posttoday
ยักษ์ส่งออก ทุ่มซื้อเพื่อโต

ยักษ์ส่งออก ทุ่มซื้อเพื่อโต

03 เมษายน 2560

โดย...ยินดี ฤตวิรุฬห์ผลจากการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งล่าสุดได้ กนง.ปรับเพิ่มอัตราเติบโตเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไทยปีนี้ เป็น 3.4% จากเดิม 3.2% เพราะได้แรงแรงหนุนส่งออกที่ดีขึ้น โดยได้ปรับตัวเลขการส่งออกเป็น 2.2% จากเดิมไม่เติบโต ซึ่งจะเห็นว่าการส่งออกที่เติบโตมีผลมากต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจรวมถึงภาคการท่องเที่ยวปัจจัยเสี่ยงที่ไว้วางใจไม่ได้คือ อัตราแลกเปลี่ยนเพราะค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ 34.49 บาท/เหรียญสหรัฐ ย่อมกระทบต่อรายได้ของผู้ประกอบการแน่นอนทว่า ระยะหลังไม่ค่อยเห็นผู้ส่งออกเรียกร้องให้รัฐช่วย เพราะมีการปรับตัวเข้าใจกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจโลกเข้าใจความเสี่ยงของธุรกิจในการทำธุรกิจ ชัดเจนกรณีของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ขนาดใหญ่ของไทยไม่ว่าจะเป็นเจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) ซึ่งเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ต่างปรับตัวขยายตลาดไปยังประเทศต่างๆ มากขึ้น การออกไปซื้อกิจการ เพื่อเกื้อหนุนธุรกิจให้เติบโตและมีขนาดใหญ่พอในการแข่งขันในเวทีโลก ทั้งนี้ 1-2 ปีที่ผ่านมาจะเห็นว่าทั้ง CPF และ TU ต่างทุ่มเงินในการออกไปซื้อกิจการข้างนอก เช่น CPF แจ้งตลาดหลักทรัพย์เมื่อปลายปีก่อนทุ่ม 3.8 หมื่นล้าน

โดย...ยินดี ฤตวิรุฬห์

ผลจากการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งล่าสุดได้ กนง.ปรับเพิ่มอัตราเติบโตเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไทยปีนี้ เป็น 3.4% จากเดิม 3.2% เพราะได้แรงแรงหนุนส่งออกที่ดีขึ้น โดยได้ปรับตัวเลขการส่งออกเป็น 2.2% จากเดิมไม่เติบโต ซึ่งจะเห็นว่าการส่งออกที่เติบโตมีผลมากต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจรวมถึงภาคการท่องเที่ยว

ปัจจัยเสี่ยงที่ไว้วางใจไม่ได้คือ อัตราแลกเปลี่ยนเพราะค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ 34.49 บาท/เหรียญสหรัฐ ย่อมกระทบต่อรายได้ของผู้ประกอบการแน่นอน

ทว่า ระยะหลังไม่ค่อยเห็นผู้ส่งออกเรียกร้องให้รัฐช่วย เพราะมีการปรับตัวเข้าใจกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจโลกเข้าใจความเสี่ยงของธุรกิจในการทำธุรกิจ

ชัดเจนกรณีของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ขนาดใหญ่ของไทยไม่ว่าจะเป็นเจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) ซึ่งเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ต่างปรับตัวขยายตลาดไปยังประเทศต่างๆ มากขึ้น การออกไปซื้อกิจการ เพื่อเกื้อหนุนธุรกิจให้เติบโตและมีขนาดใหญ่พอในการแข่งขันในเวทีโลก

ทั้งนี้ 1-2 ปีที่ผ่านมาจะเห็นว่าทั้ง CPF และ TU ต่างทุ่มเงินในการออกไปซื้อกิจการข้างนอก เช่น CPF แจ้งตลาดหลักทรัพย์เมื่อปลายปีก่อนทุ่ม 3.8 หมื่นล้านบาท ซื้อ “Bellisio” ธุรกิจผลิต-จำหน่ายอาหารแช่แข็งยักษ์ใหญ่อันดับ 3 ของสหรัฐ หวังเป็นฐานเจาะตลาดอาหารใหญ่ที่สุดในโลก

