posttoday
MAKROโต29% 17สาขาใหม่ดัน

MAKROโต29% 17สาขาใหม่ดัน

12 พฤษภาคม 2560

สยามแม็คโครกำไรไตรมาสแรกปีนี้โต 29% อานิสงส์ 17 สาขาใหม่ที่เปิดตั้งแต่ปีก่อนนางเสาวลักษณ์ ถิฐาพันธ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจแม็คโคร  สายงานบริหารการเงินและหน่วยงานสนับสนุนบริษัท สยามแม็คโคร  (MAKRO) แจ้งว่าไตรมาสแรกปีนี้บริษัทมีกำไรสุทธิเท่ากับ 1,622 ล้านบาท คิดเป็นกำไรสุทธิ 0.34 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 29.3% เนื่องจากมียอดขายรวมจำนวน 45,514 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 9.3% ตามการเติบโตของยอดขายของสาขาใหม่ที่เปิดดำเนินการตั้งแต่ปี 2559 จำนวน 17 สาขา และจากยอดขายของ Indoguna Group ผ่านสยาม ฟูดเซอร์วิส-SFS ที่ได้รับโอนหุ้นมาตั้งแต่ปลายเดือน ม.ค. 2560ทั้งนี้ ในไตรมาสนี้บริษัทไม่ได้มีการเปิดสาขาใหม่ ดังนั้นบริษัทยังคงมีจำนวนสาขาเท่ากับ ณ สิ้นปี 2559 คือ สาขาแม็คโคร 107 สาขา และร้านสยามโฟรเซ่นอีก 8 แห่ง โดยมีพื้นที่การขายรวมประมาณ 704,017 ตารางเมตร เมื่อรวมกับรายได้ค่าบริการจำนวน 799 ล้านบาท และรายได้อื่นจำนวน 250 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัท มีรายได้รวมทั้งสิ้น 46,563 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 9.4%บริษัทมีต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบ

สยามแม็คโครกำไรไตรมาสแรกปีนี้โต 29% อานิสงส์ 17 สาขาใหม่ที่เปิดตั้งแต่ปีก่อน

นางเสาวลักษณ์ ถิฐาพันธ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจแม็คโคร  สายงานบริหารการเงินและหน่วยงานสนับสนุนบริษัท สยามแม็คโคร  (MAKRO) แจ้งว่าไตรมาสแรกปีนี้บริษัทมีกำไรสุทธิเท่ากับ 1,622 ล้านบาท คิดเป็นกำไรสุทธิ 0.34 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 29.3% เนื่องจากมียอดขายรวมจำนวน 45,514 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 9.3% ตามการเติบโตของยอดขายของสาขาใหม่ที่เปิดดำเนินการตั้งแต่ปี 2559 จำนวน 17 สาขา และจากยอดขายของ Indoguna Group ผ่านสยาม ฟูดเซอร์วิส-SFS ที่ได้รับโอนหุ้นมาตั้งแต่ปลายเดือน ม.ค. 2560

ทั้งนี้ ในไตรมาสนี้บริษัทไม่ได้มีการเปิดสาขาใหม่ ดังนั้นบริษัทยังคงมีจำนวนสาขาเท่ากับ ณ สิ้นปี 2559 คือ สาขาแม็คโคร 107 สาขา และร้านสยามโฟรเซ่นอีก 8 แห่ง โดยมีพื้นที่การขายรวมประมาณ 704,017 ตารางเมตร เมื่อรวมกับรายได้ค่าบริการจำนวน 799 ล้านบาท และรายได้อื่นจำนวน 250 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัท มีรายได้รวมทั้งสิ้น 46,563 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 9.4%

บริษัทมีต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารรวมทั้งสิ้น 3,529 ล้านบาท หรือ 7.6% ของรายได้รวม ซึ่งเพิ่มขึ้น 17.2% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 9.6% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ตามจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขาจำนวน 17 สาขาในปี 2559 และจากค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 47.3% จากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการเข้าซื้อกิจการ ค่าใช้จ่ายจากค่าสาธารณูปโภค ค่าเสื่อมราคาของสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ ซึ่งบริษัทได้ย้ายมาในช่วงไตรมาส 2/2559 และค่าใช้จ่ายในการพัฒนาโครงการต่างๆ เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต

 ด้านบริษัทมีกำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เท่ากับ 2,099 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 27.3% จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้นจากสัดส่วนยอดขายของสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงเพิ่มขึ้น  การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสินค้า ทำให้การตั้งสำรองสินค้าล้าสมัยลดลงและการกลับรายการรายได้ที่ปันส่วนไปเป็นต้นทุนของสินค้าคงเหลือ

อย่างไรก็ตาม เมื่อหักต้นทุนทางการเงินจำนวน 81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.8% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน จากการกู้ยืมเงินที่เพิ่มสูงขึ้นเพื่อเพิ่มทุนใน SFS สำหรับการเข้าซื้อกิจการ Indoguna Group และเมื่อหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้จำนวน 395 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่