
รถยนต์ลดโลกร้อน
การเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า คือ สิ่งที่แสดงถึงความพยายามของมนุษย์
โดย...วิฑูรย์ สิมะโชคดี
การเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า คือ สิ่งที่แสดงถึงความพยายามของมนุษย์ ในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาคลี่คลายปัญหาสิ่งแวดล้อม ด้วยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่นานาประเทศในประชาคมโลกเห็นพ้องต้องกันเพื่อลดหายนะจากโลกร้อน
ปี 2016 จีนเป็นประเทศที่มียอดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้ามากที่สุดในโลก คือ 5.17 แสนคัน ตามมาด้วย ยุโรป 2.21 แสนคัน และสหรัฐอเมริกา 1.57 แสนคัน
แต่หากรวมยอดจองรถไฟฟ้า Tesla รุ่นล่าสุด Model 3 ที่ Elon Musk เปิดตัวครึกโครมเมื่อ 31 มี.ค. 2016 และกำหนดจะส่งมอบรถในไตรมาสสุดท้ายปี 2017 ด้วยราคาที่โดนใจ คือ 3.5 หมื่นเหรียญสหรัฐ หรือราว 1.2 ล้านบาท ที่กวาดยอดจองเป็นประวัติการณ์ไปถึง 4 แสนคัน ภายในเวลาเพียง 2 สัปดาห์แล้ว ก็นับว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าพุ่งทะยานอย่างรวดเร็วมาก
ความเติบโตนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการพัฒนาด้านเทคโนโลยีที่ก้าวไกลของ Tesla ที่เครื่องยนต์มีสมรรถนะด้วยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาต่ำกว่า 6 วินาที และวิ่งได้ไกลถึง 340 กิโลเมตร (กม.)
ส่วนทางฝั่งยุโรปนั้น นอกจากเยอรมนีจะตั้งเป้าว่าจะมีผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากถึง 1 ล้านคัน ในเยอรมนีภายในปี 2020 แล้ว ยังได้บรรลุข้อตกลงร่วมกับผู้ผลิตรถยนต์ที่จะร่วมกันผลักดันการผลิต และส่งเสริมการขายรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นทางการ โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันด้วยงบประมาณ 1,000 ล้านยูโร สำหรับเงินอุดหนุนให้กับทุกคนที่ซื้อรถยนต์ที่ขับเคลื่อนแบบ Hybrid/Plug-in Hybrid และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และยังเพิ่มงบประมาณอีก 300 ล้านยูโร สำหรับสร้างสถานีชาร์จไฟทั่วประเทศ
ส่วนนอร์เวย์ และเนเธอร์แลนด์ ประกาศจะยกเลิกการใช้รถยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงภายในปี 2025 ส่วนในอังกฤษเมื่อเร็วๆ นี้ London Taxi Company เปิดตัวโรงงานผลิตรถแท็กซี่ไฟฟ้าในเขตเมือง Coventry ที่มีกำลังผลิตเพื่อส่งออกได้ปีละ 2 หมื่นคัน โดยจะเริ่มผลิต 5,000 คันแรกออกสู่ตลาดในปี 2019
ปัจจุบันนี้จีนกลายเป็นประเทศผู้จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของโลกมาตั้งแต่ปี 2015 ด้วยยอดขายรวมกว่า 1 ล้านคัน จึงคาดได้ว่าภายในปี 2025 รถยนต์ที่วางจำหน่ายในจีนอย่างน้อย 1 ใน 5 คัน จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า นอกจากนี้ ปีที่แล้วจีนได้ก่อสร้างจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้ากว่า 1 แสนแห่ง ครอบคลุมเมืองใหญ่ๆ เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และเซินเจิ้น และปีนี้ 2017 จะสร้างเพิ่มอีก 4.35 แสนจุด ทั่วปักกิ่งโดยอยู่ห่างกันทุกๆ 1 กม. อีกทั้งเตรียมยกเลิกรถแท็กซี่ในปักกิ่งที่ใช้น้ำมัน จำนวนกว่า 7 หมื่นคัน เปลี่ยนเป็นแท็กซี่ไฟฟ้า ภายใน 5 ปี อีกด้วย
สำหรับข่าวดีในบ้านเรา ก็คือ มติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 28 มี.ค. ที่ผ่านมานี้ เห็นชอบมาตรการสนับสนุนการผลิตรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (EV) ตามที่ BOI เสนอ โดยให้การส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนของรถยนต์ รวมถึงสถานีอัดประจุไฟฟ้า โดยกำหนดเงื่อนไขสิทธิประโยชน์ แยกประเภทของกิจการตามประเภทของรถยนต์ไฟฟ้า 3 แบบ คือ รถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle: BEV) รถยนต์ไฟฟ้าแบบผสมที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงและพลังงานไฟฟ้า (Hybrid Electric Vehicle: HEV) รถยนต์ไฟฟ้าแบบผสมเสียบปลั๊ก (Plug-In Hybrid Electric Vehicle : PHEV)
ดังนั้น การที่จะทำให้นโยบายลดโลกร้อน และประเทศไทย 4.0 สัมฤทธิผลได้นั้น จึงอยู่ที่ความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน ในการติดตามและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อสร้างนวัตกรรมและมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้ได้ ครับผม!







