
KCARเข้าตาสถาบัน
ชูแผนธุรกิจเชิงรุก ตั้งงบปีนี้1,650ล้าน ลุยซื้อรถเข้าพอร์ตKCAR ยันกองทุนในประเทศขอข้อมูล หลังหุ้นขึ้น รุกเน้นขายรถมือสอง ปีนี้ตั้งงบ 1,600 ล้าน ซื้อรถเข้าพอร์ตลุยเปิดโชว์รูม “โตโยต้า ชัวร์” นายพิชิต จันทรเสรีกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส (KCAR) เปิดเผยว่า ธุรกิจของบริษัทได้รับความสนใจจากนักลงทุนสถาบันในประเทศเพิ่มขึ้น โดยล่าสุดวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา มีทีมนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุน ขอเข้าพบและสัมภาษณ์ผู้บริหารของบริษัท หลังเห็นราคาหุ้น KCAR ปรับตัวขึ้นทั้งนี้ ราคาหุ้น KCAR ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากปี 2559 ปิดที่ 12.30 บาท มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ที่ 3,075 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมาที่ 4,225 ล้านบาท ณ วันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา หรือเพิ่มขึ้น 1,150 ล้านบาท ราคาหุ้นปิดที่ 16.60 บาท เพิ่มขึ้น 4.6 บาท นายพิชิต กล่าวว่า ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 2,100 ล้านบาท เติบโต 5% จากปีก่อนที่ปิดตัวเลข 2,000 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 330.60 ล้านบาท มีอัตรากำไรสุทธิ 16.51% ขณะที่ 3 ปีข้างหน้า (2560-2563) ตั้งเป้าเติบโต 5-10% ต่อปีโดยโครงสร้างรายได้มาจาก 2 ธุรกิจ คือ การขยายฐานลูกค้ารถเช่า
ชูแผนธุรกิจเชิงรุก ตั้งงบปีนี้1,650ล้าน ลุยซื้อรถเข้าพอร์ต
KCAR ยันกองทุนในประเทศขอข้อมูล หลังหุ้นขึ้น รุกเน้นขายรถมือสอง ปีนี้ตั้งงบ 1,600 ล้าน ซื้อรถเข้าพอร์ตลุยเปิดโชว์รูม “โตโยต้า ชัวร์”
นายพิชิต จันทรเสรีกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส (KCAR) เปิดเผยว่า ธุรกิจของบริษัทได้รับความสนใจจากนักลงทุนสถาบันในประเทศเพิ่มขึ้น โดยล่าสุดวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา มีทีมนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุน ขอเข้าพบและสัมภาษณ์ผู้บริหารของบริษัท หลังเห็นราคาหุ้น KCAR ปรับตัวขึ้น
ทั้งนี้ ราคาหุ้น KCAR ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากปี 2559 ปิดที่ 12.30 บาท มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ที่ 3,075 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมาที่ 4,225 ล้านบาท ณ วันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา หรือเพิ่มขึ้น 1,150 ล้านบาท ราคาหุ้นปิดที่ 16.60 บาท เพิ่มขึ้น 4.6 บาท
นายพิชิต กล่าวว่า ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 2,100 ล้านบาท เติบโต 5% จากปีก่อนที่ปิดตัวเลข 2,000 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 330.60 ล้านบาท มีอัตรากำไรสุทธิ 16.51% ขณะที่ 3 ปีข้างหน้า (2560-2563) ตั้งเป้าเติบโต 5-10% ต่อปี
โดยโครงสร้างรายได้มาจาก 2 ธุรกิจ คือ การขยายฐานลูกค้ารถเช่าไปยังองค์กรขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี มากขึ้น ล่าสุดมีลูกค้ารายใหญ่เข้ามา ได้แก่ เครือเอสซีจี (SCG) และทีโอที เป็นต้น จากปัจจุบันมีลูกค้า 1,000 ราย เพิ่มขึ้นปีละ 50-100 ราย
นอกจากนี้ รายได้จะมาจากธุรกิจจำหน่ายรถยนต์มือสอง ปีนี้ตั้งเป้าจำนวนขาย 2,400 คัน จากปีที่ผ่านมาขายได้ 2,200 คัน ประเมินว่าตลาดรถยนต์มือสองเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ช่วงปลายปี 2559 เนื่องจากโครงการรถคันแรกหมดเริ่มเข้าสู่ช่วงหมดสัญญาห้ามซื้อขาย
“กลยุทธ์จากนี้จะเน้นขายรถยนต์มือสองมากขึ้น เพราะรายได้ดีกว่าธุรกิจรถให้เช่า ตั้งเป้าภายในปี 2563-2565 สัดส่วนรายได้จากรถยนต์มือสองเพิ่มขึ้นเป็น 50% จากปัจจุบันอยู่ที่ 40%” นายพิชิต กล่าว
นายพิชิต กล่าวอีกว่า ปีนี้ตั้งงบลงทุน 1,650 ล้านบาท แบ่งเป็น 1,500 ล้านบาท ใช้ในการซื้อรถสำหรับให้เช่าเพิ่มเติมอีก 150 คัน จากปัจจุบันที่มี 7,600 คัน ส่วนที่เหลืออีก 150 ล้านบาท ใช้ในการเปิดศูนย์จำหน่ายรถยนต์มือสองภายใต้แบรนด์ “โตโยต้า ชัวร์” จำนวน 1 สาขา ในช่วงไตรมาส 4 นี้ จากเดิมที่มี 4 สาขา ใช้งบลงทุนกว่า 100 ล้านบาท
ทั้งนี้ อยู่ระหว่างศึกษาซื้อที่ดินย่านรามอินทราเพื่อใช้เปิดศูนย์ “โตโยต้า ชัวร์” เพิ่มเติมอีก 1 สาขา คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ภายในปี 2561
“เราวางทิศทางจากนี้จะรุกขึ้น จากที่ผ่านมาจะนิ่ง โดยมี 2 เหตุผลที่เน้นการทำธุรกิจเชิงรุก คือ ราคารถมือสองผ่านจุดน่าห่วง และจะขยายธุรกิจจำหน่ายรถมือสองไปเรื่อยๆ” นายพิชิต กล่าว
อย่างไรก็ตาม KCAR ประกอบธุรกิจให้บริการสัญญาเช่ารถยนต์เพื่อการดำเนินงาน ซึ่งเป็นสัญญาเช่าระยะเวลาตั้งแต่ 1-5 ปี โดยให้บริการแก่ลูกค้าองค์กรและบริการให้เช่ารถยนต์ระยะสั้น







