posttoday
IRCเป้าโต3-5% ห่วงโครงการรัฐช้า กระทบกำลังซื้อ

IRCเป้าโต3-5% ห่วงโครงการรัฐช้า กระทบกำลังซื้อ

05 เมษายน 2560

IRC ตั้งเป้าระมัดระวังปีนี้รายได้โต 3-5% ตามการเติบโตเศรษฐกิจ-อุตสาหกรรมรถยนต์ ห่วงโครงการรัฐเริ่มช้านางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานกรรมการ บริษัท อีโนเว รับเบอร์ (ประเทศไทย) หรือ IRC ผู้ประกอบการธุรกิจผลิตภัณฑ์ยางอีลาสโตเมอร์อุตสาหกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2560 สิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. โต 3-5% จากปีก่อนทำได้ 5,002 ล้านบาท ซึ่งมองแบบอนุรักษนิยมและอิงตามการขยายตัวเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในประเทศที่ 3.2% หรือต่างประเทศที่ 2% รวมถึงการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ที่ปีนี้ผลิต 2 ล้านคัน จากปีก่อนมีจำนวน 1.9 ล้านคันนอกจากนี้ ยังได้อานิสงส์จากกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นจากราคายางพาราที่ปรับขึ้นตามราคาน้ำมัน แม้ด้านหนึ่งยางพาราจะเป็นต้นทุนการผลิตของบริษัท แต่ได้มีการลงทุนแก้ไขความผันผวนของราคายางพาราเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา โดยการทำหุ่นยนต์มาใช้ในการผลิตเพื่อลดต้นทุน และเริ่มสะท้อนผลงานชัดเจนตั้งแต่ปีที่ผ่านมาทำให้อัตรากำไรสุทธิบริษัทเพิ่มถึง 10% ขณะที่ไตรมาสแรกที่ผ่านมาอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 12%สำหรับการส่งออกส่วนใหญ่ของ IRC จะผลิตเพื่อให้ลูกค้านำไปประกอบต่อของรถยนต์ญี่ปุ่น ซึ่งส่วนใหญ่ส่งไปที่เอเชียและแ

IRC ตั้งเป้าระมัดระวังปีนี้รายได้โต 3-5% ตามการเติบโตเศรษฐกิจ-อุตสาหกรรมรถยนต์ ห่วงโครงการรัฐเริ่มช้า

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานกรรมการ บริษัท อีโนเว รับเบอร์ (ประเทศไทย) หรือ IRC ผู้ประกอบการธุรกิจผลิตภัณฑ์ยางอีลาสโตเมอร์อุตสาหกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2560 สิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. โต 3-5% จากปีก่อนทำได้ 5,002 ล้านบาท ซึ่งมองแบบอนุรักษนิยมและอิงตามการขยายตัวเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในประเทศที่ 3.2% หรือต่างประเทศที่ 2% รวมถึงการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ที่ปีนี้ผลิต 2 ล้านคัน จากปีก่อนมีจำนวน 1.9 ล้านคัน

นอกจากนี้ ยังได้อานิสงส์จากกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นจากราคายางพาราที่ปรับขึ้นตามราคาน้ำมัน แม้ด้านหนึ่งยางพาราจะเป็นต้นทุนการผลิตของบริษัท แต่ได้มีการลงทุนแก้ไขความผันผวนของราคายางพาราเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา โดยการทำหุ่นยนต์มาใช้ในการผลิตเพื่อลดต้นทุน และเริ่มสะท้อนผลงานชัดเจนตั้งแต่ปีที่ผ่านมาทำให้อัตรากำไรสุทธิบริษัทเพิ่มถึง 10% ขณะที่ไตรมาสแรกที่ผ่านมาอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 12%

สำหรับการส่งออกส่วนใหญ่ของ IRC จะผลิตเพื่อให้ลูกค้านำไปประกอบต่อของรถยนต์ญี่ปุ่น ซึ่งส่วนใหญ่ส่งไปที่เอเชียและแอฟริกาใต้ ขณะที่สหรัฐมีไม่ถึง 2%

นางพิมพ์ใจ กล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวล คือ การลงทุนโครงการภาครัฐที่ล่าช้า เช่น รถไฟทางคู่ที่เลื่อนออกไป เพราะทั้งหมดมีผลต่อความเชื่อมั่นการลงทุนของภาคเอกชน ขณะที่ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคยังไม่กลับมามากพอ แต่โดยรวมถือว่าดีกว่าปีที่ผ่านมาที่ทรงตัวจากปี 2558

บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส มองว่ากรณีสหรัฐเดินหน้ากีดกันทางการค้า ไทยน่าจะได้รับผลกระทบจำกัด แต่อย่างไรก็ตาม การกีดกันทางการค้าจะมุ่งไปที่สินค้าขั้นปลายเป็นหลัก โดยอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ จะถูกจัดเก็บภาษีการนำเข้าในอัตราสูงถึง 35% จากปัจจุบันที่จัดเก็บเพียง 2.5-10% สำหรับหมวดยานยนต์ และอัตรา 2.4-12.5% สินค้าหมวดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ตามลำดับ

ทั้งนี้ คาดว่าผลทางอ้อม ต่อผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในไทยที่อยู่ภายใต้การวิเคราะห์ของ บล.เอเซีย พลัส อาทิ บริษัท อาปิโก ไฮเทค (AH) บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี (SAT) บริษัท อีโนเว รับเบอร์ บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า (STANLY) บริษัท อินเตอร์ไฮด์ (IHL) และบริษัท พี.ซี.เอส.แมชีน กรุ๊ปโฮลดิ้ง (PCSGH) เพราะส่วนใหญ่ส่งออกชิ้นส่วนให้กับค่ายรถยนต์ญี่ปุ่น

บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกรถยนต์ ให้กับค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นเกือบทุกยี่ห้อ เพราะมีความพร้อมทั้งด้านซัพพลายเชน แต่เน้นไปที่รถยนต์ประเภทอีโคคาร์ และรถกระบะ แต่หากพิจารณามูลค่าส่งออกไปสหรัฐ คิดเป็นเพียง 8% ของยอดส่งออกรวม

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน