posttoday
เที่ยวไทยเงินสะพัด5แสนล้าน

เที่ยวไทยเงินสะพัด5แสนล้าน

19 เมษายน 2560

กระทรวงท่องเที่ยว ระบุ เงินสะพัดเที่ยวไทยไตรมาสแรก 4.8 แสนล้าน เพิ่ม 3.89% นักท่องเที่ยวทะลุ 9.19 ล้านคน

กระทรวงท่องเที่ยว ระบุ เงินสะพัดเที่ยวไทยไตรมาสแรก 4.8 แสนล้าน เพิ่ม 3.89% นักท่องเที่ยวทะลุ 9.19 ล้านคน

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ตลาดการท่องเที่ยวของประเทศไทยช่วงไตรมาสแรก (ม.ค.-มี.ค.) 2560 มีรายได้รวมทั้งสิ้น 4.81 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.89% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยว 9.19 ล้านคน เพิ่มขึ้น 1.72% หรือมีอัตราเฉลี่ยมากกว่า 3 ล้านคนต่อเดือนที่เดินทางมาท่องเที่ยว ส่วนเดือนที่มียอดนักท่องเที่ยวคึกคักมากสุด ได้แก่ เดือน ม.ค. มีนักท่องเที่ยวจำนวน 3.19 ล้านคน รองลงมาคือเดือน มี.ค. 3 ล้านคน และเดือน ก.พ. 2.98 ล้านคน

ทั้งนี้ ในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวขยายตัวเป็นบวกอีกครั้งที่ 2.01% หลังจากที่ตัวเลขติดลบในเดือนก.พ. โดยมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวในไทยมากสุด 3 ลำดับแรก คือ จีน มาเลเซีย และรัสเซีย สามารถสร้างรายได้จำนวน 1.54 แสนล้านบาท ขยายตัว 3.73% เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่าในช่วงไตรมาสสองของปีนี้ ยังมีสัญญาณการเติบโตที่ดี ภายหลังพบว่าตลาดท่องเที่ยวในช่วงครึ่งแรกของเดือน เม.ย.มีปัจจัยสนับสนุนที่ดีจากเทศกาลสงกรานต์ ส่งผลให้ระหว่างวันที่ 1-17 เม.ย. มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 1.53 ล้านคน ขยายตัว 3.13% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา และมีรายได้จำนวน 7.76 หมื่นล้านบาท ขยายตัว 6.29%

สำหรับรายได้การท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์ปีนี้ระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย. พบว่ามีนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศเดินทางกันอย่างคึกคัก สามารถสร้างรายได้รวมทั้งสิ้น 4.5 หมื่นล้านบาท ขยายตัวถึง 14.1% เมื่อเทียบกับช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีก่อน แบ่งเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 3.7 หมื่นล้านบาท ขยายตัว 16.4% จำนวนนักท่องเที่ยว 7 แสนคน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 6.2 แสนคน ขณะที่รายได้จากนักท่องเที่ยวในประเทศอยู่ที่ 8,500 ล้านบาท ขยายตัว 6.45% จำนวนนักท่องเที่ยว 3.03 ล้านคน โดยเฉพาะ 10 จังหวัดทางภาคใต้ที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามากันอย่างคึกคัก

นายพงษ์ภาณุ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่บริษัททัวร์และภาคเอกชนคัดค้านการปรับราคาประกันท่องเที่ยวจาก 2 แสนบาทเป็น 5 แสนบาทนั้น กระทรวงการท่องเที่ยวฯ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นของบริษัทเอกชน โดยจะประชุมร่วมกันอีกครั้งก่อนเสนอประกาศเป็นกฎกระทรวงในช่วงปลายเดือน เม.ย.นี้ แต่ตนมองว่าการขึ้นวงเงินค่าประกันดังกล่าวนั้น จะส่งผลดีต่อผู้ประกอบการทัวร์ที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย เพราะเป็นการสร้างหลักประกันและความมั่นใจให้กับลูกค้า และดึงดูดการซื้อทัวร์ในอนาคตต่อไป

อย่างไรก็ดี กระทรวงการท่องเที่ยวฯได้เตรียมแผนป้องกันและปราบปรามกรณีหลอกขายทัวร์ในอนาคต ประกอบด้วย 1.เพิ่มศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารการท่องเที่ยวและพัฒนาระบบให้ข้อมูลออนไลน์ 24 ชั่วโมง  2.ร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และตำรวจเทคโนโลยี เพื่อตรวจสอบและสืบสวนผู้กระทำผิดทางด้านไอซีที 3.กำหนดให้เอกชนผู้โฆษณาขายทัวร์ต้องแสดงเลขที่ใบอนุญาตประกอบกิจการและวันหมดอายุอย่างชัดเจน 4.จัดทำราคาอ้างอิงค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวแต่ละประเทศ เพื่อเป็นไกด์ไลน์ให้ประชาชนเปรียบเทียบราคาตามจริง

5.ขอความร่วมมือเอกชนให้ตั้งทีมงานตรวจสอบพฤติกรรมทัวร์เข้าข่ายหลอกลวงหรือผิดกฎหมาย เพื่อรายงานให้ภาครัฐเข้าไปจัดการดำเนินคดี 6.พิจารณาเพิ่มบทลงโทษบริษัททัวร์ที่ไม่ได้รับอนุญาต จากเดิมจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท ให้มีความรุนแรงมากขึ้น โดยจะหารือกันในการประชุมคณะกรรมการธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ในวันที่ 25 เม.ย. ก่อนเสนอให้ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาพิจารณาต่อไป

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน