posttoday
ธนาคารผู้สูงวัย

ธนาคารผู้สูงวัย

02 พฤษภาคม 2560

โดย...วิทัย รัตนากรสิ่งที่ได้รับความสนใจไม่แพ้ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก การเมืองระหว่างประเทศและภูมิรัฐศาสตร์ คงหนีไม่พ้นปัญหาโครงสร้างประชากรในหลายๆ ประเทศที่กำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยเฉพาะในเอเชียรวมถึงประเทศไทย โดยปัจจุบันประเทศไทยมีผู้สูงอายุจำนวน 10 ล้านคน หรือประมาณ 16% ของประชากรทั้งประเทศ และในปี 2573 ผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นเป็น 25.2% หรือประมาณ 1 ใน 4 ของประชากรทั้งประเทศจากวิทยาการทางการแพทย์ที่มีความก้าวหน้า ผู้คนใส่ใจในสุขภาพมากขึ้นทำให้อัตราการตายลดน้อยลง ประชากรมีอายุยืนยาว ขณะที่เด็กเกิดใหม่ก็มีอัตราลดลงจากวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่ไม่ค่อยแต่งงานหรือแต่งงานแต่มีลูกน้อยหรือไม่มีลูกเลย ทำให้ในอนาคตอันใกล้ โครงสร้างประชากรของไทยจะเปลี่ยนแปลงเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ ดังนั้น การเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโครงสร้างประชากรถือเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากประชากรถือเป็นปัจจัยการผลิตที่ทำให้ระบบเศรษฐกิจขับเคลื่อน เกิดการบริโภค การออมและการลงทุน ซึ่งถือเป็นตัวแปรสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนธนาคารออมสินยุคใหม่ที่วางแนวทางการดำเนินธุรกิจที่จะเป็น “ธนาคารเพื่อสังค

โดย...วิทัย รัตนากร

สิ่งที่ได้รับความสนใจไม่แพ้ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก การเมืองระหว่างประเทศและภูมิรัฐศาสตร์ คงหนีไม่พ้นปัญหาโครงสร้างประชากรในหลายๆ ประเทศที่กำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยเฉพาะในเอเชียรวมถึงประเทศไทย โดยปัจจุบันประเทศไทยมีผู้สูงอายุจำนวน 10 ล้านคน หรือประมาณ 16% ของประชากรทั้งประเทศ และในปี 2573 ผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นเป็น 25.2% หรือประมาณ 1 ใน 4 ของประชากรทั้งประเทศจากวิทยาการทางการแพทย์ที่มีความก้าวหน้า ผู้คนใส่ใจในสุขภาพมากขึ้นทำให้อัตราการตายลดน้อยลง ประชากรมีอายุยืนยาว ขณะที่เด็กเกิดใหม่ก็มีอัตราลดลงจากวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่ไม่ค่อยแต่งงานหรือแต่งงานแต่มีลูกน้อยหรือไม่มีลูกเลย ทำให้ในอนาคตอันใกล้ โครงสร้างประชากรของไทยจะเปลี่ยนแปลงเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ ดังนั้น การเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโครงสร้างประชากรถือเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากประชากรถือเป็นปัจจัยการผลิตที่ทำให้ระบบเศรษฐกิจขับเคลื่อน เกิดการบริโภค การออมและการลงทุน ซึ่งถือเป็นตัวแปรสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

ธนาคารออมสินยุคใหม่ที่วางแนวทางการดำเนินธุรกิจที่จะเป็น “ธนาคารเพื่อสังคม” ซึ่งหมายถึงการดำเนินธุรกิจที่เนื้อแท้มิได้มุ่งเน้นที่จะทำธุรกิจเพื่อหากำไรสูงสุด แต่จะมุ้งเน้นดูแลสังคมและกลุ่มคนที่มีรายได้น้อยหรืออาจขาดโอกาสเข้าถึงบริการต่างๆ ของธนาคารพาณิชย์ทั่วไป โดยที่ผ่านมาธนาคารออมสินได้ทำหน้าที่เป็นธนาคารเพื่อสังคมผ่านการทำหน้าที่ในบทบาทต่างๆ เช่น การเป็นธนาคารเพื่อการออม ซึ่งเน้นการให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากสูงกว่าธนาคารพาณิชย์ทั่วไปเพื่อช่วยกระจายรายได้ให้กับผู้ฝากเงินและป้องกันไม่ให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากลดต่ำลงไปมากขึ้น รวมถึงการดูแลผู้มีรายได้น้อยหรือมีปัญหาหนี้นอกระบบที่ไม่สามารถขอสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์และต้องหันไปพึ่งหนี้นอกระบบ ภายใต้โครงการธนาคารประชาชน โดยการออกสินเชื่อที่มีเงื่อนไขผ่อนปรนเป็นพิเศษ หรือการ Refinance หนี้นอกระบบด้วยสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ เป็นต้น ในส่วนที่เกี่ยวกับผู้สูงอายุนั้น ธนาคารออมสินได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ทางการเงินในรูปใหม่ซึ่งถือเป็นธนาคารแห่งแรกของประเทศไทยเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ ภายใต้โครงการ “ธนาคารผู้สูงวัย” เพื่อรองรับกับลูกค้าซึ่งเป็นผู้สูงอายุประมาณ 10-20% ของฐานลูกค้าทั้งหมดและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามโครงสร้างประชากรของประเทศ โดยการดำเนินงานในช่วงแรกนั้น โครงการจะเป็นส่วนหนึ่งของธนาคารออมสินหรือพูดง่ายๆ คือเป็น Sub-Set ของธุรกิจในปัจจุบัน แต่ในระยะถัดไปก็จะทำการแยกบัญชีและหากดำเนินงานแล้วมีกำไร ธนาคารมีโครงการที่จะนำผลกำไรในส่วนนี้คืนกลับสู่สังคมในรูปแบบต่างๆ เช่น การสร้างสาธารณูปโภคเพื่อรองรับผู้สูงอายุ ตลอดจนการดูแลผู้สูงอายุในรูปแบบสวัสดิการต่างๆ

