
ดิ เอราวัณ กรุ๊ป ต้นตำรับบจ.ให้ข้อมูลเด่น
บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป (ERW) เป็นบริษัทจดทะเบียน (บจ.)
โดย...เจียรนัย อุตะมะ
บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป (ERW) เป็นบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ตัวอย่างด้านการนำเสนอข้อมูลต่อนักลงทุน (โรดโชว์) โดดเด่นโดยได้รับรางวัลด้านนักลงทุนสัมพันธ์ (ไออาร์) มาตลอดนับจากปี 2552 ที่ กมลวรรณ วิปุลากร เข้ามาเป็นประธานเจ้าหน้าที่การเงิน และเลื่อนขั้นมาเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่นับตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา
จุดเปลี่ยนของ ERW เกิดขึ้นเมื่อปี 2540 ที่ประสบกับภาวะวิกฤตต้องเปลี่ยนจากธุรกิจลงทุนอสังหาริมทรัพย์ภายใต้ชื่อบริษัท อมรินทร์ พลาซ่า มาดำเนินธุรกิจโรงแรม พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อมาเป็น ERW และเปลี่ยนผู้บริหารจากคนในครอบครัววัธนเวคินและว่องกุศลกิจ มาเป็นผู้บริหารมืออาชีพเมื่อปี 2545 พร้อมกับการให้ความสำคัญกับการโรดโชว์
ปี 2559 ERW แม้ยังเป็นหุ้นขนาดเล็ก แต่มีบทวิเคราะห์ในตลาดวิเคราะห์ถึง 15 ราย และมีการติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด 10 ราย จากเดิมที่จัดทำบทวิเคราะห์เพียง 2-3 ราย
ผลของการโรดโชว์อย่างต่อเนื่อง ทำให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) บริษัทเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจาก 5,200 ล้านบาท ในปี 2552 เป็น 1.1 หมื่นล้านบาท ราคาหุ้น ERW จากค่าเฉลี่ยหุ้นละ 2.47 บาทเพิ่มเป็น 4.5 บาท
สัดส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่คือวัธนเวคินและว่องกุศลกิจได้กระจายมายังนักลงทุนรายย่อยจาก 70% ลดลงมาเหลือ 58% กระจายมายังนักลงทุนสถาบัน 30% และรายย่อย 15% จากเดิม 20% และรายย่อย 7% ตามลำดับ
เมื่อกมลวรรณขึ้นมาเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ ยิ่งให้ความสำคัญกับการนำเสนอข้อมูลต่อนักลงทุน
“เรามีหน่วยงานเก็บข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลอยู่ภายใต้ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน มีคนที่ให้ข้อมูลคือประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานเจ้าหน้าที่การเงิน เพื่อสร้างความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง แม้ในยามวิกฤตยิ่งต้องให้ข้อมูลเพื่อลดความไม่แน่นอนและลดความไม่สบายใจให้แก่นักลงทุน ข้อดีคือทำให้มีการสื่อสารสองทางและสามารถนำมุมมองและคำถามของนักลงทุนไปปรับปรุงกิจการได้”
กมลวรรณ กล่าวว่า บริษัทพบนักลงทุนในงานไทยแลนด์โฟกัสทุกปีปีละ 150-200 ราย โดยนำเสนอข้อมูลว่าจะเป็นบริษัทที่เติบโตสูงและปันผลสม่ำเสมอ มีช่องทางสื่อสารผ่านเว็บไซต์ พบนักลงทุนและนักวิเคราะห์ รวมถึงธนาคารปีละ 4 ครั้ง และไปโรดโชว์กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและบริษัทหลักทรัพย์ รวมถึงพบนักลงทุนและนักวิเคราะห์ปีละ 45-50 กิจกรรม และมีนักลงทุนสถาบันเข้าพบ 130-150 ราย
กมลวรรณ คาดว่า ไตรมาสแรกปีนี้ ERW จะมีผลการดำเนินงานที่ดีกว่าไตรมาสแรกปี 2559 ที่มีรายได้รวม 1,545 ล้านบาท และกำไร 191 ล้านบาท และดีกว่าที่บริษัทคาดเนื่องจากการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของธุรกิจท่องเที่ยวและการเปิดโรงแรมใหม่ของบริษัท อย่างไรก็ตามยังคงเป้าหมายทั้งปีว่าจะมีรายได้ 6,100 ล้านบาท โต 10% จากปี 2559 โดยมีอัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อม 30% จากปี 2559 ที่ 29%
สำหรับแผน 5 ปี ปี 2559-2563 บริษัทตั้งเป้าจะมีห้องพักหมื่นห้องและรายได้ 1 หมื่นล้านบาท จากปีนี้ที่คาดว่าจะมี 7,153 ห้อง







