posttoday
ดันกม.คุมการใช้เงินไฮเทค

ดันกม.คุมการใช้เงินไฮเทค

01 พฤษภาคม 2560

บังคับผู้ให้บริการชำระเงินต้องได้รับอนุมัติจากคลัง ฝ่าฝืนโทษหนักจำคุก2-10ปี

บังคับผู้ให้บริการชำระเงินต้องได้รับอนุมัติจากคลัง ฝ่าฝืนโทษหนักจำคุก2-10ปี

โพสต์ทูเดย์ - คลังดันกฎหมายให้ ธปท.คุมบริการชำระเงินเบ็ดเสร็จ รองรับการเงินยุคไฮเทค

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระบบการชำระเงิน พ.ศ.... เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งเป็นผู้ดูแลกำกับการชำระเงินของสถาบันการเงินในปัจจุบันอยู่แล้ว มีอำนาจเพิ่มเติมในการกำกับดูแลระบบการชำระเงินตามกฎหมายอื่นด้วย เพื่อให้การกำกับดูแลการชำระเงินและบริการชำระเงินเป็นระบบมีประสิทธิภาพมากขึ้น และทันต่อความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

สำหรับสาระสำคัญของกฎหมาย ได้กำหนดการบริการชำระเงินที่ ธปท. ต้องกำกับดูแลประกอบด้วย การให้บริการบัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือบัตรเอทีเอ็ม การให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้ใช้บริการ เพื่อนำไปซื้อสินค้าหรือรับบริการจากผู้ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการหลายราย การให้บริการชำระเงินด้วยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์แทนผู้ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการหรือเจ้าหนี้ การให้บริการโอนเงินด้วยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์ และการให้บริการชำระเงินอื่นที่ส่งผลกระทบกับระบบการเงินหรือเป็นประโยชน์สาธารณะตามที่ รมว.คลังเห็นชอบ

ทั้งนี้ การประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินดังกล่าวต้องเป็นนิติบุคคลที่ได้รับการพิจารณาจาก ธปท. และได้รับการอนุมัติจาก รมว.คลังเท่านั้น โดยในบทเฉพาะกาลของกฎหมายได้ระบุไว้ว่า เมื่อกฎหมายมีผลบังคับผู้ประกอบการกิจการที่มีอยู่ก่อนกฎหมายบังคับใช้ ถ้าจะประสงค์ประกอบกิจการต่อให้ยื่นคำขออนุญาตกับ ธปท. ภายใน 120 วัน

สำหรับผู้ประกอบกิจการที่ไม่ได้รับอนุญาตจาก ธปท. และ รมว.คลัง จะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 2-10 ปี และปรับตั้งแต่ 2 แสนบาท ถึง 1 ล้านบาท หรือทั้งจำและปรับ

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า กฎหมายดังกล่าวจะทำให้การดูแลระบบชำระเงินของประเทศเข้มแข็ง ซึ่งกฎหมายใหม่นี้ยังให้ความคุ้มครองมิให้การชำระเงินมีการยกเลิกเพิกถอน ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการหรือสั่งพิทักษ์ทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย ซึ่งจะทำให้ระบบการชำระเงินของประเทศเกิดเสถียรภาพและความมั่นคง และดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ การกำกับดูแลผู้ให้บริการชำระเงินเป็นอำนาจของ ธปท.ในด้านต่างๆ ประกอบด้วย การดูแลฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงาน มาตรฐานในการประกอบธุรกิจ การบริหารตามหลักธรรมาภิบาล การบริหารความเสี่ยง การเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการให้บริการ การเก็บรักษาและเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ การตรวจสอบและรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบ และการคุ้มครองผู้ใช้บริการ 

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่