
จี้ผ่อนเกณฑ์สินเชื่อ
‘สมคิด’ส่งสัญญาณแบงก์ปล่อยกู้ธุรกิจท้องถิ่น ปลายพ.ค.อัดงบปั้นเอสเอ็มอี
‘สมคิด’ส่งสัญญาณแบงก์ปล่อยกู้ธุรกิจท้องถิ่น ปลายพ.ค.อัดงบปั้นเอสเอ็มอี
โพสต์ทูเดย์ - “สมคิด” แนะแบงก์ชาติช่วยผ่อนเกณฑ์เปิดทางแบงก์เอกชนปล่อยสินเชื่อดันเศรษฐกิจท้องถิ่น
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ต้องการให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พิจารณาปรับเกณฑ์การกำกับเพื่อเอื้อให้ธนาคารพาณิชย์สามารถปล่อยสินเชื่อลงสู่ท้องถิ่นได้มากขึ้น ให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ขณะนี้เร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น
ทั้งนี้ เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์เข้ามาเป็นส่วนเสริมธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จึงขอให้สมาคมธนาคารไทยหารือกันว่าจะทำอย่างไรได้บ้างที่ธนาคารพาณิชย์จะสามารถปล่อยสินเชื่อให้ผู้ประกอบการในท้องถิ่นได้เร็วและมากขึ้น
นายสมคิด กล่าวอีกว่า แนวทางการพัฒนาเอสเอ็มอีให้เน้นไปสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เข้มแข็งขึ้น โดยเชื่อมโยงการผลิตและการค้ากับการท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชน ถ้าเร่งตามกรอบต่างๆ ให้เป็นผลใน 3 เดือน มีเงินลงไปในระบบเศรษฐกิจให้รับการส่งออกจะทำให้การใช้จ่ายดีขึ้น
ด้าน นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ที่ประชุมคณะทำงานประชารัฐชุดส่งเสริมเอสเอ็มอี สตาร์ทอัพ และโซเชียล เอนเตอร์ไพรส์ ภายใต้คณะกรรมการสานพลังประชารัฐ ได้เตรียมมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สตาร์ทอัพ แบบครบวงจรไว้ครบทุกด้านแล้ว ทั้งด้านการเงินและอื่นๆ รวมทั้งหมด 5 กรอบการดำเนินงาน โดยจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงปลายเดือน พ.ค.นี้
สำหรับกรอบการเงินที่ 1 มีสินเชื่อรวม 3.7 หมื่นล้านบาท จากกองทุนประชารัฐ 2 หมื่นล้านบาท แบ่งปล่อยสินเชื่อ 3 ส่วน ประกอบด้วย ส่วนที่ 1 เอสเอ็มอีคนตัวเล็ก 2,000 ล้านบาท มีเอสเอ็มอี 1 หมื่นราย รายละไม่เกิน 2 แสนบาท
ส่วนที่ 2 กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวทางประชารัฐสำหรับเอสเอ็มอีขนาดใหญ่ขึ้น แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนนิติบุคคล 3,000 ล้านบาท ส่วนที่ 3 สินเชื่อเอสเอ็มอีตามแนวทางประชารัฐที่จดทะเบียนนิติบุคคลแล้ว 1.5 หมื่นล้านบาท
นายอุตตม กล่าวอีกว่า แหล่งเงินกรอบที่ 2 วงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท จาก ธพว. สำหรับสินเชื่อทรานส์ฟอร์เมชั่น ซึ่งเป็นสินเชื่อมากกว่า 10 ล้านบาท ส่วนแหล่งเงินที่ 3 จากกองทุนของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) อีก 2,000 ล้านบาท เพื่อการฟื้นฟูและพลิกฟื้นผู้ประกอบการเอสเอ็มอี
“กรอบต่างๆ เหล่านี้จะลงไปถึงเอสเอ็มอีในทุกระดับ ทุกขนาด ทุกกลุ่ม ตั้งแต่สตาร์ทอัพ สปริงอัพ และสเต็ปอัพ ทั้งเรื่องการเงินและไม่ใช่ตัวเงิน โดยเฉพาะการเข้าไปถึงพื้นที่เพื่อฝึกอบรม ติดตามดูแลเอสเอ็มอี ที่สำคัญจะมุ่งไปที่การยกระดับเศรษฐกิจท้องถิ่น และจะเริ่มเต็มที่ได้ในปลายเดือนนี้” นายอุตตม กล่าว







