
กระจายความเสี่ยงลงทุน
ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวดีขึ้นค่อนข้างมากในขณะที่ตลาดหุ้นไทยอาจดูเงียบเหงากว่า
โดย...สานุพัฐ รัตนมโนชัย นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บล.ภัทร
ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวดีขึ้นค่อนข้างมากในขณะที่ตลาดหุ้นไทยอาจดูเงียบเหงากว่า แม้การเจริญเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะยังมีโมเมนตัมที่ดีอยู่ แต่ตลาดหุ้นโลกเริ่มมีความไม่แน่นอนมากขึ้นทั้งจากประเด็นการเมืองระหว่างประเทศ และการผลักดันนโยบายต่างๆ ของสหรัฐ ในขณะเดียวกัน ความเสี่ยงของการเมืองระหว่างประเทศก็ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้น หลังจากสหรัฐตัดสินใจโจมตีซีเรีย และความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับเกาหลีเหนือมีมากขึ้น มองไปข้างหน้า ยังคงต้องจับตาท่าทีของการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รวมทั้งแผนการลดการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนได้
ในภาวะที่ความไม่แน่นอนเริ่มปรับตัวสูงขึ้น การกระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ดูเหมือนจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมต่อการลงทุนในปัจจุบันที่มีความไม่แน่นอนและการคาดการณ์ที่แม่นยำทำได้ค่อนข้างยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการลงทุนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเงินในระยะยาว เนื่องจากช่วยลดความผันผวนของเงินลงทุนได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะถ้านักลงทุนสามารถกระจายการลงทุนให้พอร์ตการลงทุนมีความเสี่ยงสอดคล้องกับความสามารถและความต้องการรับความเสี่ยงของตนเอง
ประโยชน์จากการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน เกิดจากการที่สินทรัพย์แต่ละประเภทที่เราเลือกลงทุน และเชื่อว่ามีผลตอบแทนระยะยาวที่ดี แต่มีความผันผวนระหว่างทางในระยะสั้น สินทรัพย์เหล่านี้มักไม่ขึ้นลงพร้อมๆ กัน การกระจายการลงทุนจึงช่วยหักล้างความผันผวนระหว่างทางของเงินลงทุน และยังสามารถได้รับประโยชน์จากผลตอบแทนระยะยาวได้
นอกจากนี้ ยังเพิ่มความสามารถในการลดความเสี่ยงขาลงของเงินลงทุนได้ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจสำคัญเลยทีเดียว เนื่องจากการที่พอร์ตการลงทุนจะกลับมาเท่ากับจุดเดิมได้นั้นจะต้องมีผลตอบแทนที่สูงกว่าขาดผลทุนที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ยกตัวอย่างเช่น หากกรณีที่พอร์ตปรับลดลงไป 20% การจะทำให้กลับมาเท่าทุนได้จะต้องสร้างผลตอบแทนให้ได้ถึง 25%
การกระจายความเสี่ยง สามารถทำได้ตั้งแต่การลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ อาทิ ตราสารทุน ตราสารหนี้ รวมไปถึงสินทรัพย์ทางเลือกเช่น ทองคำ สินค้าโภคภัณฑ์ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ และสามารถกระจายทางเลือกลงทุนในประเภทสินทรัพย์ผ่านตัวกลางได้อีกด้วย
ประโยชน์ของการลงทุนผ่านกองทุนเหล่านี้ นอกจากจะมีการกระจายความเสี่ยงในตัวเองแล้ว (เมื่อเทียบกับการลงทุนในหุ้นไม่กี่ตัว) นักลงทุนยังสามารถเลือกกลยุทธ์การลงทุนทั้งแบบเชิงรับ เพื่อมุ่งหวังให้ได้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับตลาด หรือแบบเชิงรุก เพื่อมุ่งหวังว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่าตลาดในระยะยาว ตามภาวะตลาดหรือมุมมองการลงทุนของผู้จัดการกองทุน
ตามหลักแล้ว การลงทุนแบบเชิงรับจะเหมาะสมกับตลาดที่มีประสิทธิภาพและมีเครื่องมือการเงินที่หลากหลายและครอบคลุม รวมทั้งมีต้นทุนการลงทุนที่ต่ำมาก ในขณะที่การลงทุนแบบเชิงรุกจะตรงกันข้ามกัน คือเหมาะสมสำหรับตลาดที่ยังมีโอกาสทำกำไรส่วนเกินจากราคาหลักทรัพย์ที่ยังไม่สะท้อนปัจจัยพื้นฐาน
การลงทุนเชิงรุกยังน่าสนใจหรือไม่ โดยเฉพาะในระยะหลังที่กองทุนตราสารทุนที่บริหารแบบเชิงรุกทั่วโลกส่วนใหญ่ไม่สามารถสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าตลาดตามที่มุ่งหวังไว้ และเริ่มเห็นกระแสเงินทุนไหลออกจากกองทุนประเภทเชิงรุกเข้าไปลงทุนใน ETF มากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งปรากฏการณ์นี้ได้เกิดขึ้นกับกองทุนในไทยด้วยเช่นกัน เช่น ในไตรมาสแรกที่ผ่านมา มีกองทุนหุ้นไทยที่บริหารแบบเชิงรุกเพียง 21% เท่านั้นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าตลาด เทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 43%
หากแบ่งข้อมูลออกเป็นช่วงเวลาที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวสูงขึ้นและปรับตัวลดลง จะเห็นว่าตัวเลขค่าเฉลี่ยเฉพาะในช่วงตลาดขาลงอยู่ที่ 52% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าในช่วงตลาดขาลงกองทุนตราสารทุนที่บริหารแบบเชิงรุกมากกว่าครึ่งสามารถชนะตลาดได้ มองได้ว่าการที่มีผู้จัดการกองทุนคอยดูแลบริหารสามารถช่วยลดความเสี่ยงขาลงได้ และการกระจายการลงทุนในประเภทสินทรัพย์ ทั้งเชิงรับและเชิงรุกก็น่าจะยังเป็นทางเลือกที่เหมาะสมและสอดคล้องกับมุมมองกระจายความเสี่ยงลงทุน