ผลิตภัณฑ์ของ “ธนาคารผู้สูงวัย” เรียกได้ว่าครบทั้งในด้านสินเชื่อที่มีนวัตกรรมใหม่และมีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าระบบ รวมถึงด้านเงินฝากอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าเงินฝากบุคคลธรรมดาทั่วไปเพื่อส่งเสริมการออมให้กับผู้สูงอายุและสร้างความมั่นคงในรายได้มากยิ่งขึ้น ในส่วนของผลิตภัณฑ์สินเชื่อมี 3 ประเภท โดยมีสินเชื่อประชารัฐเพื่อผู้สูงวัยให้กับผู้กู้อายุ 60-70 ปี วงเงินกู้ 2 แสนบาท อัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นพิเศษ และสำหรับลูกหลานที่ต้องดูแลผู้สูงวัยหรือกำลังอยู่ในช่วง Sandwich Generation ที่ต้องดูแลทั้งผู้สูงวัยและบุตร เรายังมีสินเชื่อเคหะลูกกตัญญูดูแลบุพการี สามารถขอกู้สินเชื่อที่อยู่อาศัยได้โดยมีอัตราดอกเบี้ย 0% ในปีแรก ซึ่งจะเป็นการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้กับลูกหลานที่ต้องดูแลผู้สูงอายุด้วยอีกทางหนึ่ง นอกจากนั้น ยังมีสินเชื่อ Reverse Mortgage ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่จะตอบโจทย์ผู้สูงอายุที่มีที่อยู่อาศัยและต้องการเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหรือเพื่อรักษาพยาบาลยามเจ็บป่วย โดยผู้สูงอายุสามารถนำที่อยู่อาศัยของตนเองมาค้ำประกันสินเชื่อซึ่งในเบื้องต้นธนาคารจะให้วงเงินกู้ 70% ของราคาประเมินที่ดินพร้อมอาคาร และวงเงินกู้ 60% ของราคาประเมินห้องชุด อัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 6% ต่อปี โดยธนาคารจะจ่ายเงินให้กับผู้กู้เป็นรายเดือนจนกว่าจะเสียชีวิต ซึ่งจะช่วยให้ผู้สูงอายุมีรายได้สม่ำเสมอเสมือนได้รับบำนาญเป็นรายเดือน ในขณะที่ผู้กู้ยังคงสามารถอาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวได้ตามเดิม อย่างไรก็ตาม หากผู้กู้เสียชีวิต จะเปิดโอกาสให้ทายาทสามารถมาไถ่ถอนบ้านคืนก่อนได้ หากทายาทไม่มาไถ่ถอน ธนาคารจะดำเนินการขายเพื่อชำระคืนหนี้ต่อไป

ผลิตภัณฑ์เงินฝากจะเปิดรับฝากกับบุคคลอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปโดยปัจจุบันมีให้เลือก 2 ประเภท คือ เงินฝากเผื่อเรียกประชารัฐผู้สูงวัย ฝากถอนเมื่อไหร่ก็ได้ซึ่งให้อัตราดอกเบี้ยสูงกว่าเงินฝากเผื่อเรียกบุคคลทั่วไป และเงินฝากเผื่อเรียกพิเศษผู้สูงวัย ระยะเวลาฝาก 24 เดือน อัตราดอกเบี้ยพิเศษ Step up สูงสุดถึง 3.00% ต่อปี และไม่เสียภาษี ซึ่งสูงกว่าเงินฝากประจำ 24 เดือน บุคคลทั่วไปที่ได้รับอัตราดอกเบี้ยเพียง 1.50% ต่อปีเท่านั้น ซึ่งอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่านั้นจะทำให้ผู้สูงอายุมีรายได้มากขึ้นเพื่อการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหรือเพื่อรักษาพยาบาลในยามเจ็บป่วย เนื่องจากผู้สูงอายุที่ไม่มีรายได้จะอาศัยเงินที่เก็บออมจากการทำงานมาใช้ในยามเกษียณ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องคำนึงถึงไม่เพียงแต่ผู้สูงวัยในวันนี้ แต่เป็นคนทำงานที่กำลังจะกลายเป็นผู้สูงวัยในอนาคต ที่ควรมีการวางแผนทางการเงินให้สอดรับกับแผนในด้านต่างๆ ของชีวิตและปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ตลอดจนเก็บออมหรือลงทุนในสัดส่วนที่เหมาะสมกับรายได้เพื่อจะได้ใช้ชีวิตสูงวัยอย่างมีคุณภาพ

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่