
ธปท.ต่อมาตรการลดปริมาณบอนด์ระยะสั้นออกไปอีก
ธปท.ประกาศต่อมาตรการลดปริมาณบอนด์ระยะสั้นเดือนพ.ค.ปีนี้ออกไปอีก หลังการบังคับใช้เดือนเม.ย.เงินร้อนลดลงไปประมาณ 1 แสนล้านบาท ช่วยแรงกดดันเงินบาทแข็งค่า
นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากการที่ ธปท. ปรับลดวงเงินการออกพันธบัตรระยะสั้น เพื่อลดช่องทางในการใช้พันธบัตรระยะสั้นเป็นที่พักเงินในเดือนที่เม.ย.ที่ผ่านมานั้น จากการประเมินเบื้องต้นถือว่าบรรลุผลในการสื่อสารให้ตลาดทราบว่า ธปท. ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเงินร้อนที่เข้าออกเร็วในระยะสั้น
ดังนั้นในเดือนพ.ค.นี้ ธปท. ยังจะคงนโยบายการปรับลดปริมาณการออกพันธบัตรระยะสั้น 3 เดือนและ 6 เดือนต่อเนื่องจากเดือนก่อน โดยกำหนดวงเงินการออกพันธบัตรระยะ 3 และ 6 เดือนไว้ที่ 3 หมื่นล้านบาท/สัปดาห์ รวมเป็นประมาณ 6 หมื่นบาท ซึ่งแม้จะเป็นปริมาณการออกเท่ากับเดือนก่อนหน้า แต่ก็เป็นจำนวนน้อยกว่าพันธบัตรที่ครบกำหนด
ทำให้สุทธิแล้วปริมาณของพันธบัตรระยะสั้นในเดือน พ.ค. จะปรับลดลงประมาณ 1 แสนล้านบาท เนื่องจากพันธบัตร 3 เดือนและ 6 เดือนที่ครบกำหนดสัปดาห์ละ 4.5 หมื่นล้านบาท และ 4 หมื่นล้านบาทตามลำดับ รวมเป็นเงิน 8.5 หมื่นล้านบาท ทำให้ลดปริมาณเงินที่จะเข้ามาในส่วนนี้ลงได้ประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาท ช่วยลดแรงกดดันเงินบาทแข็งค่า
ทั้งนี้ ธปท. จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และอาจปรับวงเงินตามความเหมาะสม รวมทั้งพิจารณาใช้มาตรการอื่นเมื่อจำเป็น
“มาตรการลดบอนด์สั้นถือว่าทำให้เงินร้อน (Hot Money) ลดลง ช่วยลดความรู้สึกของนักลงทุนต่างชาติที่จะมาถือลงทุนในเงินบาทว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ลง และเพิ่มความไม่แน่นอนให้ตลาด ส่วนในระยะต่อไปจะต่อมาตรการออกไปอีกหรือไม่นั้น อยู่ที่สถานการณ์ตลาด ให้นักลงทุนคาดเดาได้ยากขึ้น” นายดอนกล่าว
ด้านนักค้าเงินธนาคารพาณิชย์ เปิดเผยว่า เงินบาทในวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมาเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 34.59 -34.60 บาท คิดเป็นการแข็งค่าจากต้นปีถึงปัจจุบันที่ 3.5%