“การไปลงทุนต่างประเทศผลที่ได้รับคือ ยอดขายซึ่งใน 13 ประเทศปัจจุบันมีถึง 60% จากการส่งออก 5% ฉะนั้นยอดขายที่เกิดจากประเทศไทยจริงๆ เพียง 35%” อดิเรก ศรีประทักษ์ประธานคณะกรรมการบริหาร CPF ระบุไว้ก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ การซื้อกิจการในต่างประเทศตอนนี้มีหลายธุรกรรมที่ดูอยู่ ซึ่งเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกัน ทั้งไก่ กุ้ง อาหารสำเร็จรูป โลจิสติกส์ ระบบการกระจายสินค้า

ขณะที่ TU เองก็ใช้กลยุทธ์ซื้อกิจการเพื่อสร้างการเติบโตและดีลที่ฮือฮาสุดของ TU คือทุ่มเงิน 4.8 หมื่นล้านบาท การเข้าถือหุ้นจำนวน 100% ของบริษัท บัมเบิลบี ซีฟู้ดส์ แบรนด์อาหารทะเลสำเร็จรูปที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ การเข้าซื้อกิจการนี้จะส่งผลให้กลุ่ม TU เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการบริหารจัดการวัตถุดิบและการผลิต พร้อมทั้งการสร้างความก้าวหน้าในนวัตกรรมและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดทวีปอเมริกาเหนือ รวมถึงจะช่วยเพิ่มศักยภาพของกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารทะเลสำเร็จรูปพร้อมรับประทานในประเทศสหรัฐและแคนาดาและดีลล่าสุดคือ ทุ่มประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ซื้อหุ้นเรด ล็อบสเตอร์ ซีฟู้ด การซื้อครั้งนี้ เพื่อเข้าสู่ผู้บริโภคโดยตรงหรือส่งตรงสินค้าของ TU บนโต๊ะอาหารนั้นเอง

บริษัทหลักทรัพย์ดีบีเอส วิคเคอร์ส มองว่า การออกไปลงทุนต่างประเทศของบริษัทไทยในปี 2559 ที่ผ่านมา ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 13.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 4.5 แสนล้านบาท ขณะที่เงินลงทุนตรงที่ไหลเข้ามาในประเทศอยู่ที่ 3,300 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.15 แสนล้านบาท ต่ำสุดรอบ 5 ปี แต่ก็มองว่าจีดีพีไทยปีนี้จะเติบโตจากการส่งออกที่โตดีกว่าคาด ซึ่งการส่งออกที่เติบโตจะสนับสนุนหุ้นส่งออก

“แนะนำซื้อ TU ราคาพื้นฐาน 25 บาท การออกไปซื้อกิจการอย่างมากที่ผ่านมา จะสนับสนุนผลดำเนินงานได้เป็นอย่างดี คาดว่าปีนี้กำไรหลักจะเติบโต 23% จากปี 2559 และปี 2561 ก็เติบโตได้ต่อเนื่องอีก 12% สําหรับปีนี้คาดว่ารายได้จะมีการเติบโต 12% จากการเติบโตจากภายใน (Organic Growth) ขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆ เช่น จีน และตะวันออกกลาง รวมทั้งยอดขายจาก Red Lobster ที่ไปซื้อมา”

อนาคต “ธีรพงศ์ จันศิริ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกล่าวไว้ว่า ภายในปี 2563 ยอดขายของ TU จะมียอดขายแตะที่ระดับ 8,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยปี 2559 ที่ผ่านมา ยอดขายทําสถิติสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3,803 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือแปลงเป็นเงินบาทที่ 1.34 แสนล้านบาท

นี้คือบทสรุปของธุรกิจส่งออกรายใหญ่ที่ปรับตัวได้ ออกไปซื้อกิจการสร้างขนาดให้ใหญ่แข่งขันได้อย่างแข็งแกร่งในเวทีการค้าโลก 

ข่าวล่าสุด

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย