posttoday
เทรนด์ประหยัดพลังงาน ที่อยู่อาศัยยุค4.0

เทรนด์ประหยัดพลังงาน ที่อยู่อาศัยยุค4.0

17 พฤษภาคม 2560

โดย...อรวรรณ จารุวัฒนะถาวรปัจจุบันกระแสบ้านประหยัดพลังงานเริ่มเป็นที่สนใจของผู้บริโภคมากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสภาพอากาศและอุณหภูมิของประเทศไทยที่ร้อนขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งก็ต้องยอมรับกันว่าภาคที่อยู่อาศัยไม่ว่าจะเป็นอาคารเพื่อการพาณิชย์และอาคารพักอาศัยมีสัดส่วนถึงกว่า 20% หรืออันดับ 3 ของปริมาณการใช้พลังงานในประเทศเลยทีเดียวทั้งนี้ มีแนวโน้มความต้องการใช้พลังงานมากขึ้นในหลายรูปแบบ เช่น ระบบแสงสว่าง ระบบปรับอากาศ ตลอดจนการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ เป็นต้น เมื่อความต้องการใช้มีมาก สิ่งที่ผู้บริโภคหลีกเลี่ยงไม่ได้ตามมา คือ ค่าใช้จ่ายมากขึ้นตามในส่วนของภาครัฐ ซึ่งมีหน้าที่ในการจัดหาแหล่งพลังงานให้เพียงพอกับความต้องการทุกภาคส่วน ได้มีการกำหนดนโยบายในการบริหารจัดการด้านพลังงานของประเทศ ทั้งนี้ส่วนหนึ่งก็เพื่อรองรับเป้าหมายการลดไฟฟ้าตามกรอบแผนอนุรักษ์พลังงานปี 2558-2579ขณะที่ภาคประชาชนทั่วไปหันมาใส่ใจหาทางลดการใช้พลังงานและลดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นกับการอยู่อาศัยลง  ส่งผลให้กลุ่มสถาปนิกหรือดีไซเนอร์และวิศวกร รวมถึงผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างและตกแต่งต่างก็หันมาให้ความสำคัญและปรับตัวตาม จนทำให้เทรนด์การออกแบบหรือดีไซน์ที่อยู่อาศัย

โดย...อรวรรณ จารุวัฒนะถาวร

ปัจจุบันกระแสบ้านประหยัดพลังงานเริ่มเป็นที่สนใจของผู้บริโภคมากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสภาพอากาศและอุณหภูมิของประเทศไทยที่ร้อนขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งก็ต้องยอมรับกันว่าภาคที่อยู่อาศัยไม่ว่าจะเป็นอาคารเพื่อการพาณิชย์และอาคารพักอาศัยมีสัดส่วนถึงกว่า 20% หรืออันดับ 3 ของปริมาณการใช้พลังงานในประเทศเลยทีเดียว

ทั้งนี้ มีแนวโน้มความต้องการใช้พลังงานมากขึ้นในหลายรูปแบบ เช่น ระบบแสงสว่าง ระบบปรับอากาศ ตลอดจนการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ เป็นต้น เมื่อความต้องการใช้มีมาก สิ่งที่ผู้บริโภคหลีกเลี่ยงไม่ได้ตามมา คือ ค่าใช้จ่ายมากขึ้นตาม

ในส่วนของภาครัฐ ซึ่งมีหน้าที่ในการจัดหาแหล่งพลังงานให้เพียงพอกับความต้องการทุกภาคส่วน ได้มีการกำหนดนโยบายในการบริหารจัดการด้านพลังงานของประเทศ ทั้งนี้ส่วนหนึ่งก็เพื่อรองรับเป้าหมายการลดไฟฟ้าตามกรอบแผนอนุรักษ์พลังงานปี 2558-2579

ขณะที่ภาคประชาชนทั่วไปหันมาใส่ใจหาทางลดการใช้พลังงานและลดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นกับการอยู่อาศัยลง  ส่งผลให้กลุ่มสถาปนิกหรือดีไซเนอร์และวิศวกร รวมถึงผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างและตกแต่งต่างก็หันมาให้ความสำคัญและปรับตัวตาม จนทำให้เทรนด์การออกแบบหรือดีไซน์ที่อยู่อาศัยเปลี่ยนไปจากในอดีต

ที่ผ่านมาบ้านประหยัดพลังงาน อาจไม่ได้รับความนิยมเนื่องจากต้นทุนในการก่อสร้างบ้านจะสูงกว่าการก่อสร้างปกติเฉลี่ยประมาณ 10-15% แต่เมื่อกระแสรณรงค์การอนุรักษ์พลังงานที่มีอย่างต่อเนื่องทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยเปลี่ยนแปลงหันมาพิจารณาและคำนึงเรื่องนี้โดยมองถึงประโยชน์ที่จะได้รับในอนาคตกันมากขึ้น ซึ่งนอกจากจะช่วยสังคมส่วนรวมแล้วยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการใช้พลังงานได้ถึง 20-50% และสามารถคืนทุนได้ในระยะเวลาเพียง 4-5 ปีก็ตาม

ทั้งนี้ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคระดับกลางและล่างซึ่งเป็นฐานใหญ่ของการอยู่อาศัย ล่าสุดทางการเคหะแห่งชาติ (กคช.) ได้มีการลงนามความร่วมมือกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยร่วมดำเนินโครงการฉลากประสิทธิภาพสูงสำหรับบ้านที่อยู่อาศัย โดยตั้งเป้าให้เกิดบ้านประหยัดไฟเบอร์ 5 ไม่ต่ำกว่า 1.5 แสนหลัง ใน 10 ปีจากนี้

ธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) กล่าวว่า ที่ผ่านมา กคช.ได้ดำเนินการวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยมีการนำร่องโครงการบ้านประหยัดพลังงานที่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งรูปแบบเป็นทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 107 ตร.ม. ที่ดิน 20 ตร.ว. จำนวน 237 หน่วย โดยพัฒนาภายใต้แนวคิดการใช้พลังงานให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุดในบ้านต้นทุนต่ำ มีการออกแบบลดการใช้พลังงาน คือ 1.ออกแบบให้เหมาะสมกับสภาพอากาศจะช่วยให้เกิดภาวะน่าสบายและลดการใช้แอร์ 2.การออกแบบเพื่อให้ใช้แอร์ และ 3.ลดการใช้พลังงานสะสม โดยขณะนี้อยู่ระหว่างนำเสนอ ครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบ

อย่างไรก็ดี เนื่องจากเป็นโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้ปานกลางต้นทุนยังสูง ดังนั้น กคช.จะนำมาปรับแบบเพื่อให้ได้ตามหลักเกณฑ์บ้านเบอร์ 5 สำหรับรองรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อย คาดว่าเริ่มใช้กับโครงการที่อยู่อาศัยของ กคช.ในปี 2561 รวมถึงโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดงด้วย นอกจากนี้จะดำเนินการศึกษาให้ครอบคลุมที่อยู่อาศัยทุกประเภทในโครงการของ กคช.ต่อไป

ในส่วนของภาคเอกชน กลุ่มบริษัทรับสร้างบ้าน อย่างเช่นบริษัท พีดีเฮ้าส์ อินเตอร์เนชั่นแนล ถือว่าเป็นเบอร์ 1 ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องการสร้างบ้านอนุรักษ์พลังงานหรือประหยัดพลังงานมาตลอด 20 ปี เพราะนอกจากการออกแบบรูปทรงของตัวบ้านแล้ว ยังเน้นการเลือกใช้วัสดุก่อสร้าง โดยเฉพาะวัสดุที่เป็นเปลือกอาคาร เพราะมีผลต่อการรับและถ่ายเทความร้อนที่เข้าสู่อาคาร

ล่าสุดเตรียมเพิ่มแผงโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าใช้เองภายในบ้านบางส่วน พร้อมกับนำเอาอุปกรณ์ที่ช่วยถ่ายเทและปรับสภาพอากาศภายในบ้านมาติดตั้งเพิ่มเพื่อเน้นเรื่องการดูแลสุภาพของผู้อยู่อาศัย สิ่งเหล่านี้ดำเนินการภายใต้แนวคิดบ้านอนุรักษ์พลังงานทั้งสิ้น

สำหรับเทรนด์สร้างบ้านในปีนี้ยังคงเน้นบ้านสไตล์โมเดิร์น ที่มีรูปแบบหรือรูปทรงบ้านเรียบง่ายดูทันสมัยนิยมเลือกวัสดุก่อสร้างและตกแต่งที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีทันสมัย เน้นวัสดุเลียนแบบวัสดุธรรมชาติ สวยงามและดูแลรักษาง่าย ก่อสร้างหรือติดตั้งได้รวดเร็ว

อีกกลุ่มคือบ้านแบบผสมผสานหรือสไตล์คอนเทมโพรารี โดยแนวคิดจะเน้นความคุ้มค่าและประโยชน์ที่ได้รับเป็นเหตุผลหลัก ซึ่งปัจจุบันได้ให้ความสนใจในเรื่องประหยัดการใช้พลังงานมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผู้ประกอบการจัดสรรและอาคารชุดก็มีหลายค่ายเริ่มพัฒนาโครงการแนวนี้กันมากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่ภาครัฐมีแผนปฏิบัติการเชิงรุกใน 2 รูปแบบ ทั้งแผนการรณรงค์ส่งเสริมโดยเชิญชวนภาคเอกชนขนาดใหญ่เข้าร่วมโครงการการส่งเสริมการออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน

นอกจากนี้ ยังดำเนินการจัดทำมาตรการบังคับใช้ในทางกฎหมาย โดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน จะร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ปรับปรุงแก้ไขร่างกฎหมายให้มีผลบังคับใช้ภายในปี 2560 โดยนำร่องใช้กับอาคารขนาดใหญ่พื้นที่ตั้งแต่ 1 หมื่น ตร.ม.ขึ้นไปก่อน และทยอยบังคับใช้กับอาคารพื้นที่ตั้งแต่ 2,000 ตร.ม. ภายในปี 2562 ซึ่งทั้งสองแนวทางจะนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของประเทศ และสามารถบรรลุตามเป้าหมายที่ต้องการลดสัดส่วนการใช้พลังงานให้ได้ 30% ภายในปี 2579

บ้านประหยัดพลังงานไม่ใช่เรื่องที่แปลกใหม่สำหรับคนไทย แต่ทว่าส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจซึ่งเป็นหน้าที่ที่หน่วยงานภาครัฐต้องเร่งสื่อสาร ดังนั้นเทรนด์บ้านยุคไทยแลนด์ 4.0 นอกจากเรื่องความสวยงามแล้วยังต้องคำนึงถึงการประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี