posttoday
ตลาดบ้านหรูไม่เคยตาย ‘แสนสิริ’ ขอชิงบัลลังก์ผู้นำ

ตลาดบ้านหรูไม่เคยตาย ‘แสนสิริ’ ขอชิงบัลลังก์ผู้นำ

05 เมษายน 2560

จากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น กลุ่มผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบหนักสุดคือ กลุ่มรายได้ระดับล่างและรายได้ปานกลาง

โดย...โชคชัย สีนิลแท้

จากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น กลุ่มผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบหนักสุดคือ กลุ่มรายได้ระดับล่างและรายได้ปานกลาง จึงทำให้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะรายใหญ่ในตลาดต่างปรับตัวขยับขึ้นสู่ตลาดกลาง-บน เนื่องจากกลุ่มลูกค้าระดับนี้ถือเป็นกลุ่มลูกค้าเฉพาะที่ไม่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ และไม่มีปัญหาหนี้ ขณะที่กลุ่มที่ซื้อที่อยู่อาศัยแนวราบ อย่างบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง หรือมองการลงทุนระยะยาว ไม่ใช่กลุ่มซื้อเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น ที่อยู่อาศัยแนวราบจึงเป็นตลาดที่ผู้ประกอบการเข้ามาชิงชัยในตลาดนี้กันถ้วนหน้า รวมถึงแสนสิริ ที่ได้ขยายฐานสู่ตลาดซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่มากขึ้น

เมธา อังวัฒนพานิช รองกรรม การผู้จัดการอาวุโสสายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาโครงการแนวราบ บริษัท แสนสิริ กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทได้เริ่มนำแบรนด์บ้านแสนสิริเข้ามาทำตลาดบ้านในกลุ่มลักซ์ชัวรี่ โดยจะเปิดตัวในไตรมาส 4 ที่ซอยพัฒนาการ 30 บนที่ดิน 30 ไร่ ในราคาเริ่มต้น 50-160 ล้านบาท/ยูนิต บนที่ดินขนาด 120-150 ตารางวา ไปจนถึง 1 ไร่เศษ มูลค่าโครงการกว่า 3,000 ล้านบาท ถือเป็นไฮไลต์สำคัญในปีนี้ เนื่องจากเป็นแบรนด์บ้านราคาแพงที่สุดของบริษัทที่กลับมาทำตลาดอีกครั้ง หลังจากที่เคยพัฒนาโครงการบ้านแสนสิริ สุขุมวิท 67 เมื่อปี 2549 

ทั้งนี้ ในปัจจุบันมี 3-4 บริษัทใหญ่ที่พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบจับตลาดระดับบนคือ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ แสนสิริ เอสซี แอสเสท รวมไปถึงควอลิตี้เฮ้าส์

ขณะที่บริษัทจะเน้นที่บ้านเดี่ยวใน 5 แบรนด์หลัก ประกอบด้วย นาราสิริ เศรษฐสิริ บุราสิริ สราญสิริ และคณาสิริ โดยที่ปีนี้จะให้ความสำคัญกับแบรนด์บุราสิริค่อนข้างมาก เนื่องจากปีที่ผ่านมาเปิดขายบ้านแบรนด์บุราสิริแล้วประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นแบรนด์บ้านสไตล์รีสอร์ท โดยเฉพาะโครงการบุราสิริ ราชพฤกษ์-345 มูลค่า 2,400 ล้านบาท ที่เฟสแรกขายไปได้ 48 ยูนิต และเตรียมเปิดเฟส 2 ปีนี้ จึงเร่งเปิดตัวแบรนด์บุราสิริอีก 3 โครงการในปีนี้ คือ บุราสิริ รังสิต บุราสิริ วัชรพล และบุราสิริ บางนา

สำหรับภาพรวมทั้งปี 2560 นั้น บริษัทวางแผนเปิดโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบ จำนวน 11 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 1.93 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นโครงการบ้านเดี่ยว 9 โครงการ มูลค่า 1.85 หมื่นล้านบาท และโครงการทาวน์เฮาส์และช็อปเฮาส์ 2 โครงการ มูลค่า 800 ล้านบาท โดยในช่วงที่ผ่านมาได้เปิดโครงการทาวน์เฮาส์และช็อปเฮาส์ทั้งสองโครงการไปแล้ว คือ โครงการสิริ อเวนิว สายไหม 16 ยูนิต มูลค่าโครงการ 100 ล้านบาท และโครงการการ์เด้นท์ สแควร์ สุขุมวิท 77 จำนวน 35 ยูนิต โดยปัจจุบันขายได้แล้ว 70% สำหรับในไตรมาส 2 เตรียมเปิดขายโครงการใหม่อีก 2 โครงการ คือโครงการบุราสิริ วัชรพล ที่เตรียมเปิดในช่วงเดือน มิ.ย.นี้ และโครงการคณาสิริ ปิ่นเกล้า-กาญจนา ซอยวัดพระเงิน และส่วนโครงการที่เหลืออีก 7 โครงการจะเปิดในช่วงครึ่งปีหลัง

นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับอินโนเวชั่นหรือนวัตกรรมในการอยู่อาศัยเริ่มจากการพัฒนาไฟส่องสว่างพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Lights) ในสวนส่วนกลางของโครงการเพื่อความปลอดภัย ประหยัดพลังงานและช่วยลดค่าใช้จ่ายส่วนกลางในโครงการ ซึ่งนำร่องใช้ 4 โครงการ ได้แก่ คณาสิริ รังสิต คลอง 2 เศรษฐสิริ วงแหวน-ลำลูกกา เศรษฐสิริ ปิ่นเกล้า-กาญจนาภิเษก และเศรษฐสิริ พัฒนาการ และวางแผนจะติดตั้งทุกโครงการครอบคลุมทั้งบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ ที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เนื่องจากปัจจุบันเทคโนโลยีนี้เริ่มถึงจุดคุ้มทุนราคาโซลาร์เซลล์นั้นลงไปค่อนข้างมาก และยังพัฒนาบ้านระบายความร้อน เพื่อลดอุณหภูมิภายในบ้าน ให้ลมภายในบ้านเกิดการโฟลว์ โดยเริ่มนำมาใช้ไตรมาส 3 นี้ รวมไปถึงการใช้โฮม เซอร์วิส โมบายแอพพลิเคชั่น

ขณะที่ยอดขายโดยรวมในไตรมาสแรก บริษัทมียอดขายประมาณ 7,000 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำยอดขายได้ 5,000 ล้านบาท เป็นผลมาจากการเปิดขายโครงการคอนโดมิเนียม 98 Wireless มูลค่า 8,700 ล้านบาท ซึ่งมียอดขายในระดับสูง ขณะที่โครงการแนวราบได้เปิดโครงการทาวน์โฮมใหม่ไป 2 โครงการ และสามารถทำยอดขายได้ในระดับสูงเช่นเดียวกัน โดยยอดขายของโครงการแนวราบปัจจุบันทำได้แล้ว 3,000 ล้านบาท จากเป้าหมายยอดขายโครงการแนวราบในปีนี้อยู่ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท โดยบริษัทยังเชื่อมั่นว่ายอดขายรวมในปีนี้จะทำได้ตามเป้าที่ 3.6 หมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ กลยุทธ์การขายโครงการแนวราบของบริษัทในปีนี้จะเน้นการรุกขยายกลุ่มลูกค้าต่างชาติเพิ่มขึ้น โดยเป็นรูปแบบการขายแบบให้เช่าระยะยาว โดยเฉพาะโครงการในหัวเมืองท่องเที่ยว เช่น เชียงใหม่ และภูเก็ต ซึ่งบริษัทได้เริ่มให้เช่ากับลูกค้าต่างชาติตั้งแต่ปีก่อนผ่านเอเยนต์ โดยเสนอปล่อยเช่าระยะยาวให้กับลูกค้าชาวฮ่องกง ในโครงการบุราสิริ สันผีเสื้อ เชียงใหม่ ซึ่งปล่อยเช่าให้กับลูกค้าต่างชาติในปีก่อน 15 ยูนิต และจะมีการเสนอปล่อยเช่าเพิ่มอีกในปีนี้

ตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบ โดยเฉพาะในตลาดบนปีนี้น่าจะร้อนระอุเลยทีเดียว 

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69