
CPALL อัตรากำไรฟื้น
โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทองแม้กำลังซื้อภายในประเทศจะยังไม่ฟื้นตัวขึ้นมาอย่างชัดเจน จนเห็นได้ว่าราคาหุ้นของบริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) ปรับลงมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2560 ที่ผ่านมา และทรงตัวก่อนที่จะเริ่มปรับขึ้นเล็กน้อยในขณะนี้3-4 ปีที่ผ่านมา อัตรากำไรสุทธิของ CPALL ลดลง เพราะรวมผลประกอบการของ บริษัท สยามแม็คโคร (MAKRO) แต่ปัจจุบันเริ่มเห็นตัวเลขฟื้นและกลับมาดีขึ้นปี 2559 มีอัตรากำไรสุทธิ 3.7% เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่อยู่ที่ 3.4% และปี 2557 ที่อยู่ที่ 2.7%“เกรียงชัย บุญโพธิ์อภิชาติ” รองกรรมการผู้จัดการศูนย์การเงินกลุ่มสำนักลงทุนสัมพันธ์และสำนักวางแผนกลยุทธ์ธุรกิจ CPALL กล่าวว่า อนาคตน่าจะเห็นอัตรากำไรสุทธิทยอยปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งจะทำให้มีกระแสเงินสดดี“3-4 ปีที่ผ่านมา เป็นช่วงที่เศรษฐกิจโดยรวมก็มีความอยู่ยาก ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมค้าปลีกและร้านสะดวกซื้อด้วย และภาครัฐมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ปีนี้ยากที่จะคาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (จีดีพี) ไทยจะออกมาเท่าใด หรือประเมินกำลังซื้อของผู้บริโภค เพราะสิ่งที่หวังคือเศรษฐกิจดีขึ้นเร็วและแรงกว่านี้ บริษัทจะเติบโตได้ในระดับเดียวกับการขยายต
โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง
แม้กำลังซื้อภายในประเทศจะยังไม่ฟื้นตัวขึ้นมาอย่างชัดเจน จนเห็นได้ว่าราคาหุ้นของบริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) ปรับลงมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2560 ที่ผ่านมา และทรงตัวก่อนที่จะเริ่มปรับขึ้นเล็กน้อยในขณะนี้
3-4 ปีที่ผ่านมา อัตรากำไรสุทธิของ CPALL ลดลง เพราะรวมผลประกอบการของ บริษัท สยามแม็คโคร (MAKRO) แต่ปัจจุบันเริ่มเห็นตัวเลขฟื้นและกลับมาดีขึ้น
ปี 2559 มีอัตรากำไรสุทธิ 3.7% เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่อยู่ที่ 3.4% และปี 2557 ที่อยู่ที่ 2.7%
“เกรียงชัย บุญโพธิ์อภิชาติ” รองกรรมการผู้จัดการศูนย์การเงินกลุ่มสำนักลงทุนสัมพันธ์และสำนักวางแผนกลยุทธ์ธุรกิจ CPALL กล่าวว่า อนาคตน่าจะเห็นอัตรากำไรสุทธิทยอยปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งจะทำให้มีกระแสเงินสดดี
“3-4 ปีที่ผ่านมา เป็นช่วงที่เศรษฐกิจโดยรวมก็มีความอยู่ยาก ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมค้าปลีกและร้านสะดวกซื้อด้วย และภาครัฐมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ปีนี้ยากที่จะคาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (จีดีพี) ไทยจะออกมาเท่าใด หรือประเมินกำลังซื้อของผู้บริโภค เพราะสิ่งที่หวังคือเศรษฐกิจดีขึ้นเร็วและแรงกว่านี้ บริษัทจะเติบโตได้ในระดับเดียวกับการขยายตัวเศรษฐกิจของประเทศและชนะอัตราเงินเฟ้อได้”
ปีที่ผ่านมา อัตราเติบโตยอดขายสินค้าร้านเดิมโตขึ้น 2.4% ถือเป็นแนวโน้มที่ดีขึ้นจากปี 2558 อยู่ที่ 0.8% และปี 2557 ที่ติดลบถึง 2.6%
ทั้งนี้ ปี 2560 บริษัทยังคงเดินหน้าตามแผนงาน 5 ปี (2560-2564) ที่ตั้งเป้าหมายว่าภายในปี 2564 จะมีสาขาเป็น 1.3 หมื่นแห่ง จากสิ้นปี 2559 อยู่ที่ 9,542 แห่ง แบ่งเป็นอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 45% และต่างจังหวัด 55% หรือต้องเปิดสาขาใหม่ประมาณ 700 แห่ง/ปี
บริษัทเปิดสาขาใหม่ 700 แห่ง มาได้ 1-2 ปีแล้ว เป็นผลจากคุณภาพสาขาที่เน้นทำเลที่สนองตอบความต้องการลูกค้าได้ต่อเนื่อง รวมถึงความร่วมมือกับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่ผ่านมาบริษัทได้ลงนามความร่วมมือ (เอ็มโอยู) กับบริษัท แสนสิริ (SIRI) บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) เพื่อเปิดร้านเซเว่นอีเลฟเว่นในคอนโดมิเนียม
