้สามารถเติบโตและขยายฐานลูกค้าภายในไม่กี่ปี ในขณะที่ธุรกิจแบบเดิมใช้เวลานับสิบปี ยกตัวอย่าง Priceza ที่ก่อตั้งมาแล้ว 7 ปี ปัจจุบันก็ให้บริการพร้อมกันใน 6 ประเทศ คือ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์
การเจริญเติบโตในรูปแบบนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากปราศจากการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ซึ่งตรงนี้ผมจะบอกกับสตาร์ทอัพที่กำลังจะเริ่มต้นทั้งหลายว่า มันมีโอกาส และแม้ว่าการทำให้ธุรกิจอยู่รอดจะเป็นท้าทาย แต่...สตาร์ทอัพรุ่นใหม่ อย่ากังวลไป
อ่านต่อฉบับหน้า







