posttoday
เปิดฟังความเห็น ร่างกฎหมาย ‘กบช.’

เปิดฟังความเห็น ร่างกฎหมาย ‘กบช.’

11 พฤษภาคม 2560

คลัง เปิดรับฟังความเห็น กบช. สัปดาห์หน้า ก่อนเสนอกฤษฎีกาพิจารณา คาดดันเข้า สนช. ทันภายในปีนี้

คลัง เปิดรับฟังความเห็น กบช. สัปดาห์หน้า ก่อนเสนอกฤษฎีกาพิจารณา คาดดันเข้า สนช. ทันภายในปีนี้

นายวโรทัย โกศลพิศิษฐ์กุล รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยถึงว่า ในสัปดาห์หน้า กระทรวงการคลังจะเริ่มกระบวนการเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ (กบช.) หลังจากที่ร่างกฏหมายดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว และการพิจารณาของกฤษฎีการอบแรก โดยจะทำการเปิดรับฟังความคิดเห็นทั้งสิ้น 15 วัน

ทั้งนี้ การรับฟังความเห็นจากประชาชนจะดำเนินการผ่านเว็บไซต์ของ สศค. ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นได้ หลังจากนั้นจะมีการรวบรวมความคิดเห็นของประชาชนผ่านเว็บไซต์ทั้งหมด เพื่อนำเสนอให้กฤษฎีกาพิจารณารอบ 2 ซึ่งเชื่อว่าจะใช้เวลาในการพิจารณาไม่นาน หากกฤษฎีกาไม่ได้มีการตั้งข้อสังเกตหรือให้มีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของร่างกฎหมาย คาดว่าจะส่งกลับให้ ครม. พิจารณาอีกครั้ง และส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาได้ทันภายในปีนี้ เชื่อว่าจะประกาศใช้กฎหมายดังกล่าวได้ทันตามกำหนดการในปี 2561 อย่างแน่นอน

“การพิจารณาของกฤษฎีการอบ 2 ก็จะดูเกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนที่แสดงความเห็นผ่านเว็บไซต์ทั้งหมด หากเห็นว่าส่วนไหนต้องมีการปรับปรุงแก้ไขในประเด็นใด ก็จะเร่งดำเนินการ แต่หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจากร่างกฎหมายเดิมกระบวนการก็จะเดินหน้าต่อได้ทันที โดยการพิจารณารอบแรกไม่ได้มีการแก้ไขสาระสำคัญอะไร” นายวโรทัย กล่าว

สำหรับสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.กองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ (กบช.) นั้น ได้กำหนดให้ลูกจ้างและนายจ้างจะต้องร่วมกันใส่เงินสมทบในกองทุนฯ โดยช่วง 1-3 ปีแรก นายจ้างที่มีลูกจ้าง 100 คนขึ้นไป จะต้องเข้าสู่ระบบ กบช. จากนั้นปีที่ 4-6 นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป จะต้องเข้าสู่ระบบ และตั้งปีที่ 7 เป็นต้นไป นายจ้างที่มีลูกจ้าง 1 คนขึ้นไปก็ต้องเข้าสู่ระบบ กบช.

ขณะที่อัตราส่งเงินสมทบในช่วง 1-3 ปีแรก ลูกจ้างและนายจ้างจ่ายสมทบฝ่ายละ 3% ของค่าจ้างสูงสุดไม่เกิน 1,800 บาท/เดือน แต่หากค่าจ้างต่ำกว่า 1 หมื่นบาท ให้นายจ้างจ่ายฝ่ายเดียว ปีที่ 4-6 สมทบฝ่ายละ 5% ปีที่ 7-9 สมทบฝ่ายละ 7% และปีที่ 10 ขึ้นไป สมทบฝ่ายละ 10% โดยให้ลูกจ้างสามารถเลือกรับเงินเป็นงวดหรือเป็นเงินก้อนจากกองทุนฯ ได้หลังจากอายุ 60 ปี

สำหรับกฎหมายดังกล่าวเป็นการออมภาคบังคับ ที่รัฐบาลดำเนินการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุให้กับผู้ใช้แรงงาน

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่