
60นักธุรกิจใหญ่ฮ่องกงพบนายกฯขอข้อมูลลงทุนเชิงลึก
ธุรกิจฮ่องกง 60 บริษัทบินตรงพบนายกฯ รับฟังข้อมูลลงทุนของไทย “สมคิด” แนะเอกชนคว้าโอกาสเร่งจับคู่พันธมิตร
ธุรกิจฮ่องกง 60 บริษัทบินตรงพบนายกฯ รับฟังข้อมูลลงทุนของไทย “สมคิด” แนะเอกชนคว้าโอกาสเร่งจับคู่พันธมิตร
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 8-9 พ.ค.นี้คณะนักลงทุนรายใหญ่ซึ่งเป็นสมาชิกของสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง (HKTDC) จะเดินทางมาเยือนประเทศไทย โดยจะเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาลในวันนี้ เพื่อรับฟังนโยบายเศรษฐกิจการค้าและการลงทุนของไทยจากนายกฯ โดยตรง
ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้จัดเวทีเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับโอกาสรวมถึงสิทธิประโยชน์ในการลงทุนในประเทศไทย โดยภาครัฐได้จัดเวทีให้ข้อมูลแก่นักลงทุนในเชิงลึกมากกว่าช่วงที่โรดโชว์เมื่อวันที่ 26-29 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยการให้ข้อมูลในวันที่ 8 พ.ค.นั้น ในช่วงเช้าจะเป็นการฉายภาพถึงโอกาสการลงทุนในไทย ส่วนช่วงบ่ายจะเป็นการเจาะเป็นรายโครงการที่นักลงทุนแสดงความสนใจมา เช่น โครงการในระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) พร้อมเชิญนักลงทุนไทยเข้าร่วมด้วยประมาณ 200 คน เพื่อเปิดให้มีการแสวงหาโอกาสพันธมิตรทางธุรกิจได้
“เป็นโอกาสสำคัญที่เอกชนไทยไม่ว่าจะเป็นสภาหอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จะต้องเข้าไปพบและพูดคุยเพื่อหาโอกาสในการจับมือเป็นพันธมิตร”นายสมคิด กล่าว
นายสมคิด กล่าวว่า การที่ภาคเอกชนไทยต้องให้ความสนใจธุรกิจจากฮ่องกงนั้นจากปัจจุบันจีนได้ดำเนินยุทธศาสตร์ให้เขตปกครองพิเศษฮ่องกงเป็นหัวหอกในการออกไปลงทุนต่างประเทศภายใต้ยุทธศาสตร์ วัน เบลต์ วัน โรด (One Belt One Road) ซึ่งนักลงทุนรายใหญ่ๆ ของจีนจึงจดทะเบียนในฮ่องกงเพื่อให้อยู่ภายใต้กฎหมายที่ออกไปลงทุนต่างประเทศได้คล่องตัว ซึ่งเหตุผลนี้ทำให้ที่ผ่านมานักลงทุนจากฮ่องกงที่เข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
สำหรับการเดินทางเยือนเขตปกครองพิเศษฮ่องกงเมื่อ 26-29 เม.ย.นั้น ส่วนตัวได้หารือกับนางแคร์รี่ แลม ผู้ซึ่งจะเข้ารับการสาบานตนเป็นผู้บริหารสูงสุดฮ่องกงในเดือน ก.ค.นี้ โดยได้เสนอแนวคิดต่อว่า ในระดับทวิภาคีนั้นไทยและฮ่องกงต้องเชื่อมต่อกันอย่างใกล้ชิด และเสนอให้เปิดสำนักงานเศรษฐกิจการค้าฮ่องกงในไทยด้วย
“สำนักงาน HKETOs นี้ไม่ใช่เพียงเรื่องเศรษฐกิจ แต่เป็นเรื่องยุทธศาสตร์การเมืองด้วย เพราะปัจจุบันฮ่องกงได้ตั้งในอินโดนีเซียและสิงคโปร์แล้ว และมีแผนจะเปิดอีกแห่ง โดยล่าสุดเวียดนามได้เข้าไปเสนอตัวแล้ว ดังนั้นการที่ไทยเข้าไปเสนอครั้งนี้จึงเป็นการชิงธงกับเวียดนาม”นายสมคิด กล่าว







