
โยงใยของข้อมูลเพื่ออนาคต
ท่านผู้อ่านจำ ทอม แฮงก์ จากหนังเรื่อง Cast Away
โดย...ดร.อภิวดี ปิยธรรมรงค์
ท่านผู้อ่านจำ ทอม แฮงก์ จากหนังเรื่อง Cast Away กับบทบาทของนักจัดการชั้นเลิศในการกำกับจังหวะการขนส่งสินค้าได้ไหมคะการทำงานของเขาละเอียดและฉับไวถึงขนาดสามารถกำกับว่าสินค้าจะถึงมือลูกค้าเมื่อไร เกือบยี่สิบปีที่แล้วเรารู้สึกตื่นเต้นและทึ่งไปกับความสามารถของ Chuck Noland ในการควบคุมจังหวะ สั่งการการเดินทางของสินค้าให้กับบริษัทที่มีภาพลักษณ์หลักเป็นเรื่องของความน่าเชื่อถือ และตรงต่อเวลา นับเป็นความสามารถส่วนตัวของ Chuck ในการวิเคราะห์ข้อมูล พยากรณ์สถานการณ์ล่วงหน้า และสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เข้ามามีผลกระทบต่อการดำเนินงานได้ ทั้งหมดนี้เพื่อเป้าหมายทางธุรกิจเดียวคือการส่งสินค้าถึงมือลูกค้าได้เร็วที่สุด หรืออย่างน้อยที่สุดก็ต้องภายในเวลาที่กำหนด
วินาทีนี้ Chuck Noland คงต้องปวดหัวมากขึ้นหากยังใช้เทคโนโลยีเดิมๆ และสัญชาตญาณเดิมๆ ในการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากจำนวนข้อมูลที่เพิ่มมากขึ้นตามปริมาณการค้าขายสินค้าออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดธุรกิจการจัดส่งสินค้าขนาดกลาง ขนาดเล็ก เพิ่มขึ้นทุกที่ แค่บริษัทขนส่งพัสดุในประเทศไทยก็เกิดเพิ่มขึ้นมากมาย ทำให้เห็นว่าโอกาสในการทำธุรกิจด้านโลจิสติกส์ยังมีช่องทางอีกมาก ปัจจัยที่ทำให้สามารถแข่งขันได้มีทั้งเรื่องของการจัดการวางแผนเส้นทางการรับสินค้า และจัดส่งสินค้าที่สัมพันธ์กัน รูปแบบยานพาหนะที่เหมาะสมกับการส่งสินค้านั้นๆ และเหมาะสมต่อพื้นที่ที่จะรับ-จัดส่ง รวมไปถึงปัจจัยในเรื่องของการเลือกพนักงานที่มีความชำนาญในพื้นที่นั้นๆ และอื่นๆ อีกมากมาย
ในอดีต การวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ เหล่านี้สามารถทำได้ด้วยเทคนิคทาง Scheduling และ Optimization แต่เนื่องด้วยความหลากหลายในการประมวลผลข้อมูลที่ซับซ้อนมากขึ้นอย่างเช่น ความพร้อมของเทคโนโลยีด้าน GIS และภาพถ่ายจากดาวเทียมที่ก้าวล้ำไปมากทำให้สามารถระบุข้อมูลความกว้างของถนนได้การควบรวมข้อมูลความกว้างของถนนนี้หากประกอบเข้ากับการประมวลผลภาพถ่ายที่ได้จาก Google Street View ก็จะทำให้ช่วยเข้าใจสภาพการจราจรโดยทั่วไปของพื้นที่ที่จะต้องทำการรับ-จัดส่งสินค้าได้เป็นอย่างดีช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และในท้ายที่สุด สามารถสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้
ลองคิดเล่นๆว่า หาก Google Street View จัดเก็บภาพถ่ายของสถานที่ต่างๆ ในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน และเราสามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้ในช่วงเวลาต่างๆ กัน จะยิ่งช่วยให้การวิเคราะห์ข้อมูลเป็นไปได้อย่างละเอียดมากยิ่งขึ้น หรือหากเราสามารถเข้าใจมิติความสามารถ จุดแข็ง จุดอ่อนของพนักงานที่เรามีในองค์กร และส่งเสริมบทบาทการทำงานที่ตรงกับจุดแข็งของพนักงานได้อย่างเหมาะสม องค์กรจะสามารถได้รับประสิทธิภาพการทำงานที่เต็มเม็ดเต็มหน่วย และพนักงานก็จะมีความสุขในการทำงาน สามารถทุ่มเทให้กับองค์กรได้มากขึ้น
ด้วยแนวคิดที่ว่า หากเรามีข้อมูลที่มากขึ้นแล้วจะสามารถเข้าใจในมิติต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้มากขึ้นนี้ นักวิจัย นักวิเคราะห์ข้อมูลต่างมีความพยายามที่จะจัดเก็บข้อมูลที่ละเอียดมากขึ้น หลากหลายมากขึ้น ครอบคลุมมากขึ้นแล้วนำมาข้อมูลใหม่ๆ เหล่านี้มาวิเคราะห์เชื่อมโยงข้อมูลเข้าด้วยกัน อาจจะต้องวิเคราะห์โดยตั้งสมมติฐานจากมุมมองที่แตกต่างกัน ทำงานร่วมกับข้อมูลที่มีการจัดเก็บอยู่เดิมเพื่อสร้างมูลค่าใหม่ให้มากยิ่งขึ้น ด้วยการนำไปใช้การออกแบบ วางแผนงานและกิจกรรมให้ตรงกับความต้องการทางธุรกิจ และงานวิจัยให้ดียิ่งขึ้นได้ในที่สุด สิ่งสำคัญคือจินตนาการ ที่จะช่วยเราระบุว่ารูปแบบของข้อมูลที่จำเป็นจะต้องใช้คืออะไรบ้าง เพื่อนักวิจัยจะได้คิดหาวิธีจัดเก็บและสกัดข้อมูลที่เราต้องการออกมาให้ได้







