posttoday

13 ช่องดิจิทัลยืดจ่าย

06 พฤษภาคม 2560

13 ช่องทีวีดิจิทัล ขอยืดจ่ายค่าธรรมเนียม กสทช.ให้สิทธิถึง 22 พ.ค.นี้ นักวิชาการแนะ 7 แนวทางกำกับโอทีที ส่วนช่อง 7 ขอยุติการออกอากาศระบบอะนาล็อกวันที่ 15 มิ.ย.นี้

13 ช่องทีวีดิจิทัล ขอยืดจ่ายค่าธรรมเนียม กสทช.ให้สิทธิถึง 22 พ.ค.นี้ นักวิชาการแนะ 7 แนวทางกำกับโอทีที ส่วนช่อง 7 ขอยุติการออกอากาศระบบอะนาล็อกวันที่ 15 มิ.ย.นี้

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้มายื่นขอขยายระยะเวลาจ่ายค่าธรรมเนียมใบอนุญาตฯ ซึ่งจะครบกำหนดชำระในวันที่ 23 พ.ค. 2560 จำนวน 13 ราย

สำหรับ 13 ช่อง ได้แก่ 1.บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ 2.บริษัท เอ็นบีซี เน็กซ์วิชั่น 3.บริษัท แบงคอก บิสสิเนส บรอดแคสติ้ง 4.บริษัท ไบรท์ ทีวี 5.บริษัท อสมท (2 ช่อง) 6.บริษัท โมโน บรอดคาซท์ 7.บริษัท วอยซ์ ทีวี 8.บริษัท ทริปเปิล วี บรอดคาสท์ 9.บริษัท บางกอกมีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง 10.บริษัท อาร์.เอส. เทเลวิชั่น 11.บริษัท อมรินทร์ เทเลวิชั่น 12.บริษัท จีเอ็มเอ็ม แชนแนล และ 13.บริษัท จีเอ็มเอ็ม วัน ทีวี

ขณะที่ตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 76/2559 เรื่อง มาตรการส่งเสริมการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ ขณะนี้เหลือเพียงช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ และช่องทีวีรัฐสภา ที่ยังไม่มายื่นขอสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการส่งสัญญาณโทรทัศน์ระบบดิจิทัลที่ให้บริการเป็นการทั่วไปผ่านดาวเทียม (Must Carry)

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (รองประธาน กสทช.) และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวว่า ผลการหารือการเผยแพร่ภาพและเสียงผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ต โอเวอร์ เดอะท็อป หรือโอทีที ร่วมกับกลุ่มนักวิชาการ ได้เสนอแนวทางการกำกับดูแล 7 ประการ ได้แก่ 1.เสนอแนะให้มีการสร้างความสมดุลในการดูแลการประกอบกิจการ เพื่อมิให้กระทบต่อการสร้างสรรค์และกระทบต่ออุตสาหกรรมใหม่ 2.เสนอแนะให้มีการกำกับดูแลโฆษณาที่ไม่เหมาะสมในบริการโอทีที 3.เสนอแนะให้กำหนดตัวชี้วัดและหลักเกณฑ์ว่าบริการโอทีทีใดที่มีอิทธิพลต่อสาธารณะในวงกว้าง

สำหรับประการที่ 4เสนอแนะให้มีการกำกับดูแลผ่านแพลตฟอร์มที่ให้บริการ โดยให้แพลตฟอร์มมีหน้าที่เบื้องต้นในการกลั่นกรองบริการให้เหมาะสมก่อน ที่จะมีการเผยแพร่ไปยังผู้รับชม 5.เนื้อหาที่สำคัญบนโอทีที ก็คือ เนื้อหาจากสื่อเดิม ซึ่งต้องมีการกำกับดูแลในลักษณะเดียวกัน มิใช่เนื้อหาแบบเดียวกันนำเสนอบนสื่อเดิมไม่ได้ แต่สามารถนำเสนอบนสื่อใหม่ได้ 6.ควรคำนึงถึงประเด็นการละเมิดลิขสิทธิ์ การขัดต่อศีลธรรม อันดี และประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน 7.เสนอแนะให้ส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อแก่ประชาชน เพื่อให้สามารถแยกแยะระหว่างข้อมูลที่เป็นข้อเท็จ จริงและความเห็นส่วนตัว โดยสัปดาห์ หน้าจะหารือกับผู้ประกอบการโทรทัศน์ ผู้ให้บริการโอทีทีทั้งในและต่างประเทศต่อไป

นอกจากนี้ สถานีโทรทัศน์ช่อง 7 แจ้งว่า จะเริ่มต้นยุติการให้บริการบาง พื้นที่ 15 มิ.ย.นี้ และจะทยอยหยุดให้บริการทุกพื้นที่ภายในปี 2563 ซึ่งช่อง 7 จะสิ้นสุดสัญญาสัมปทานปี 2566

ข่าวล่าสุด

พาณิชย์ จับตาผลผลิตทุเรียน ปั้นภาพลักษณ์ใหม่ สู้ศึกการค้าโลก