นอกจากนี้ ยังร่วมมือกับโรงพยาบาล สถานที่ราชการ รวมถึงการขยายสาขาภายในสถานีบริการน้ำมันของ บริษัท ปตท. (PTT) และอีกทั้งการขยายสาขาตามที่อยู่อาศัยในแนวรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นด้วย รวมทั้งการเปิดสาขาที่ตั้งออกมาเพียงแห่งเดียว (Stand Alone)
สำหรับงบการลงทุนปีนี้อยู่ที่ 9,500-1 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นเปิดสาขาใหม่ 3,400-3,600 ล้านบาท ปรับปรุงร้านเดิม 2,300-2,400 ล้านบาท ทำโครงการใหม่ บริษัทย่อย และศูนย์กระจายสินค้า 3,000-3,100 ล้านบาท รวมทั้งลงทุนในสินทรัพย์และระบบสารสนเทศ 800-900 ล้านบาท นอกจากนี้ เตรียมลงทุนศูนย์กระจายสินค้าใหม่ ปัจจุบันมีศูนย์กระจายสินค้าทั้งหมด 7 แห่ง และครอบคลุมทั่วประเทศแล้ว ซึ่งมีแนวโน้มและดูอยู่ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพิ่มอีกจากปัจจุบันมีอยู่ที่ จ.ขอนแก่น เนื่องจากตอนนี้เศรษฐกิจมีการขยายตัวไปตามหัวเมืองมากขึ้น
บริษัทเริ่มเปลี่ยนการออกหุ้นกู้จาก 3 ปี เป็น 10 ปี เพื่อต้องการบริหารความเสี่ยงต้นทุนดอกเบี้ยในอนาคตที่เป็นขาขึ้นและมีความผันผวนมากขึ้น ซึ่งเดือน มี.ค. เพิ่งออกมา 4,500 ล้านบาท โดยครบกำหนดไถ่ถอนปี 2572 และคาดว่าในช่วงครึ่งปีหลัง 2560 จะออกอีก 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะชดเชยหุ้นกู้ที่ครบกำหนดไถ่ถอนเป็นหลัก
นอกจากนั้น บริษัทยังมีอัตราหนี้สินสุทธิต่อส่วนผู้ถือหุ้นได้เร็วกว่าเงื่อนไขของการออกหุ้นกู้ที่กำหนดว่าปี 2560 ต้องมีอัตราหนี้สินสุทธิต่อส่วนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2.5 เท่า และปี 2561-2565 ต้องอยู่ที่ 2.0 เท่า แต่สิ้นปีที่ผ่านมาก็ทำได้ในระดับที่ 2.08 เท่าแล้ว เมื่อเทียบกับปี 2558 อยู่ที่ 2.95 เท่า
สำหรับมุมเรื่องมีธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ หรือการมีเทคโนโลยีที่มีการบริการส่งอาหารอย่างไลน์แมนหรือแกร็บไบค์เข้ามา จะเป็นคู่แข่งที่สำคัญกับ CPALL “เกรียงชัย” มองว่าเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายของบริษัท โดยมีบริษัทลูกที่เข้ามาทำธุรกิจด้านนี้และพร้อมที่จะหารือกับพันธมิตรที่สนใจร่วมธุรกิจด้วยกันเสมอ
ขณะที่แผนการกระจายหุ้น MAKRO กำลังหารือซึ่งต้องให้เป็นไปตามกฎระเบียบของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) แต่ขณะเดียวกันก็ยังเป็นการดำเนินแผนธุรกิจของบริษัท เมื่อเข้าไปซื้อกิจการแล้วก็เป็นไปเพื่อการลงทุนในระยะยาวที่ยังไม่มีความจำเป็นต้องรีบขาย หลังจากซื้อกิจการและรวมเป็นงบรวมออกมาปี 2559 ถือว่าตัวเลขเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น ขณะที่การถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อย (ฟรีโฟลต) MAKRO อยู่ที่ 2.12%
ปี 2559 MAKRO มีนโยบายที่จะเปิดสาขาก้าวกระโดดจากที่ก่อนหน้านี้มีศูนย์จำหน่ายสินค้าเพิ่มขึ้น 17 สาขา รวมเป็น 115 สาขาทั่วประเทศ ขณะที่มีแผนที่จะขยายธุรกิจในต่างประเทศได้จัดตั้งบริษัทย่อยในกัมพูชา รวมทั้งทำสัญญาเพื่อเข้าซื้อผลประโยชน์ในสัดส่วน 80% ในแต่ละบริษัทที่ประกอบธุรกิจบริการด้านอาหารทั้งในสิงคโปร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และฮ่องกง
บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) คาดกำไรสุทธิไตรมาสแรก ปี 2560 CPALL จะเติบโต 8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการขยายสาขาและการเติบโตจากยอดขายของสาขาเดิมที่เริ่มฟื้นตัว อีกทั้งคาดว่าแนวโน้มผลประกอบการเติบโตดีต่อเนื่องในไตรมาส 2 จากอากาศร้อนทำให้เครื่องดื่มเย็นขายดีและมีวันหยุดยาวทำให้ยอดขายในพื้นที่ท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น โดยประเมินราคาเป้าหมาย 68 บาท
บล.ทรีนีตี้ คงคำแนะนำซื้อและให้ราคาเป้าหมาย 71 บาท คาดกำไรสุทธิปีนี้ที่ 1.88 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.2% จากปีก่อน







