
เล็งฟ้องคดีอาญาลงโทษคดีมลพิษ
โพสต์ทูเดย์
— สมาคมต่อต้านโลกร้อน ลั่นฟ้องอาญาเอาผิดรัฐ หากมาบตาพุดผ่านศาลปกครองสูงสุดนายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า การเอาผิดรัฐโดยเฉพาะกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะผู้ออกใบอนุญาตโครงการในมาบตาพุด ที่ศาลปกครองมีคำสั่งเพิกถอนไปแล้ว ตามกฎหมายอาญามาตรา 157 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 110 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2,0002 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่การจะฟ้องต้องรอคำตัดสินศาลปกครองที่ถือเป็นที่สุดออกมาก่อน จึงจะดำเนินคดีอาญาต่อแน่นอน
นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ คณะอนุกรรมการสิทธิชุมชนและหนึ่งในคณะกรรมการ 4 ฝ่าย กล่าวว่า ศาลปกครองสั่งให้ยกเลิกใบอนุญาต เพราะได้วินิจฉัยแล้วว่ากระบวนการ ออกใบอนุญาตนั้นไม่ถูกต้อง แต่ไม่ได้ระบุว่ามีความผิดอะไร โดยให้ถือว่าผู้ที่ได้รับใบอนุญาตนั้น เป็นผู้ที่ไม่ได้รับมาตั้งแต่ต้น
อย่างไรก็ตาม ผู้ออกใบอนุญาตนั้นมีความผิดหรือไม่ อาจจะมีการฟ้องร้องผ่านศาลอาญาต่อไป ฐานละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ หรือกระทั่งปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบก็ได้ แต่ในกรณีของมาบตาพุด ผู้ร้องให้เพิกถอนใบอนุญาต เมื่อศาลมีคำสั่งออกมาก็ถือว่าสิ้นสุด
ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตโครงการในพื้นที่มาบตาพุด ที่อยู่ในประกาศของภาครัฐ เกี่ยวกับประเภทกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง โดยมี 2 โครงการใน 76 โครงการที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต คำถามก็คือหน่วยงานของรัฐ ซึ่งเป็นกระทรวงอุตสาหกรรม จะมีความผิด ในฐานะซึ่งเป็นผู้ออกไปอนุญาตดังกล่าวหรือไม่







