posttoday
พอร์ต พ.ค. 2560 Cautiously Optimistic

พอร์ต พ.ค. 2560 Cautiously Optimistic

02 พฤษภาคม 2560

โดย...INFINITI Global Investorsเข้าสู่เดือน พ.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่บริษัทจดทะเบียนจะทยอยประกาศงบไตรมาสแรก โดยในเดือนที่ผ่านมาตลาดหุ้นโลกเผชิญความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์จากกรณีสหรัฐเตรียมพร้อมรับมือการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ การโจมตีฐานทัพซีเรีย และการกำจัดกลุ่มไอเอสที่อัฟกานิสถาน อีกทั้งยังมีปัจจัยเสี่ยงจากการประกาศยุบสภาของอังกฤษ และการเลือกตั้งฝรั่งเศสทั้งนี้ ในช่วงปลายเดือนความเสี่ยงโดยรวมเริ่มลดลง เนื่องจากยังไม่มีการรบปะทะกันที่ยืดเยื้อ และการเลือกตั้งที่ฝรั่งเศส Macron ผู้สมัครที่ไม่มีแนวคิดนำฝรั่งเศสออกจาก EU มีคะแนนนำ Le Penอย่างไรก็ตาม เรายังคงเห็นว่าตลาดหุ้น Emerging Market โดยเฉพาะอินเดียทำผลตอบแทนได้ดีเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งยังสอดคล้องกับมุมมองของเราตั้งแต่ต้นปีถึงแม้ตลาดหุ้นโลกจะเผชิญความเสี่ยงในด้านต่างๆ แต่เศรษฐกิจโลกยังคงมีแนวโน้มเติบโตที่ดีขึ้น โดย IMF มีการปรับประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2017 เพิ่มขึ้นเป็น 3.5% จาก 3.40% ทั้งนี้นักลงทุนมีความคาดหวังในการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนที่สูง จึงต้องเฝ้าระวัง หากออกมาต่ำกว่าคาด ตลาดหุ้นอาจเผชิญแรงขายทำกำไรในด้านเฟดยังคงมีแนวโน้มในการ

โดย...INFINITI Global Investors

เข้าสู่เดือน พ.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่บริษัทจดทะเบียนจะทยอยประกาศงบไตรมาสแรก โดยในเดือนที่ผ่านมาตลาดหุ้นโลกเผชิญความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์จากกรณีสหรัฐเตรียมพร้อมรับมือการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ การโจมตีฐานทัพซีเรีย และการกำจัดกลุ่มไอเอสที่อัฟกานิสถาน อีกทั้งยังมีปัจจัยเสี่ยงจากการประกาศยุบสภาของอังกฤษ และการเลือกตั้งฝรั่งเศส

ทั้งนี้ ในช่วงปลายเดือนความเสี่ยงโดยรวมเริ่มลดลง เนื่องจากยังไม่มีการรบปะทะกันที่ยืดเยื้อ และการเลือกตั้งที่ฝรั่งเศส Macron ผู้สมัครที่ไม่มีแนวคิดนำฝรั่งเศสออกจาก EU มีคะแนนนำ Le Pen

อย่างไรก็ตาม เรายังคงเห็นว่าตลาดหุ้น Emerging Market โดยเฉพาะอินเดียทำผลตอบแทนได้ดีเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งยังสอดคล้องกับมุมมองของเราตั้งแต่ต้นปี

ถึงแม้ตลาดหุ้นโลกจะเผชิญความเสี่ยงในด้านต่างๆ แต่เศรษฐกิจโลกยังคงมีแนวโน้มเติบโตที่ดีขึ้น โดย IMF มีการปรับประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2017 เพิ่มขึ้นเป็น 3.5% จาก 3.40% ทั้งนี้นักลงทุนมีความคาดหวังในการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนที่สูง จึงต้องเฝ้าระวัง หากออกมาต่ำกว่าคาด ตลาดหุ้นอาจเผชิญแรงขายทำกำไร

ในด้านเฟดยังคงมีแนวโน้มในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามแผนการขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ และมีแผนที่จะทยอยปรับลดขนาดงบดุลลงหากตัวเลขเศรษฐกิจขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาสินทรัพย์ต่างๆ มีความผันผวนได้ ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มชะลอตัวลงบ้าง แต่ตลาดหุ้นสหรัฐยังคงปรับตัวขึ้นจากคาดหวังในนโยบายของทรัมป์ ทำให้มี Valuation ที่แพงกว่าหุ้นกลุ่ม EM

