
อินโดนีเซีย-อินเดีย ค้าปลีกอาหารแปรรูปโต
นวัตกรรมระดับโลกในการแปรรูปอาหารไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ สัตว์ปีก และปลา มีจำนวนเพิ่มขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
โดย...ปิยนุช ผิวเหลือง
นวัตกรรมระดับโลกในการแปรรูปอาหารไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ สัตว์ปีก และปลา มีจำนวนเพิ่มขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นตลาดที่มีศักยภาพเติบโตสูงในกลุ่มอาหารแปรรูป
โดย มินเทล ผู้เชี่ยวชาญด้านวิจัยตลาดระดับโลก เปิดเผยว่า เอเชียเป็นตลาดที่มีการเติบโตด้านการค้าปลีกมากที่สุดในโลกในสินค้าแปรรูปเนื้อสัตว์ สัตว์ปีก และปลา โดยเฉพาะในอินเดียและอินโดนีเซีย พบว่าตลาดผลิตภัณฑ์แปรรูปเนื้อสัตว์ และสัตว์ปีกของอินโดนีเซียเติบโตรวดเร็วที่สุดในโลก มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 26.7% ระหว่างปี 2554-2558 ตามด้วยอินเดียมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 22% เวียดนาม 15.5% จีน 13.9% และบราซิล 10.9%
ทั้งนี้ มินเทล ประมาณการมูลค่าตลาดผลิตภัณฑ์แปรรูปเนื้อสัตว์และสัตว์ปีกอินโดนีเซียปี 2559 มีมูลค่า 16 ล้านล้านรูเปียห์ ขณะที่ตลาดอินเดีย มีมูลค่าประมาณ 1.1 หมื่นล้านรูปี เวียดนามตลาดมีมูลค่า 10 ล้านล้านด่อง จีนมีมูลค่า 27.5 หมื่นล้านหยวน และบราซิลมีมูลค่า 1.2 หมื่นล้านเรียล
ขณะที่ตลาดค้าปลีกผลิตภัณฑ์ปลาและอาหารทะเลแปรรูปประเทศอินเดียมีอัตราการเติบโตรวดเร็วที่สุดในโลก มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) 24.9% ระหว่างปี 2554 ถึงปี 2558 ขณะที่อินโดนีเซียมีอัตราเติบโตเฉลี่ย 19.5% ตามด้วยตุรกี 11.8% แอฟริกาใต้ 11.2% และรัสเซีย 10.8% ซึ่งทั้ง 5 ประเทศ เป็น 5 ตลาดแรกที่มีการเติบโตที่สุดในปี 2559 ขณะที่มูลค่าตลาดรวมผลิตภัณฑ์ปลาและอาหารทะเลแปรรูปของอินเดีย มีมูลค่า 2,422 ล้านรูปี อินโดนีเซีย 32 ล้านล้านรูเปียห์ ตุรกี 372 ล้านลีรา แอฟริกาใต้ 3,000 ล้านแรนด์ และรัสเซีย 14.8 หมื่นล้านรูเบิล
ขณะที่ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2554-2558) อัตราการเติบโตเฉลี่ยผลิตภัณฑ์ปลาและอาหารทะเลแปรรูปของประเทศ ไทย ประมาณ 9.4% เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนตลาดผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ และสัตว์ปีกแปรรูปมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี 7.5% ขณะที่มูลค่าตลาดค้าปลีกผลิตภัณฑ์ปลาและอาหารทะเลแปรรูปปี 2559 ของไทย มีมูลค่า 6.5 ล้านบาท และตลาดค้าปลีกผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์และสัตว์ปีกแปรรูป มีมูลค่า 6 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ จากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปเพิ่มมากขึ้น มาจากการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ พบว่ามีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ถึง 18% ในปี 2559 เปรียบเทียบกับการเติบโตในปี 2554 ซึ่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นภูมิภาคที่ 2 ที่มีการเคลื่อนไหวมากที่สุดของโลก ในแง่ของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ นำโดย จีน ไทย เกาหลีใต้ เวียดนาม และฟิลิปปินส์
แพทตี้ จอห์นสัน นักวิเคราะห์อาหารและเครื่องดื่มระดับโลกของมินเทล กล่าวว่า ความสะดวกคือหัวใจสำคัญ ที่ผลักดันให้ตลาดค้าปลีกผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ สัตว์ปีก และปลา เติบโตในเอเชีย โดยเฉพาะอินโดนีเซีย และไทย ซึ่งมีความต้องการอาหารแปรรูป อาหารสำเร็จรูป และอาหารแช่แข็ง ผ่านการปรุงอาหารด้วยไมโครเวฟ จากข้อจำกัดด้านเวลาของผู้บริโภค จึงสนใจอาหารที่มีนวัตกรรม รับประทานง่าย
นอกจากนี้ ผู้คนนิยมรับประทานอาหารว่าง (สแน็ก) มากขึ้น เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน โดยคนเมืองในอินโดนีเซีย 69% และคนเมืองในไทย 80% ทานสแน็กอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง ดังนั้นผู้ผลิตสแน็กในเอเชียได้พัฒนาตามความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งจากการสำรวจคนเมืองอินโดนีเซีย 2 ใน 5 (39%) และคนเมืองของไทย 1 ใน 3 หรือ 34% บริโภคสแน็กที่อยู่ท้องมากขึ้น
“การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการรับประทานของผู้บริโภค ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการผลิตอาหารรูปแบบต่างๆ รวมทั้งความต้องการอาหารโปรตีนสูงทั้งในสหรัฐและเอเชีย จึงเกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในกลุ่มอาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์ และสัตว์ปีกแปรรูป” แพทตี้ เสริม