ส่วนหุ้นกลุ่ม Healthcare ยังคงมี Valuation ไม่แพงมากเมื่อเทียบกับกลุ่มอื่น ในขณะที่ยังมีพื้นฐานที่ดี และเป็นกลุ่ม Defensive เหมาะกับการลงทุนในภาวะตลาดที่มีความผันผวน

กลับมาดูที่ตัวเลขเศรษฐกิจของไทย ไตรมาสแรกมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนหลักมาจากภาคการส่งออกและตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เริ่มฟื้นตัว อีกทั้งตัวเลขยอดขายรถยนต์ในประเทศกลับมาเติบโตสะท้อนกำลังซื้อผู้บริโภคในประเทศเริ่มฟื้นตัว

ส่วนกำไรของหุ้นกลุ่มธนาคารกลับมาฟื้นตัวหลังการประกาศงบ แต่ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ในขณะที่ยอด NPL กลับมาเติบโตขึ้นอีกครั้ง จึงทำให้มีปัจจัยกดดันต่อหุ้นกลุ่มนี้

มาดูตลาดอินเดีย พบว่าตัวเลขเศรษฐกิจของอินเดียยังคงขยายตัวได้ดี ทั้งตัวเลขเงินเฟ้อและตัวเลข PMI แต่หากพิจารณาด้าน Valuation พบว่าการที่ตลาดหุ้นอินเดียมี Valuation ที่เริ่มแพงในปัจจุบัน โดนมีการซื้อขายที่ค่า PE ratio เกือบ +2SD จากค่าเฉลี่ย

ในไตรมาสนี้ตัวเลขเศรษฐกิจจีนเริ่มฟื้นตัวได้ดี โดย GDP ขยายตัวได้มากถึง 6.9% (YoY) จากการส่งออกที่กลับมาฟื้นตัวได้ดี แต่ตลาดหุ้นจีนได้มีการปรับตัวลดลงจากความกังวลที่ภาครัฐเข้ามาควบคุมภาคการเงินมากขึ้น ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจญี่ปุ่นฟื้นตัวได้ แต่หุ้นญี่ปุ่นยังมีโอกาสผันผวนสูงตามค่าเงินเยน

ในฝั่งยุโรปเองก็เริ่มทยอยฟื้นตัวได้ดีต่อเนื่อง โดยเฉพาะตัวเลขเงินเฟ้อและ PMI แต่การลงทุนในหุ้นยุโรปมีความเสี่ยงเนื่องจากตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นมารับข่าวการเลือกตั้งฝรั่งเศสไปมากพอสมควรแล้ว จึงอาจมีความเสี่ยงจากแรงขายทำกำไรได้ในระยะสั้น

ส่วนราคาทองคำกลับมาปรับตัวขึ้นได้ในช่วงเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ส่วนค่าเงินเหรียญสหรัฐกลับมาอ่อนค่าสวนทาง

ในเดือน พ.ค.เรามีมุมมองเชิงบวกอย่างระมัดระวัง จึงแนะนำให้ลดสัดส่วนหุ้นเหลือ 50% และเพิ่มสัดส่วนตราสารหนี้ระยะสั้นเป็น 30% เพื่อลดความเสี่ยงจากด้านภูมิรัฐศาสตร์และการเมือง โดยแนะนำให้ขายหุ้นอินเดีย เนื่องจากมี Valuation ที่เริ่มแพง และหุ้นกลุ่มธนาคารหลังจากมีการประกาศงบการเงินออกมาต่ำกว่าคาด และปรับตัวขึ้นมาแล้วพอสมควร

ขณะที่แนะนำให้เพิ่มหุ้นขนาดกลางและเล็กประเภท Value ในสัดส่วน 10% เนื่องจากยังไม่แพงมากและผันผวนน้อยกว่าตลาด ถึงแม้ตลาดหุ้นอาจจะความผันผวนอยู่บ้าง แต่เศรษฐกิจโลกโดยรวมยังคงมีแนวโน้มเติบโตที่ดีอยู่ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกทางพื้นฐานในการลงทุน โดยเราเชื่อว่าปี 2017 น่าจะยังเป็นปีที่ดีต่อพอร์ตการลงทุน Global Absolute Return

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่